หน้าแรก เวลาธรรมกาย ธรรมะประจำวัน วารสาร สื่อธรรมะ ข่าวและกิจกรรม ปกิณกะ
นิทานชาดก หนังสือธรรมะ คำสอนยาย เทป สนุกคิดส์ วีดีโอ มงคลชีวิต

 

 

 

 

 






ภาพ  ป๋องแป๋ง
ลงสี  ปูเป้
  ในอดีตกาล สมัยพระเจ้าพรหมทัต
ครองราชสมบัติ ณ นครพาราณสี
แคว้นกาสี
   พระองค์ทรงมี
บัณฑิตผู้หนึ่ง
เป็นเจ้าหน้าที่พนักงาน
ตีราคาพัสดุที่จะซื้อมา
เป็นของหลวง
เช่น ช้าง ม้า ทองคำ และเพชรพลอยต่างๆ
   เนื่องจากเป็น
ประเพณีสมัยนั้นว่า
เมื่อเจ้าพนักงาน
ตีราคาพัสดุได้รับ
พระบรมราชานุญาต
ให้ใช้อำนาจแทน
พระองค์ในการตีราคา
สินค้า
    แล้วหากตีราคา
สินค้าว่ามีมูลค่าเท่าใด
เจ้าของก็จะได้รับ
มูลค่าเพียงเท่านั้น
จะต่อรองขัดขืน
ไม่ยอมขายมิได้
เป็นอันขาด

 

    บัณฑิตผู้นี้ได้ทำหน้าที่อย่าง
ยุติธรรม ไม่ว่าจะตีราคาสินค้า
ชนิดใดก็ตีราคาได้สมเหตุสมผล
เสมอมา
    แต่เนื่องจากพระเจ้าพรหมทัต
ทรงมีอุปนิสัยโลภ เห็นแก่ได้
จึงไม่ค่อยพอพระทัยในการกระทำ
ของบัณฑิตเท่าใดนัก

 

   ตั้งแต่นั้นมา พนักงานตีราคา
คนใหม่ ก็ตีราคาพัสดุต่าง ๆ
ที่ชาวบ้านนำมาขายในราคา
ที่ต่ำกว่าความเป็นจริง
      อยู่ต่อมาไม่นาน มีพ่อค้า
คนหนึ่ง ได้นำม้าพันธุ์ดี
๕๐๐ ตัวมาจากแดนไกล
    ในสมัยนั้นนครพาราณสี
มีปราการล้อมรอบ วัดกำแพง
ภายในโดยรอบยาวประมาณ
๑๒ โยชน์ พื้นที่ทั้งภายในและ
ภายนอก กำแพงมีอาณาเขต
รวมกันถึง ๓๐๐ ตารางโยชน์
    บัดนี้ได้ถูกตีราคาให้เท่ากับ
ข้าวสารเพียงทะนานเดียว
เสียแล้ว
       พระเจ้าพรหมทัตทรงแต่งตั้ง
บัณฑิตคนเดิมให้กลับมา เป็น
เจ้าพนักงานตีราคาอีกครั้งหนึ่ง
ม้าทั้ง ๕๐๐ ตัว  ก็ได้รับการ
ตีราคาใหม่อย่างยุติธรรม
Copyright © Dhammakaya Foundation. All rights reserved.
 
จบ
 
ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระภาวนาวิริยคุณ  


 
ตัณฑุลนาฬิชาดก
 
:: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::

.....ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ เชตวันมหาวิหาร ครั้งนั้น พระทัพพ
มัลลบุตร ซึ่งสำเร็จเป็นพระอรหันต์ตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ และเป็นที่รักของสงฆ์ทั้งหลาย ได้รับหน้าที่เป็นพระภัตตุทเทสก์์ คือทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมดูแลหอฉันโรงทานทุกๆ วัน

.....ในมหาวิหารนี้ มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งบวชเมื่อแก่ชื่อ อุทายีี เป็นผู้มีนิสัยติดในรสอาหาร และมักจะเอะอะโวยวายเมื่อได้รับอาหารไม่ถูกปาก ท่านจึงขอทำหน้าที่เป็นภัตตุทเทศก์เอง
ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พระอุทายีก็แบ่งสรรปันส่วนอาหารสงฆ์ในหอฉันโรงทานตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมแต่อย่างใด ทำความเดือดร้อนให้หมู่สงฆ์ทั้งมหาวิหาร พระภิกษุทั้งหลายจึงขอให้ท่านออกจากหน้าที่นี้ และช่วยกันนำท่านออกจากหอฉันโรงทานไป แต่ท่านก็พยามยามขัดขืน ทำให้เกิดเสียงอึงคะนึงขึ้น

.....พระบรมศาสดาประทับอยู่ด้วยในหอฉันโรงทาน จึงตรัสเรียกพระอานนท์มาซักถาม ทรงทราบโดยตลอดแล้ว จึงทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ พระอานนท์จึงกราบทูลอาราธนาให้ทรงเล่าเรื่องราวแต่หนหลัง พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเล่า ดังนี้



 
:: ข้อคิดจากชาดก ::
 

.....๑. ในการทำงาน ให้ถือเอาความถูกต้องตามหลักการประโยชน์ และความเหมาะสมเป็นเกณฑ์ ไม่ถือเอาแต่ความถูกใจมิฉะนั้นจะขาดความยุติธรรม แล้วกฎหมู่จะเหนือกฎหมาย เพราะถึงจะทำดีเพียงใด ก็ย่อมไม่ถูกใจคนพาลเป็นธรรมดา

.....๒. เมื่อจะมอบหมายงานให้ผู้ใด ถ้าใครรับปากง่ายเกินไปอย่าได้ใช้เลย

.....๓. เวลาจะทำงานใหญ่ มีผลประโยชน์มาก ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ มักจะถูกคนพาลโจมตีให้ท้อใจ หนักใจเสมอๆ เพราะไปขัดผลประโยชน์ของเขา ดังนั้น

         ๑. ผู้ใดจะทำงานใหญ่ จะต้องฝึกใจให้หนักแน่นเหมือนแผ่นดินไว้เสียก่อน

         ๒. ผู้บังคับบัญชา และผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายก็ต้องหมั่นให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานด้วย

 
 

Home  | นิทานชาดก


นิทาน นิทานธรรมะ นิทานธรรมะไทย นิทานธรรมะออนไลน์ นิทานธรรมะสอนคุณธรรม นิทานชาดก นิทานไทย นิทานเด็ก การ์ตูน การ์ตูนธรรมะ การ์ตูนคุณธรรม การ์ตูนไทย การ์ตูนภาพ การ์ตูนช่อง การ์ตูนเด็ก พระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนา ศาสนาพุทธ ศีลธรรม จริยธรรม กฏแห่งกรรม อดีตชาติ pass of life chadok chataka tale story of lord buddha fable thai cartoon thai manga law of kamma