โดย หนอนสมุด
 

วันก่อนเข้าไปในร้านหนังสือ ตั้งใจจะซื้อติดมือมาอ่านสักเล่ม แต่พอเข้าไปในร้านแล้วเกิดอยากซื้อมันหมดทุกเล่ม ปกหนังสือเดี๋ยวนี้มีเสน่ห์ เห็นแล้วอยากหยิบอยากจับขึ้นมาอ่าน พอพูดถึงหนังสือ พี่ของผมคนหนึ่งจะนึกถึงสันหนังสือขึ้นมาทันที เหตุผลก็คือหนังสือไม่ว่าจะเขียนดีแค่ไหน ถ้าสันหนังสือไม่แข็งแรง วันหนึ่งหนังสือดี ๆ ก็เป็นแค่เศษกระดาษ เธอเห็นความสำคัญการรวบรวมข้อมูล รู้สึกเสียดายถ้าข้อมูลต้องกระจัดกระจายหรือสูญหายเพราะการรวบรวมตรงนี้ไม่ดีพอ ผมฟังแล้วนึกถามตัวเองว่า ถ้าพูดถึงหนังสือเรานึกถึงอะไร?

ปกติบนโต๊ะของผมจะมีกระดาษที่เย็บเข้าเล่มวางอยู่คู่กัน ๒ เล่มเสมอ เล่มหนึ่งหน้ากระดาษมีตัวอักษรเต็มไปหมด เล่มนี้คือหนังสือ อีกเล่มหนึ่งหน้ากระดาษยังว่าง ๆ เห็นก็รู้ว่าเล่มนี้คือสมุด หนังสือกับสมุดแตกต่างกันตรงที่มีกับไม่มีตัวอักษร ถ้าพูดถึงหนังสือผมจะนึกถึงสมุด โดยเฉพาะสมุดบันทึก นึกถึงในฐานะที่เป็นจุดเริ่มต้นของหนังสือส่วนตัว ที่เราจะได้อ่านในอนาคต ถือเป็นการทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ถ้าผมเปรียบชีวิตเป็นหนังสือ สมุดบันทึกก็น่าจะเปรียบได้กับสันหนังสือ เพราะเป็นที่สำหรับรวมข้อมูลเรื่องราวทุกอย่างในชีวิต เราสามารถทำสมุดให้เป็นหนังสือได้ แค่เราเขียนตัวอักษรใส่ลงไป ว่าแต่ว่าเราจะเขียนอะไรใส่ลงไปในสมุดบันทึกของเราดี

โรอัลด์ ดาห์ล นักเขียนขวัญใจของผมคนหนึ่ง เขียนในสมุดบันทึกของเขาไว้ว่า สมุดบันทึกเป็นที่สำหรับให้เขาเขียนเรื่องราวอันเป็นความลับความหวัง และอะไรก็ตามที่ตื่นเต้นซึ่งเกิดขึ้นกับเขาในเวลา ๒๔ ชั่งโมงที่ผ่านไปแต่ละวัน... เป็นเครื่องเตือนให้นึกถึงวันสำคัญในอนาคต และเตือนความจำถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่เราสามารถจดบันทึกความคิด ความหวัง ความกลัว... เท่าที่เราอยากจะเขียนลงไป เขารู้สึกว่าการได้เขียนอะไรลงในสมุดบันทึกนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ถึงแม้จะไม่ใช่ประวัติศาสตร์แต่ก็เป็นประวัติชีวิตของเราเอง 

 
ล่าสุดผมจำไม่ได้แล้วว่าผมเขียนบันทึกถึงวันไหน? เมื่อก่อนผมเขียนบันทึกทุกวัน แต่ปัจจุบันผมเขียนเฉพาะวันที่อยากเขียนจริง ๆ คนที่เขียนบันทึกจะมีความรู้สึกเดียวกันว่า ความยากสุดของมัน คือการเขียนให้มันต่อเนื่อง แต่สำหรับคนที่ไม่ได้เขียนเป็นประจำ ความยากของมันอยู่ที่การเริ่มต้นลงมือเขียน มีบางครั้งไม่รู้จะเอาอะไรมาเขียน และมีบางคราวที่เรื่องราวเยอะแยะไปหมดจนไม่รู้จะเขียนอะไร นึกถึงฉากหนึ่งในหนังเรื่อง Finding Forrester โดยเฉพาะฉากที่ Forrester นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่พูดแนะนำเด็กหนุ่มให้เริ่มลงมือเขียนว่า กุญแจสำคัญดอกแรกสู่ประตูการเขียนก็คือ... เขียน ให้เริ่มต้นเขียนรอบแรกด้วยหัวใจ แล้วเอากลับมาเขียนใหม่ด้วยหัวคิด ให้เขียนลงไปก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่คิดก่อนแล้วค่อยเขียนแต่ให้เขียนอะไรก็ได้ลงไป แล้วจากนั้นค่อยเอาที่เขียนมาคิด คิดแล้วเขียนลงไปใหม่ เพราะถ้าไม่เริ่มต้นอย่างนี้ แน่นอนว่าจะเกิดอาการเขียนไม่ออก  

ผมเคยเอาสมุดบันทึกมาอ่าน เล่มแรกที่เริ่มเขียนเป็นสมุดบันทึกประจำปี ที่ทั้งเล่มผมเขียนลงไปไม่ถึง ๑๐ หน้า เมื่อได้เอาแต่ละเล่มมาอ่านทบทวน ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้นว่า สมุดบันทึกแท้จริงแล้วก็คือเครื่องมือในการช่วยพัฒนาความคิด ความอ่าน ความรับผิดชอบของผมได้อย่างดี นอกจากนี้สมุดบันทึกยังเป็นเพื่อนสนิท ที่ให้ทั้งความหวัง ความฝัน และกำลังใจเสมอมา ผมเห็นด้วยกับโรอัลด์ ดาห์ล ที่ว่า ยิ่งวันเวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม เราก็ยิ่งอยากเอาบันทึกมาอ่านอีกในวัยปัจจุบัน เราจะไม่หัวเราะเยาะบันทึกนั้น เพราะคนที่อายุน้อยก็มีเรื่องให้วิตกมากกว่าผู้ใหญ่ บางทีอาจจะมากกว่าเสียอีกด้วยซ้ำ

บนโต๊ะของผมยังคงมีหนังสือกับสมุดวางอยู่คู่กันเสมอ ตัดสินใจไม่ยากเลยว่าจะหยิบเล่มไหน? เคยได้ยินถ้อยคำที่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เคยกล่าวไว้ไหมว่า

“อ่านหนังสือ คืออ่านความคิดคนอื่น
เขียนหนังสือ คืออ่านความคิดตัวเอง
ทั้งเขียน-อ่าน จึงเป็นการทำงานทางความคิด”
ไม่ว่าจะคิดอ่านหรือคิดเขียนก็ไม่เป็นการยากเลย ถ้าหากเราคิดจะเขียนหนังสือ และถ้าหากเราคิดจะอ่านหนังสือที่เราเขียนแล้วล่ะก็ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจากตัวเราเอง และประโยชน์ที่จะได้รับจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่ความสุข