คุยกันฉัน-เธอ 
 

  สัมภาษณ์โดย นางสาวจริงใจ ดี   ภาพโดย บริบูรณ์ โนรีเวช

 
      “แชะ-แชะ-แชะ” หลังสิ้นเสียงเลื่อนฟิล์มของกล้องถ่ายรูป เธอหันมามองกล้องด้วยสายตาฉงน แต่ก็ยังรักษาความเป็นธรรมชาติในการสนทนากับเพื่อน ๆ ไว้ได้ เสียงใครคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา ‘พี่จะถ่ายไปทำอะไรเหรอคะ’ ตามมาด้วยเสียงที่สองของใครอีกคน ‘ถ่ายหนูด้วยสิคะ’ ตากล้อง ของเรายังคงเก็บภาพต่อไป ฉันเดินเข้าไปหาเธอแล้วพูดว่า “วันนี้พี่จะสัมภาษณ์หนูลงฟ้าใสนะคะ” เธอทำท่าตกใจแล้วถามว่า “ทำไมเลือกหนูล่ะคะ” ฉันตอบขึ้นว่า “บุญได้จัดสรรมาแล้วว่าหนูเหมาะสม ที่สุดค่ะ” เธอยิ้มแล้วบอกว่า “ได้ค่ะ แต่หนูขอไปตั้งแถวรับหลวงพ่อก่อนนะคะ”
      ในระหว่างที่เธอกำลังทำหน้าที่ ขอเรียนให้ทุกท่านทราบก่อนนะคะว่า สาวน้อยคนนี้เธอมีอะไรหลายอย่างที่น่าทึ่ง แม้วัยของเธอจะยังไม่มาก เธอเป็นลูกสาวที่น่ารักของคุณพ่อ คุณแม่ นอกจากจะมีผลการเรียนที่ดีแล้ว เธอยังเป็นนักเรียนที่มีความรับผิดชอบในการส่งเสริมกิจกรรมชุมนุมวัยรุ่นคุณธรรมอีกด้วย เธอเป็นคนมีฝันนะคะ ฝันที่จะเข้าเรียนวิศวะในสถาบันที่ดี ฝันที่จะเป็นเพื่อนที่ดีของชาวโลกด้วยค่ะ
      ณ มุมหนึ่งในบูธอาสาสมัคร ท้ายสุดของสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ท่ามกลางความเงียบยามบ่าย เสียงสนทนา แบบคุยกันฉันเธอก็ดังขึ้นมา มาฟังเรื่องของเธอพร้อม ๆ กันนะคะ “หนูชื่อธีรียา มงคลกวิน ชื่อเล่นยูกิค่ะ มีพี่น้อง ๒ คน น้องสาวชื่อปิ๊งเรียนอยู่ป.๕ ยูกิเรียนอยู่ม. ๖/๑ สายวิทย์-คณิต มาวัดตั้งแต่ตอน ๙ ขวบ ตอนนี้อายุ ๑๗ ปีแล้วค่ะ ตอนที่มา ครั้งนั้นคุณป้าเป็นกัลยาณมิตรพามาร่วมงานบุญใหญ่ ตอนนั้นคุณป้าพามารถส่วนตัว เพราะยังไม่มีรถสาธุชนผ่าน หน้าบ้าน ตอนหลังจึงมากันเองกับคุณแม่ โดยนั่งรถเมล์จากหน้าบ้านไปลงที่สนามหลวง เพื่อขึ้นรถสาธุชนค่ะ ระยะทางไกลพอสมควร และค่อนข้างลำบาก จึงมาเฉพาะวันอาทิตย์ต้นเดือน แต่ตอนนี้มาได้ทุกวันอาทิตย์เพราะมีรถ สาธุชนผ่านมารับแล้วค่ะ”
      ทราบมาว่าคุณแม่ของน้องยูกิเป็นผู้นำรถ และน้องยูกิก็ได้ช่วยรับบุญทำหน้าที่ผู้นำรถแทนคุณแม่ได้เป็นอย่างดี เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ เธอหัวเราะอาย ๆ ก่อนเล่าว่า “ตอนแรกก็เป็นคนอื่นทำนะคะ แต่พอไป ๆ มา ๆ ก็กลายเป็นหนูได้ยังไงก็ไม่รู้หนูก็ได้ไปนำสวดมนต์บนรถ
 
 
สาธุชนและบางครั้งก็บอกข่าวบุญให้สาธุชนทราบ เล่าธรรมะให้ฟังบ้าง ทำหน้าที่ได้ ประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ”
      หากดูจากภายนอกเธอเป็นเด็กนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง แต่ด้วยหน้าที่อาสาสมัคร เธอจึงมีบางสิ่งที่พิเศษกว่า เด็กวัยเดียวกัน นั่นคือ ความเสียสละ ความรับผิดชอบในหน้าที่ และการฝึกฝนตัวเอง พร้อมกับประสบการณ์ ด้านกิจกรรมเพื่อก้าวสู่อนาคตอันสดใส โดยมีจุดเริ่มต้นตรงนี้ค่ะ
      “ประมาณปี ๔๓ รู้สึกว่าจะเป็นพี่กุ๊กค่ะ มาชวนหนูให้เป็นอาสาสมัคร หนูรู้จักกับพี่กุ๊กตอนอบรมยุวะฯ ครั้งแรก หลังจากนั้นพี่กุ๊กก็ให้พี่ออยมาดูแลและรับหนูเข้ามาอยู่ในแผนกต้อนรับสัมพันธ์ระดับโลก ตอนนี้หนูเป็นเลขานุการของแผนกค่ะ”
      “สำหรับที่โรงเรียน หนูเข้าชุมนุมวัยรุ่นคุณธรรม ซึ่งมีหนูกับเพื่อนอีก ๖ คน หนูได้รับเลือกเป็นรองประธาน เราจะมีการรวมกันทุกวันพุธ จัดพิธีตักบาตร หนูมีหน้าที่ซื้อของตักบาตรและนำมาจัดค่ะ ตอนแรก หนูจะเป็นคนนำให้น้อง ๆ หัดใส่บาตร ให้น้อง ๆ กราบพระอาจารย์และอธิษฐานด้วยค่ะ หนูเคยชวน เพื่อน ๆ ในกลุ่มมาเป็นอาสาสมัครในวันอาทิตย์ แต่เพื่อนมาได้เฉพาะช่วงปิดเทอม เพราะต้องให้ คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนด้วย บางคนติดเรียนรักษาดินแดนวันอาทิตย์ค่ะ”
      จากการจัดตักบาตรในโรงเรียน ทำให้ยูกิได้เรียนรู้เรื่องการแบ่งงาน ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ เชิญชวนน้อง ๆ มาร่วมตักบาตร เป็นพิธีกร และคิดหาวิธีการใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์กิจกรรมระหว่าง ตักบาตรด้วย กระทั่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ช่วยฝ่ายวิชาการของทางโรงเรียน เธอจัดสรรเวลา ชีวิตส่วนตัว
 
 
ได้อย่างน่าชื่นชมทีเดียว “หนูล๊อควันอาทิตย์สำหรับมาวัดโดยเฉพาะค่ะ วันจันทร์-ศุกร์ก็เรียนอย่างเดียว ปกติตื่นตี ๕ ทุกวัน ๖ โมงออกจากบ้านขึ้นรถไปโรงเรียนเองค่ะ ถ้ารถไม่ติดก็ถึงโรงเรียนประมาณ ๗ โมง ถ้าสายก็เกิน ๗ โมงครึ่งบ้าง ช่วงสอบจะตื่นมาตอนตี ๔ ตี ๔ ครึ่ง
 
 
เพื่ออ่านหนังสือ และเข้านอนตั้งแต่ ๔ ทุ่มค่ะ ไม่อยากดึกกว่านี้เพราะตอนเช้าจะตื่นไม่ค่อยไหว เลิกเรียน ๔ โมงเย็นถึงบ้าน ๖ โมงกว่า จะรีบเข้าโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันทางโทรศัพท์ตอนทุ่มครึ่ง ฟังจนจบค่ะ ถ้าการบ้านไม่เสร็จก็ตื่นเช้าขึ้นมาทำต่อให้เสร็จค่ะ” “ในช่วงสอบเราจะรู้ล่วงหน้าประมาณหนึ่งอาทิตย์  

 
 
 
      หนูจะเริ่มอ่านตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ติวเข้ม ก่อนสอบเล็กน้อยมีอะไรก็ถามเพื่อน แต่หลาย ๆ วิชา เช่น คณิตศาสตร์ เพื่อน ๆ ก็จะไม่ค่อยรู้เรื่องกัน ถ้าเรื่องไหนเข้าใจก็จะช่วย สอนเค้า”
      สาวน้อยยูกิ นอกจากเธอจะเห็นความสำคัญของการเป็นอาสาสมัครแล้ว เธอยังได้ ชักชวนน้องปิ๊ง น้องสาวที่น่ารักเข้ามาทำหน้าที่นี้ด้วย เธอให้เหตุผลว่า “หนูคิดว่าอาสาสมัครเป็นหน้าที่ ของเราค่ะ เป็นหน้าที่ที่สำคัญมาก เปรียบเหมือนไฟฉายที่ส่องประกายความสดใส อย่างที่หนูทำหน้าที่ ต้อนรับสาธุชน เค้าเดินทางมาก็เกิดอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าบ้าง พอเราเข้าไปต้อนรับ เค้าก็มีความสุขขึ้นนะคะ สังเกตจากใบหน้าที่เบิกบานสดชื่นขึ้น ทำให้เวลาที่ปฏิบัติธรรมเค้าจะนั่งได้ดี”
      เธอเล่าเสริมเหตุการณ์ส่วนตัวที่ประทับใจในการทำหน้าที่นี้ว่า “งานคุณยายค่ะ เป็นงานที่เหนื่อยและได้รับบุญมากที่สุด ตอนนั้นทำหน้าที่ต้อนรับหน้าสุขพิมาน โดยแจกถุงใส่รองเท้า พูดหน้าห้องน้ำและดูแลความเรียบร้อยในห้องน้ำด้วย ซึ่งเราต้องดูแล น้อง ๆ ที่น่ารักให้ยืนต้อนรับเป็นเวลานานโดยน้องไม่บ่นเลย เพราะตอนนั้นคนน้อยจึงไม่มีคนมาผลัดเปลี่ยน เราจึงต้องแบ่งเป็นกะ เวลาปฏิบัติงานกะหนึ่งทำตั้งแต่ ๗ โมงถึง ๙ โมง กะละ ๒ ชั่วโมง กะสองตั้งแต่ ๙ โมงถึง ๑๑ โมง แต่ช่วง ๑๑ โมงถึงเที่ยงจะมีคนมา เข้าห้องน้ำเยอะ เราจะให้น้องยืนยาวเลยค่ะ คือยืนตั้งแต่ ๑๑ โมงยาวถึงบ่ายโมง แล้วจึงผลัดกันทานข้าว ตอนนั้นมีพี่ป๊อด พี่เหมียว พี่ต้อมม.บูรพามาช่วยค่ะ โดยพี่ป๊อดเป็นหัวหน้าดูแลทั้งหมด”
      “สำหรับวันอาทิตย์ธรรมดา เราจะต้อนรับที่ชานชาลาตั้งแต่ ๘ โมง ต้อนรับสาธุชนเสร็จประมาณ ๙ โมงก็จะมาตั้งแถวต้อนรับ พระเดชพระคุณหลวงพ่อ แล้วจึงพาน้อง ๆ มานั่งสมาธิ รับประทานอาหารกลางวันและมีกิจกรรมภายในแผนก”
      “สำหรับน้องใหม่ที่เข้ามาในแผนก เราดูแลสอนงานในการต้อนรับ ก่อนอื่นก็จะแนะนำเรื่องเครื่องแต่งกาย จัดทรงผมให้เรียบร้อย สำหรับการไหว้ วิธีการพนมมือ นิ้วเรียงชิดติดกัน ที่สำคัญคือเคล็ดลับการยิ้มที่จริงใจค่ะ ด้วยการกล่าวทักทายสาธุชน สบตาด้วยรอยยิ้ม แล้วจึงก้มศีรษะค่ะ”
      นอกจากหน้าที่อันยิ่งใหญ่ที่เธอทำอยู่เป็นประจำแล้ว ตอนนี้ยูกิยังได้มีความรับผิดชอบที่สำคัญในการเป็นหัวเพชรในแผนก ที่ต้อง ดูแลเรื่องกิจกรรมของน้อง ๆ ในแผนกด้วย มาฟังเจ้าตัวเล่ากันดีกว่าค่ะว่าเธอทำยังไงบ้าง
      “น้อง ๆ มีทั้งประถม ม.ต้น ม.ปลาย อาสาสมัครที่มาประจำประมาณ ๒๐ กว่าคน เป็นคนเก่าอยู่แล้ว สมาชิกจริงมีประมาณ ๒๘ คนที่มา ทุกอาทิตย์ ในแผนกอบอุ่นเป็นกันเอง เราเพิ่งจะไปหล่อหลอมแผนกกันที่บ้านพี่จุ๊ หัวหน้าแผนกคนใหม่ ทางบ้านพี่จุ๊จะทำอาหารเลี้ยงและ นั่งสมาธิกัน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำบางปะกง บรรยากาศร่มรื่นดีค่ะ” “แนวทางการพัฒนาแผนกที่จะทำ คือจัดเปิดใจคนใหม่”
      ยูกิฝากความภาคภูมิใจในการเป็นอาสาสมัครไว้ว่า “อาสาสมัครเป็นเบื้องหลังของความสำเร็จทุกงาน เวลาที่เรามีงานบุญใหญ่ เราต้อง ให้อาสาสมัครทำหน้าที่ตั้งแต่แจกข้าว แจกน้ำ ต้อนรับ ดูแลสาธุชนด้วยความเต็มใจ เค้าก็จะมีความสุขเข้าถึงธรรมได้ง่าย เราจะได้อานิสงส์นี้ ด้วยค่ะ”
      “หากเพื่อน ๆ คนไหนอยากเป็นอาสาสมัคร ผู้เป็นเหมือนเบื้องหลังความสำเร็จในทุกงานบุญ พอเข้ามาทำหน้าที่นี้แล้วเรามีความรู้สึก ปลาบปลื้มปีติใจ ณ ที่นี้เราจะทำให้สาธุชนเบิกบาน สามารถนั่งสมาธิเข้าถึงธรรมอย่างง่าย หากไม่มีอาสาสมัคร งานบุญคงไม่สำเร็จได้ ไม่มีใครมายืนต้อนรับ บรรยากาศไม่น่าปฏิบัติธรรมค่ะ”
      “สำหรับคนที่เป็นอาสาสมัครแล้ว อยากให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โปรดคิดเสมอว่าเราเป็นบุคคลสำคัญ แม้จะเป็นไฟฉายกระบอกเล็ก ๆ ก็จะส่องในพื้นที่ที่ยังมืดอยู่ให้สว่างขึ้นค่ะ สำหรับคนที่กำลังลังเลอยากให้มาได้เลยเพราะวัยของเรา เหมาะสมที่สุด”
       หนังสือแบบไหนเป็นหนังสือใน style ยูกิคะ
      “หนูคงเป็นแบบสนุกสนานได้ข้อคิด แต่โดยส่วนตัวชอบหนังสือธรรมะค่ะ”
      ถ้าหากเรื่องราวชีวิตวันวานถึงวันนี้ของยูกิเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ฉันขอตั้งชื่อว่า “ยูกิ เด็กไทยกับอนาคตอันสดใส” คงเป็นหนังสือที่สนุกสนานได้ข้อคิด แม้รูปลักษณ์ภายนอก เธอเหมือนสาวน้อยธรรมดาทั่ว ๆ ไป แต่คุณค่า ที่เธอแสดงออกมากับหน้าที่ที่เธอปฏิบัติแสดงถึงความงดงามภายใน และความฉลาด ในการใช้เวลาเพื่อพัฒนาตนเอง ด้วยรอยยิ้มใส ๆ จริงใจที่เธอมอบให้กับสาธุชน ในทุก ๆ วันอาทิตย์ นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกับอนาคตอันสดใส ของเธอ และของพระพุทธศาสนาค่ะ 

 

ชื่อ-นามสกุล
ชื่อเล่น
เรียน
แผนก
สีที่ชอบ ชอบอ่านหนังสือ
เป้าหมายชีวิต
คติ

ธีรียามงคลกวิน
ยูกิ
ร.ร. มัธยมวัดดุสิตาราม ม. ๖
ต้อนรับสัมพันธ์ระดับโลก
สีฟ้า, ขาว, ครีม
ธรรมะไปให้ถึงที่สุดแห่งธรรม
อนาคตไม่ไกล หากตั้งใจและพยายาม