หน้าแรกกัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร สื่อธรรมะ กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร
กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร กัลยาณมิตร

 

 

 

 

 

 

..... านมาแล้ว ในถ้ำเชิงเขาแห่งหนึ่ง
เป็นที่อาศัยของราชสีห์กับเสือโคร่ง
ทั้งสองอยู่ถ้ำเดียวกัน ด้วยความผาสุกตลอดมา
ตามปกติ ราชสีห์ชอบออกหากินในคืนเดือนหงาย
ครั้งตกดึกลมแรงก็เกิดหนาวสั่น
จึงหลงเข้าใจว่าอากาศหนาวเพราะคืนข้างขึ้น

ส่วนเสือโคร่งชอบออกล่าเหยื่อในคืนเดือนมืด

พอลมพัดมาแรงจัด ก็รู้สึกหนาวจึงทักเอาว่า
อากาศหนาวเพราะข้างแรม

อยู่มาวันหนึ่ง สัตว์ทั้งสองสนทนากัน
ถึงเรื่องลมฟ้าอากาศ เสือโคร่งได้พูดขึ้นว่า


เมื่อราชสีห์ได้ฟังดังนั้น จึงแย้งกลับ

ฝ่ายเสือโคร่งก็กลับแย้งว่า

แต่ราชสีห์ค้านว่า
ทั้งเสือโคร่งและราชสีห์
ต่างแผดเสียงเถียงกันลั่นป่า

เมื่อหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งสอง
จึงชวนกันไปหาฤาษี
ซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ ณ เชิงขาแห่งนั้น
เมื่อสัตว์ทั้งสองไปถึง
จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง
เมื่อพระฤาษีได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว
จึงได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ
ข้างขึ้นและข้างแรมแก่สัตว์ทั้งสองว่า

เมื่อราชสีห์และเสือโคร่งทราบความจริงจากพระฤาษีแล้ว
ก็หมดทิฏฐิ เดินกลับถ้ำที่อยู่ของตนด้วยความสุขใจ ...............

Copyright © Dhammakaya Foundation. All rights reserved.
 
จบ
 
ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระภาวนาวิริยคุณ  

 
 
มาลุตชาดก
 
:: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::
......ครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล มีพระหลวงตาสองรูปชื่อ พระกาฬะ และพระชุณหะ
ทั้งสองรูปตั้งใจปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดอยู่ในป่าแห่งหนึ่งในเขตชนบท
แคว้นโกศล อย่างไรก็ดี พระทั้งสองรูปยังติดนิสัยตั้งแต่สมัยเป็นฆราวาส
มาคนละอย่างคือ พระชุณหะชมชอบความงามของพระจันทร์เต็มดวงข้างขึ้น
ส่วนพระกาฬะชอบมองหมู่ดาวที่ส่องแสงระยิบระยับจับตาในคืนข้างแรม


.....วันหนึ่ง พระหลวงตาทั้งสองได้มาพบปะสนทนากันถึงเรื่องลมฟ้าอากาศ
พระชุณหะจึงถามพระกาฬะขึ้นว่า " ท่านรู้หรือไม่ว่า คืนไหนอากาศจะหนาวจัด ?
" พระกาฬะตอบทันทีว่า " คืนข้างแรมสิ! เราสังเกตมานานแล้ว พบว่าถ้าคืนไหน
เป็นคืนข้างแรม คืนนั้นอากาศจะหนาวจัดทุกที " พระชุณหะได้ฟังดังนั้นจึงแย้งว่า
" เราก็อยู่ป่ามานาน แต่สังเกตเห็นว่า อากาศหนาวจัดในคืนข้างขึ้นต่างหาก "


.....หลวงตาทั้งสองโต้เถียงกันด้วยเรื่องนี้เป็นเวลานาน แต่ไม่อาจจะหาข้อยุติได้
ในที่สุดจึงชวนกันออกเดินทางไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อให้พระพุทธองค์ตัดสินให้

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำริว่า พระภิกษุสองรูปนี้อุตส่าห์เดินทางไกลเป็นเวลา
แรมเดือนข้ามเขตแดนชนบทน้อยใหญ่มายังนครสาวัตถี เพียงเพื่อให้พระองค์ตัดสิน
ปัญหาอันไม่เป็นสาระ ด้วยต่างฝ่ายต่างถือทิฐิมานะเข้าหากัน หลงยึดมั่นแต่
ความคิดเห็นของตนโดยไม่พิจารณาถึงสาเหตุที่แท้จริง เช่นนี้จึงทรงระลึกชาติ
ด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ แล้วตรัสว่า


....." ดูก่อนภิกษุ เมื่อชาติก่อนโน้น เราก็ตอบปัญหานี้แก่เธอทั้งสองแล้ว
แต่เธอจำไม่ได้จึงต้องย้อนมาถามปัญหาเดิมซ้ำอีก " พระหลวงตาทั้งสอง
รู้สึกแปลกใจ จึงกราบทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์ทรงเล่าเรื่องราวในอดีตชาติ
ของตนให้ฟัง พระพุทธองค์จึงทรงแสดง มาลุตชาดก มีเนื้อความดังนี้


 

 
:: ข้อคิดจากชาดก ::
 

.....เมื่อมีปัญหาหรือข้อขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น ควรพิจารณาดังนี้

.....๑. ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดีก่อน โดยไตร่ตรองว่าอะไรเป็นเหตุ
.........อะไรเป็นผล เพื่อประกอบการพิจารณา

.....๒. ฟังทั้งข้อเสนอของอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ถือทิฏฐิมานะ เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่

.....๓. พูดให้ไพเราะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อมิให้อีกฝ่ายมีทิฏฐิมานะมากขึ้น
.........หากยังหาข้อยุติไม่ได้ ควรให้ผู้รู้จริงช่วยตัดสิน

 



 
 


Home  | นิทานชาดก