โอวาทพระราชภาวนาวิสุทธิ์
(หลวงพ่อธัมมชโย)
วันมาฆบูชา วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒


บุญใหญ่ในวันคุ้มครองโลก

วันที่ ๒๒ เมษายน ที่จะถึงนี้ จะมีบุญพิเศษ ให้กับลูกๆ ทุกคนได้ทำกันอย่างอิ่มอกอิ่มใจกันทีเดียว คือบุญถวายทุนการศึกษาแด่พระภิกษุสามเณร ทั่วประเทศในวันคุ้มครองโลก คือวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ เมษายน จะนิมนต์พระภิกษุสามเณรมาจากทั่วประเทศ อย่างน้อย ๕๐,๐๐๐ รูปขึ้นไป
พระภิกษุสามเณรเหล่านี้ ท่านเป็นอายุของพระพุทธศาสนา มีความตั้งใจที่จะศึกษาพระธรรมวินัยเป็นอย่างดีทีเดียว รวมทั้งศึกษาวิชาทางโลกด้วย เรียกว่าวิชาบาลีสามัญ และกิจวัตรประจำวันของท่านนั้น ตอนเช้าก็ศึกษาภาษาบาลี ตอนบ่ายก็เรียนวิชาสามัญ คือวิชาทางโลก ตกกลางคืนก็เรียนนักธรรม แล้วก็ปฏิบัติธรรมกัน ท่านมีความตั้งใจจริงที่จะศึกษาให้แตกฉานทั้งทางโลกและทางธรรม ท่านขัดสนด้วยทุนทรัพย์ แต่ว่ารวยศีล รวยธรรม มีอริยทรัพย์ภายใน เป็นเครื่องเตือนใจ ท่านรวยบุญ รวยบารมี รวยความบริสุทธิ์ ขัดสนแต่ทุนทรัพย์เท่านั้น ท่านเหล่านี้ตั้งใจที่จะรักษาพระพุทธศาสนาสืบต่อกันไปให้ยาวนาน ได้ทุ่มเทชีวิตจิตใจกันตั้งแต่ยังเยาว์วัย เมื่อจบการศึกษา จบ ป.๖ มาแล้ว ก็มุ่งมาทางลัด เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัย
หลวงพ่อเห็นสมควรว่า เราน่าจะให้การสนับสนุนเพื่อให้เป็นกำลังของพระพุทธศาสนา เพราะงานของพระพุทธศาสนานี้เป็นงานใหญ่ จะทำตามลำพังไม่ได้ จะต้องรวมใจกัน ช่วยกันทำ งานพระพุทธศาสนาถึงจะบังเกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นก็อยากจะเชิญชวนลูกๆ ทุกคนมาตั้งกองทุนการศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร โดยเริ่มกองทุนน้อยๆ กันไปก่อน ภาวะยุค I.M.F.อย่างนี้ จะตั้งกองทุนละ ๕๐๐ บาท คือใครทำ ๑ กองทุนนี้ก็ได้ชื่อว่าทำบุญกับพระภิกษุสามเณรทั้งหมด ๕๐,๐๐๐ รูป ซึ่งพระภิกษุสามเณรที่จะมาในวันนั้น ถ้าท่านไม่ติดขัดอะไร ก็จะมากันประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป
โอกาสที่จะได้ทำบุญกับพระภิกษุสามเณรถึง ๑๐๐,๐๐๐ รูป ในเวลาเดียวกันนี้ ถือว่าเป็นความอัศจรรย์ของโลกทีเดียว เพราะตั้งแต่สร้างชาติกันมา โอกาสที่จะได้เห็นพระภิกษุ สามเณรมารวมกันทีเดียว ๑๐๐,๐๐๐ รูปพร้อมๆ กันนั้นยังไม่เคยมี พระภิกษุสามเณรในช่วงพรรษามีอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ รูป เมื่อออกพรรษาแล้ว ก็จะเหลืออยู่ ๒๐๐,๐๐๐ รูป แต่พระภิกษุสามเณรจะมาที่วัดพระธรรมกาย เพื่อให้เราได้บำเพ็ญบุญถึง ๑๐๐,๐๐๐ รูป คือครึ่งหนึ่งทีเดียว
การที่ได้เห็นนักบวชทีเดียว ๑๐๐,๐๐๐ รูปนี้ นับว่าเป็น ทัสสนานุตตริยะ เป็นการเห็นอันประเสริฐ ซึ่งภาพนี้จะไปปรากฏให้ชัดเจนแจ่มใสในทุกขณะจิตที่เราระลึกถึง แม้กระทั่งบั้นปลายของชีวิต ซึ่งเราจะมีเวลาเพียงน้อยนิด ในการระลึกนึกถึงบุญ
สมมุติถ้าหากเราไปนั่งนึกว่า เราเคยใส่บาตรที่ไหนมาบ้าง โดยมีเวลาให้คิดแค่ ๑ นาที ยังไม่ถึง ๒๐ รูปก็ตายแล้ว แต่ถ้าทำบุญทีเดียว๑๐๐,๐๐๐ รูป แม้เราจะมีเวลาเพียง ๑ นาที ก็นึกทีเดียว ๑๐๐,๐๐๐ รูปไปเลย ภาพนั้นจะเป็นเครื่องปลื้มใจ ให้บุญใหญ่เกิดขึ้นกับเรา เหมือนกับธรรมิกอุบาสกที่แม้กระทั่งชาวสวรรค์ทุกชั้น ปรารถนาจะได้ท่านไปเป็นสหายแห่งชาวสวรรค์ อยากจะชวนไปอยู่ด้วยในทุกชั้นทีเดียว เพราะฉะนั้น ใครอยากได้บุญใหญ่ ใครอยากเห็นพระภิกษุสามเณรเป็นเรือนแสน ก็ให้มาในวันที่ ๒๒ เมษายน วันคุ้มครองโลก มาเลี้ยงพระภิกษุสามเณร มาฟังท่านสวดมนต์ ให้ศีล ให้พร มาเป็นกำลังใจให้ท่านตอบปัญหาธรรมะ พระแท้ และก็มีการมอบรางวัลให้ท่าน ก็เป็นสิ่งที่เราก็ควรจะมากันนะลูกนะ เก็บเงินไว้ให้ได้ ๕๐๐ บาท ต่อ ๑ ทุน ถ้าอยากจะทำหลายๆ ทุน ก็ยิ่งน่าอนุโมทนาสาธุการ
การที่มีพระภิกษุสามเณรปริมาณมากถึงขนาดนั้น ถ้าไม่ติดขัดอะไรก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ในยุคนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกของโลก เพราะฉะนั้นรวมทรัพย์เอาไว้ รวมใจไว้ให้ดี เพื่อมาเอาบุญใหญ่กันนะลูกนะ และบุญในวันนั้น เมื่อเราตั้งใจอุทิศส่วนกุศลไปยังบรรพบุรุษของเราที่ละโลกไปแล้ว ท่านเหล่านั้นก็จะพลอยปีติยินดีกับตัวของเราด้วย
พระพุทธศาสนาเป็นสิ่งที่จะต้องช่วยกันปกป้อง ช่วยกันรักษา ช่วยกันดูแล ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุน เราอยากจะทำบุญกับวัดทุกวัดทั่วประเทศ แต่การเดินทางไปนั้นเป็นหนทางไกล บางทีก็ต้องเสี่ยงต่อภัย ต้องเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย แต่ในวันนั้นเราไม่ต้องเสี่ยงภัย ไม่ต้องเสี่ยงอันตราย เพราะท่านจะมาพร้อมกันที่นี่ มาเป็นเนื้อนาบุญ ให้เราได้ตักตวงบุญ เป็นบุญลาภของพวกเรานะ
เพราะฉะนั้นวันที่ ๒๒ เมษายนนี้ เราก็จะได้ทำบุญใหญ่ ได้เลี้ยงพระเณรถึง ๑๐๐,๐๐๐ รูป เป็นครั้งแรกในโลก ให้มากันให้ได้นะ


ผู้อยู่ใกล้พระพุทธองค์

พระรัตนตรัยเป็นสิ่งประเสริฐที่สุด ท่านมีอยู่แล้วในตัวของเรา เป็นธรรมที่ละเอียดประณีต เราจะนึกคิดหรือคาดคะเนเอาเองไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติให้เข้าถึง ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แม้ว่าธรรมกายจะเป็นของลึกซึ้ง แต่ทุกคนก็เข้าถึงได้ ด้วยวิธีการทำใจหยุดนิ่งๆ หยุดเมื่อไหร่ก็เข้าถึงได้เมื่อนั้น ไม่จำกัดกาลเวลา เป็นอกาลิโก
เมื่อเราเข้าถึงพระรัตนตรัย ก็จะเห็นธรรมกายสว่างไสว ใสแจ่มอยู่ภายในทีเดียว เมื่อถึงตอนนั้น เราจะเกิดความรู้สึกว่า เราได้ใกล้ชิดกับพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทีเดียว
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ใน สังฆาฏิสูตร ว่า ถึงแม้บุคคลจับชายสังฆาฏิ แล้วติดตามไปข้างหลังตถาคต หากบุคคลนั้นเป็นผู้มีอภิชฌา มีจิตพยาบาท มีจิตหมุนไปผิด แท้ที่จริงแล้ว บุคคลนั้นย่อมอยู่ห่างไกลตถาคตทีเดียว และถึงแม้บุคคลจะอยู่ห่างไกลจากตถาคตตั้งร้อยโยชน์ แต่เป็นผู้ไม่มีอภิชฌา ไม่มีจิตพยาบาท มีจิตหมุนไปชอบ บุคคลนั้นย่อมอยู่ใกล้ชิดตถาคต และตถาคตก็อยู่ใกล้ชิดบุคคลนั้น เพราะบุคคลผู้เห็นธรรม ย่อมชื่อว่าเห็นเราตถาคต
ผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรม เห็นธรรมกายชัดใสแจ่มอยู่ภายใน กระทั่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระธรรมกายตลอดเวลา แม้จะอยู่ห่างไกลจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงใด ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับพระพุทธองค์ ตรงกันข้ามแม้ผู้ที่เดินตามหลังพระบรมศาสดา แต่ถ้าหากเป็นผู้มากด้วยอภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ ไม่มีดวงตาเห็นธรรม ไม่ได้เห็นธรรมกาย ผู้นั้นก็ย่อมชื่อว่า อยู่ห่างไกลจากพระพุทธองค์ทีเดียว

 

Copyright © Dhammakaya Foundation. All rights reserved.