หน้าแรก เวลาธรรมกาย ธรรมะประจำวัน วารสาร สื่อธรรมะ ข่าวและกิจกรรม ปกิณกะ
นิทานชาดก หนังสือธรรมะ คำสอนยาย เทป สนุกคิดส์ วีดีโอ มงคลชีวิต

 

 

 

 

 






ภาพ  ป๋องแป๋ง
ลงสี  ปูเป้

 ในอดีตกาลเมื่อครั้ง
พระเจ้าพรหมทัต
ครองราชสมบัติ
กรุงพาราณสี
  ในสมัยนั้นพระองค์
มีราชบัณฑิตสอนธรรม อยู่คนหนึ่ง

นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
วันหนึ่งที่ท่าน้ำ อันเป็นที่ที่คนเลี้ยงม้า ได้พาม้าอาชาไนยมงคลอัศวราชของพระราชา มาอาบน้ำอยู่เป็นประจำ
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
  ม้ามงคลนี้เป็นที่โปรดปรานของพระราชา ทรงถนอมเหมือนแก้วตา เหมือนโอรสก็ไม่ปาน เนื่องจากเป็นม้าคู่บุญ แสนรู้ แข็งแรง   ปราดเปรียว และฝีเท้าจัด พระองค์เคยใช้เป็นราชพาหนะยามออกศึกสงคราม รักษาบ้านเมืองให้รอดปลอดภัยตลอดมา
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
ราชบัณทิตจึงกลับมากราบทูลพระราชาให้ทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด พระเจ้าพรหมทัตทรงดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง บังเกิดความ ปลาบปลื้มเป็นล้นพ้น ทรงสรรเสริญราชบัณทิตที่สามารถหยั่งรู้แม้กระทั่ั้งอัธยาศัยของสัตว์เลี้ยงเดียรัจฉาน จึงพระราชทาน เกียรติยศและรางวัลให้เป็นการตอบแทน
นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้ นิทานชาดก_บัณฑิตผู้หยั่งรู้
Copyright © Dhammakaya Foundation. All rights reserved.
 
จบ
 
ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระภาวนาวิริยคุณ  


 
ติฏฐชาดก
 
:: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::

..…ศิษย์ของพระสารีบุตรรูปหนึ่ง เรียนพระวินัยอย่างเต็มที่และทำสมาธิอย่างสม่ำเสมอ แต่สมาธิไม่ก้าวหน้า ท่านจึงพาศิษย์ไปเฝ้า พระพุทธองค์จึงตรัสถามถึงวิธีฝึก ท่านกราบทูลว่า
ให้ฝึก "อสุภกรรมฐาน" เหมือนกับศิษย์คนอื่นๆ พระบรมศาสดาทรงระลึกชาติหนหลังด้วย บุพเพนิวาสานุสติญาณ  แล้วตรัสว่า  พระสารีบุตรไม่ได้บรรลุ "อาสยานุสยญาณ"  จึงฝึก
ลูกศิษย์รูปนี้ไม่ได้ผล และให้กลับไปก่อนโดยทิ้งลูกศิษย์ไว้

.....อดีตชาติพระภิกษุรูปนี้เมื่อ ๕๐๐ ชาติหลังๆ เกิดเป็นช่างทำทองที่งดงามวิจิตรมาตลอด ดังนั้นจะรู้สึกแช่มชื่นแจ่มใสเมื่อพบของสวยงามเท่านั้น เมื่อให้ฝึกสมาธิโดยพิจารณาของ
ไม่งาม จึงไม่ถูกอัธยาศัย ทำใจให้สงบไม่ได้

.....พระพุทธองค์จึงตรัสให้พระภิกษุรูปนั้น นั่งพิจารณาดอกบัวที่มีสีสวยงามในสระน้ำ แล้วทรงอธิษฐานให้ดอกบัวเนรมิตค่อยๆ เปลี่ยนแปลง จากที่สวยงามเหมือนดอกบัวทอง กลับกลายเป็นเหี่ยวลงๆ สีซีดจาง โรยร่วงไปทีละกลีบ จนหลือแต่ฝักบัวเหี่ยวแห้ง หาความสวยงามไม่ได้ พระภิกษุมองเห็นดังนั้น เกิดความสลดใจว่าร่างกายของเราก็เหมือนกัน มีความไม่เที่ยง
เป็นทุกข์เมื่อพิจารณาจนจิตสงบ บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ ณ ที่นั้นเอง

.....ภิกษุทั้งหลายได้ประชุมกันในธรรมสภาแสดงความชื่นชมว่า พระพุทธองค์ทรงเป็นผู้รู้แจ้งซึ่งอัธยาศัยของสัตว์โลก พระบรมศาสดาจึงทรงนำ ติฏฐชาดก
มาแสดงดังนี้้



 
:: ข้อคิดจากชาดก ::
 

....๑. เป็นธรรมดาว่า บุคคลยิ่งฝึกจิตใจให้สะอาดมีความรู้ความสามารถสูงขึ้นเพียงไร มักมีความรู้สึกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ คือ ไม่อยากคลุกคลีกับผู้ที่ไร้คุณธรรม ยกเว้นแต่มีจิตกรุณา ต้องการช่วยเหลือ ดังนั้นบุคคลใดก็ตาม ที่มีครูอาจารย์ดี มาเคี่ยวเข็ญว่ากล่าวตักเตือน ต้องถือว่าท่านลดตัวลงมาใกล้ชิด มาช่วยเหลือ สมควรรับปฏิบัติตามโอวาทและกราบขอบพระคุณโดยความเคารพ

.....๒. เมื่อได้คนดีมีวิชามาอยู่ด้วย ต้องจัดที่อยู่อาศัยอย่างดี จัดหน้าที่การงานให้อย่างเหมาะสม และให้ความเคารพเกรงใจด้วย มิฉะนั้นแล้วท่านรำคาญ เบื่อหน่ายและหนีไปเสีย เพราะคนดีมีฝีมือ โดยทั่วไปแล้วไม่เห็นแก่เงิน แต่เห็นแก่งานที่เหมาะสมกับความสามารถ และเกียรติยศของเขา

.....๓. เมื่อผู้ใหญ่อธิบายเหตุผลให้ผู้น้อย หากเห็นว่าผู้น้อยภูมิปัญญายังไม่ถึง แต่เพื่อหวังผล
ในเชิงปฏิบัติ อาจบอกเลี่ยงเป็นอย่างอื่น ต่อเมื่อโตขึ้นมีปัญญาตรองตามก็สามารถเข้าใจได

 
 

Home  | นิทานชาดก