หน้าแรก เวลาธรรมกาย ธรรมะประจำวัน วารสาร สื่อธรรมะ ข่าวและกิจกรรม ปกิณกะ
นิทานชาดก หนังสือธรรมะ คำสอนยาย เทป สนุกคิดส์ วีดีโอ มงคลชีวิต

 

 

 

 

 






ภาพ  ป๋องแป๋ง
ลงสี  ปูเป้

 ในอดีตกาล ณ กรุง
พาราณสี มีชายหนุ่ม
คนหนึ่งเกิดในตระกูล
เศรษฐี ได้รับการเลี้ยง
ดูอย่างดีราวกับโอรส
พระราชา
  เมื่อมีอายุเพียง ๑๖
ปีเท่านั้น ก็เป็นผู้รอบรู้
ชำนาญในศิลปศาสตร์
ทั้งปวง
  เมื่อท่านเศรษฐีผู้เป็น
บิดาสิ้นชีวิตลง ชาย
หนุ่มจึงได้รับทรัพย์
สมบัติเป็นเศรษฐีสืบ
ทอดมานับแต่บัดนั้น



เศรษฐีหนุ่มผู้เป็นบัณฑิตนี้ มีน้ำใจดีงาม มีความเมตตากรุณายิ่งนัก ปรารถนาจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ยากไร้ทั้งหลาย
จึงได้สร้างศาลาบำเพ็ญทานขึ้น ๖ แห่ง คือ ที่ประตูพระนครทั้ง ๔ ที่ใจกลางเมือง และที่ประตูบ้านของท่านเอง

ท่านเศรษฐีบริจาคทานเป็นอันมากทุกๆ วัน ด้วยคิดว่าสมบัติทั้งปวงนั้น แม้เมื่อตายไปแล้วก็นำไปใช้ไม่ได้
นอกจากนั้นยังได้รักษาศีลห้า และอุโบสถศีลตามกาลอยู่เสมอ

 ในครั้งนั้นพระสัมมา
สัมพุทธเจ้ายังไม่
อุบัติขึ้น มีแต่พระ
ปัจเจกพุทธเจ้าองค์
หนึ่ง นั่งเข้านิโรธ
สมาบัติอยู่ ๗ วัน  จึงออกบิณฑบาต
โดยเหาะมาทาง
เรือนของเศรษฐี
เพราะทราบด้วย
ญาณว่าเศรษฐีผู้นี้ ปรารถนาพระโพธิ-
ญาณ หากได้ทำบุญ
กับท่าน จะได้บุญ
บารมีให้เข้าถึงพระ โพธิญาณได้ง่ายขึ้น

ท่านเศรษฐีมิได้หวั่นไหวใดๆ จึงได้จัดเตรียมภัตตาหารเพื่อจะนำไปถวายแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าด้วยตนเอง

เมื่อกล่าวจบ ท่านเศรษฐีก็กระชับภาชนะที่ใส่อาหาร
ไว้มั่น แล้ววิ่งไปบนหลุมถ่านเพลิงทันที

ทันใดนั้นปรากฎดอกบัวใหญ่บานสะพรั่งดอกหนึ่งผุดขึ้นจากหลุม
ถ่านเพลิงนั้น เข้ารองรับเท้าทั้งสองของท่านเศรษฐีไว้

ละอองเกสรมากมายฟุ้งขจรขจายตกลงมาบนศรีษะ และลำตัวของท่านเศรษฐีดูราวกับละอองทอง

มหาชนต่างตะลึงในเหตุอัศจรรย์ ส่วนพญามารเมื่อไม่สามารถขัดขวางได้ก็ล่าถอยกลับไป

 เศรษฐีหนุ่มยืนอยู่
บนดอกบัวนั้น พร้อม
กับน้อมนำอาหารใส่
ลงในบาตรของพระ
ปัจเจกพุทธเจ้า

พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงรับอาหารนั้นมาฉันแล้วกระทำอนุโมทนา จากนั้นทรงโยนบาตรขึ้นไปบนอากาศ แล้วทรงเหาะกลับ ไปยังป่าหิมพานต์ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของมหาชนที่ได้เห็นเหตุการณ์นั้น เศรษฐีจึงกล่าวให้โอวาท พรรณนาถึงการบำเพ็ญทานและรักษาศีลแก่มหาชน ณ ที่นั้น คนเหล่านั้นต่างเลื่อมใสศรัทธาและบำเพ็ญบุญไปจนตลอดชีวิต

Copyright © Dhammakaya Foundation. All rights reserved.
 
จบ
 
ที่มา : หนังสือนิทานชาดก โดย พระภาวนาวิริยคุณ  



 
ขทิรังคารชาดก
 
:: สาเหตุที่ตรัสชาดก ::

.....หลังจากท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างเชตวันมหาวิหารถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังคงเอาใจใส่บำรุงพระภิกษุสงฆ์อย่างสม่ำเสมอ ทานทั้งหลายที่ท่านบริจาคนั้นมากมายจนมิอาจประมาณค่าได้ ณ ซุ้มประตูที่ ๔ ของเรือนท่าน มีเทวดามิจฉาทิฎฐิองค์หนึ่งเข้าไปอาศัยอยู่ ทุกครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพุทธสาวกเสด็จผ่านเข้าไปในเรือน เทวดาไม่พอใจเพราะต้องอุ้มลูกลงไปอยู่ที่พื้นดิน เนื่องจากมีคุณธรรมต่ำกว่า แต่เทวดาไม่กล้าจะไปบอกกับท่านเศรษฐีเอง

.....คืนหนึ่งจึงได้แผ่รัศมีปรากฏกายให้บุตรชายของท่านเศรษฐีเห็นพร้อมกับกล่าวว่า ให้เลิกทำทานเสียเถิดเพราะสมบัติอาจหมดไปได้ บุตรชายเศรษฐีโกรธที่เทวดาดูหมิ่นพระรัตนตรัยและไล่เทวดาให้ออกไป ท่านเศรษฐียังคงเลื่อมใสในคุณของพระรัตนตรัยและให้ทานอยู่เป็นนิตย์ จนกระทั่งช่วงหนึ่งท่านถึงความยากจนลงโดยลำดับ เทวดาผู้มีมิจฉาทิฎฐิจึงเข้าไปในห้องเศรษฐี แล้วยุยงให้เลิกทำทาน แต่ถูกท่านเศรษฐีไล่ให้ออกจากบ้านของตน เทวดาจึงได้คิดและสำนึกผิด ไปหาท้าวสักกเทวราชขอร้องให้ท่านพูดกับท่านเศรษฐีให้ แต่ท้าวสักกเทวราชตอบว่าไม่อาจทำได้ เพราะท่านได้กล่าวถ้อยคำอันไม่สมควร แต่แนะให้ไปตามทรัพย์สมบัติของท่านเศรษฐีที่สูญหายไปกลับคืนมายังคลังให้หมด เป็นการทำคุณไถ่โทษ ท่านอาจยกโทษให้ เทวดามิจฉาทิฏฐิรับเทวโองการแล้ว ไปตามสมบัติจนเรียบร้อยแล้วจึงไปขอให้ท่านยกโทษให้ ท่านเศรษฐีกล่าวว่า ต้องให้พระบรมศาสดาอดโทษให้

..... รุ่งขึ้นจึงพาเทวดานั้นไปยังเชตวันมหาวิหาร กราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ เมื่อพระพุทธองค์จึงตรัสว่า “ ดูก่อนคฤหบดี บุคคลผู้กระทำกรรมลามกในโลกนี้ เมื่อกรรมอันเป็นบาปนั้น ยังไม่ให้ผล บุคคลผู้นั้นยังได้รับความสุข ความเจริญอยู่ ต่อเมื่อใด กรรมอันเป็นบาปนั้นให้ผล ตนจึงได้รับผลแห่งบาปนั้น ” เมื่อจบพระคาถา เทวดานั้นได้บรรลุโสดาปัตติผล

.....จากนั้นพระบรมศาสดาได้ตรัสยกย่องท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีว่าเป็นผู้ไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย และมีความเห็นอันบริสุทธิ์ แล้วจึงตรัสเรื่อง ขทิรังคารชาดก

 
:: ข้อคิดจากชาดก ::
 

..... ๑ . มิจฉาทิฏฐิมีทั้งในเทวดาและมนุษย์ ดังนั้น สมาชิกในครอบครัวเดียวกันควรต่างเอาใจใส่ เป็นกัลยาณมิตรซึ่งกันและกัน

..... ๒ . การพักอาศัยอยู่กับผู้อื่นในฐานะใดก็ตาม อย่าได้นิ่งดูดาย ควรทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อเจ้าบ้าน แม้ช่วยได้เพียงเล็กน้อยก็ควรทำ

..... ๓. ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

..... ๔. ในการทำความดี ควรมีจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว เพราะบุญเท่านั้นที่ติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ

 
 

Home  | นิทานชาดก


นิทาน นิทานธรรมะ นิทานธรรมะไทย นิทานธรรมะออนไลน์ นิทานธรรมะสอนคุณธรรม นิทานชาดก นิทานไทย นิทานเด็ก การ์ตูน การ์ตูนธรรมะ การ์ตูนคุณธรรม การ์ตูนไทย การ์ตูนภาพ การ์ตูนช่อง การ์ตูนเด็ก พระโพธิสัตว์ พระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนา ศาสนาพุทธ ศีลธรรม จริยธรรม กฏแห่งกรรม อดีตชาติ pass of life chadok chataka tale story of lord buddha fable thai cartoon thai manga law of kamma