การบูร เจได เพิ่งกลับจากดอยสูงครับ สูงจากระดับน้ำทะเลมากมายเชียวแหละ และก็ได้พกพาเรื่องราวของแผนกที่เราจะกำลังทำความรู้จักนี้ไปด้วย คิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรดีนะ ที่จะนำเสนอเรื่องราวตรงนี้ให้น่าติดตาม และน่าประทับใจ แม้จะอยู่ที่สูงขนาดนั้นก็ยังคิดอะไรไม่ออก (เพราะค่อนข้าง หนาวครับ) ต่อเมื่อได้เดินทางกลับ และมานั่งฟังเรื่องราวของแผนกนี้อีกครั้ง ผมถึงรู้ว่าไม่ควรตัดตอนอะไรมากหรอกเพราะเรื่องราวของเขา มีเสน่ห์ที่กุมความสนใจจากเราได้อยู่แล้ว วันอาทิตย์ที่ ๑๗ สิงหาคมที่ผ่านมา ภายใต้ร่มเงาแห่งสภาธรรมกายสากลหลังใหญ่ โอบล้อมด้วยสายลมพริ้ว ๆ ความตั้งใจได้นำพาให้เราได้เจอกัน วันนี้ผมได้นั่งคุยกับตัวแทนแผนก ถึงสามท่านด้วยกัน เป็นสามสาวสามพี่น้องที่ปรองดองกันสร้างบารมีนานมากแล้ว ชื่อของเธอทั้งสามก็อักษรเดียวกันด้วย หน่อย, นุ่ม, นิ่ม บรรยากาศที่เป็นกันเอง พร้อมกับประสบการณ์และความรอบรู้ ซึ่งเป็นอุปนิสัยที่มาควบคู่กับการเป็นนักอ่าน ของทั้งสามทำให้การสนทนาของเราออกรสชาติยิ่งนัก อีกนั่นแหละหลังจากมานั่งถอดเทป ทั้งชื่อก็คล้ายกัน เสียงก็คล้ายกัน หน้าตาก็คล้ายกัน เพราะเป็นพี่น้องกัน ทำให้นายการบูรแยกไม่ออก ว่าเป็นเสียงของใครบ้าง เอาเป็นว่าเราจะเรียกแทนพี่ทั้งสามว่าธรรมปัญญา เลยดีกว่านะครับ

อยากให้พี่ ๆ ได้เล่าประวัติความเป็นมาของแผนกคร่าว ๆ
เท่าที่ทราบแผนกธรรมปัญญา ก่อตั้งมาตั้งแต่รุ่นแรก ๆ ของธรรมทายาทราว ๆ ปี ๒๗-๒๘ ครั้งแรกไม่ได้ตั้งเป็นแผนกแบบมีชื่อ แต่เป็นเพียงมุมอ่านหนังสือเล็ก ๆ คล้าย ๆ กับว่าในครั้งนั้นธรรมทายาทหลังจากบวชแล้ว ก็คิดกันว่าน่าจะมี ที่มานั่งรวมอยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน เมื่อรวมกันแล้วก็คิดว่าน่าจะมารับบุญร่วมกัน จึงได้เลือกให้บริการสื่อธรรมะต่าง ๆ พอกิจกรรมอาสาสมัครเริ่มเติบโตก็ย้ายกันมาที่เต็นท์ ๗ ตอนนั้นอาสาสมัครจะรวมหมดเป็นสำนักศรัทธาภิบาลในยุคต้น ๆ

 

นั้นก็จะมีสมาชิกอาสาสมัครจำนวนประมาณ ๑๐ คน สำหรับ อาทิตย์ธรรมดา ส่วนอาทิตย์ต้นเดือน จะรวมกับทางชมรมพุทธก็ประมาณ ๒๐ กว่าคน ส่วนพวกเราสามคนเข้าวัดประมาณปี ๒๕๓๙ เข้ามาก็มาอยู่ธรรมปัญญา ปัจจุบันสมาชิกที่เป็นอาสาสมัครจริง ๆ มีประมาณ ๒๐ กว่าคน ถ้างานบุญใหญ่ จริง ๆ ประมาณเกือบร้อย งานที่สำคัญคือการให้บริการสื่อธรรมะทุกประเภท ทั้งหนังสือ เทป วีซีดี มีจุดให้สาธุชนได้นั่งอ่านหนังสือธรรมะ

หนังสือทุกเล่มต้องมีการคัดสรรไหม?
แน่นอนค่ะ เพราะว่าเราต้องคัดเลือกหนังสือที่จะมาให้สาธุชนอ่าน เพราะหนังสือ บางประเภทอาจเป็นสื่อให้ความร้อนใจได้ ซึ่งหนังสือก็จะมีที่มาจากหลายทาง จากของวัดบ้าง จากที่สาธุชนได้บริจาคมาบ้าง หรือบางเล่มเราก็ซื้อหามา ซึ่งเงินก็จะเอามาจากค่าสมัครสมาชิก อัตราค่าสมัครก็ ๕๐ บาทต่อปี มีบัตรสมาชิกให้ ยืมหนังสือได้คราวละ ๒ อาทิตย์

คนที่รักการอ่านมักเป็นปัญญาชน ปัญญาชนมักเป็นคนช่างซักถาม เคยเจอคนที่ช่างซักบ้างหรือเปล่า?
เคยเจอค่ะ แต่ไม่ใช่ในลักษณะโต้แย้ง แต่จะเป็นลักษณะประมาณว่าเพิ่งมา วัดใหม่และฝึกสมาธิครั้งแรก ตนเองควรจะอ่านหนังสือธรรมะหรือฟังเทปธรรมะ ม้วนไหนก่อนดี ซึ่งตรงนี้พวกเราต้องศึกษามาเป็นอย่างดีคืออยู่ตรงจุดนี้ต้องอ่าน หนังสือค่ะ ต้องค้น ต้องฟัง ต้องดู เราต้องรู้ก่อนสาธุชนเสมอ เราจึงจะรู้ว่าควร ให้อันไหนไป อย่างแม้แต่บางคนที่มาวัดบ่อยแล้ว บางทีเค้าก็อยากจะหาหนังสือ แปลก ๆ ใหม่ ๆ อ่านบ้าง เราก็ต้องรู้นะค่ะ อย่างเค้าถามว่าหนังสือที่เกี่ยวกับ เรื่องอย่างนี้ ๆ มีหรือเปล่า มีอยู่ตรงไหน เราต้องตอบให้ได้และหาให้เจอ แต่เดิมเป็นคนรักหนังสือกันอยู่แล้วหรือเปล่า? อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ เพียงแต่ว่า ตั้งแต่สมัยมัธยมมา เราจะห่อปกหนังสือ ของเราเองทุกเล่ม ใช้อย่างทะนุถนอม อยากให้เค้าดูใหม่อยู่เสมอ เวลาจับอ่าน ก็ต้องค่อย ๆ คลี่ออก และบางทีแต่เดิมเราอาจรู้สึกธรรมดากับหนังสือบางเล่ม กับเทปบางม้วน แต่เมื่อเราได้มีโอกาสมาจัดมาเรียง มาสังเกตและให้ความสนใจ อย่างจริง ๆ จัง เราก็จะรู้ว่าหนังสือทุกเล่มมีเสน่ห์ตั้งแต่สันปกไปเลยทีเดียว

ทำหน้าที่ตรงนี้มานานเคยมีความสนิทผูกพันกับนักอ่านคนไหนบ้างไหม? เคยค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่นักอ่านเสียเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นสมาชิกที่มาหยิบยืม สื่อธรรมะจากแผนกบ่อยครั้ง คือในช่วงที่อยู่สภาฯหลังคาจาก จะมีลุงคนหนึ่ง ชอบฟังเทปมงคลชีวิตของหลวงพ่อทัตตชีโวมากก็จะมายืมไปฟังบ่อยมาก ลุงฟังจบแล้วม้วนนี้น่าจะฟังม้วนไหนต่อดี กระทั่งฟังจนครบ และจะมาบ่อยมาก ถ้าอาทิตย์ไหนไม่มา เราก็จะบ่นคิดถึงกันว่า วันนี้ทำไมลุงคนนั้นไม่มา เป็นห่วงค่ะเพราะลุงจะไม่ค่อยสบายบ่อย อายุก็มากแล้วด้วย  

 

 

ปัจจุบันคุณลุงคนนั้นยังอยู่ไหม?
อยู่ค่ะ ยังเห็นกันอยู่เลย เวลาลุงเดินจะใช้ไม้ค้ำ เวลาเห็นคุณลุงแล้ว มีความสุขค่ะ มีกำลังใจ

แล้วมีวัยเด็กมานั่งอ่านหนังสือบ้างไหม?
มีค่ะ ตัวเล็ก ๆ พูดยังไม่เป็นด้วยซ้ำ แกไม่ได้มานั่งอ่านหรอกค่ะ มานั่งเปิดพลิกดูภาพ บางทีก็มาวิ่งเล่น บางครั้งก็เป็นบรรยากาศ ครอบครัวนะคะ คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก มานั่งอ่านหนังสือ คุณแม่ก็ พลิกภาพให้คุณลูกดู เด็กเค้าก็จะดูออกและจำได้ค่ะ ว่านี่รูปหลวงปู่ นี่รูปหลวงพ่อ นี่รูปคุณยาย

นอกจากทำหน้าที่จัดสรรสื่อธรรมะแล้วมีหน้าที่อื่นหรือเปล่าครับ? มีค่ะ คือหน้าที่ของการจัดสรรหนังสือตรงนี้นั้น เราจะทำกันในตอนที่เป็น วันอาทิตย์งานบุญปกติ ถือเป็นงานประจำ แต่งานบุญใหญ่เราก็จะ ปิดจุด และไปทำหน้าที่ในส่วนของการต้อนรับบริการสาธุชน แผนกธรรมปัญญาสังกัดอยู่กองบริการงานบุญ ซึ่งกล่าวได้ว่าบุญของ เราเยอะมาก คือจะมีโอกาสได้เวียนทำทุกบุญค่ะ ไม่ว่าจะจัดพื้นที่ ส่งสาธุชน ดูแลแถวตักบาตร รักษาบรรยากาศ ปูผ้ากระสอบ ทำทุกอย่างเลยค่ะ เราก็เลยไม่ค่อยตกบุญอะไรเลย และทำให้รูปแบบ งานหรือการรับบุญของเราไม่ซ้ำซาก มีโอกาสได้รู้และสัมผัสเนื้องาน ของแผนกอื่นด้วย

ถ้าคนที่มาร่วมทำหน้าที่กับแผนกธรรมปัญญาตรงนี้จะได้อานิสงส์อย่างไร อย่างที่บอกว่าบุญอื่นเราก็ได้ทำด้วย ดังนั้นเราก็จะได้บุญในหลาย ๆ ส่วน แต่บุญในหน้าที่ของธรรมปัญญา เราให้สื่อที่ทำให้ผู้คนมีปัญญา มีความเห็นถูก เราก็ต้องได้รับอานิสงส์คือเป็นผู้มีปัญญาค่ะ และเมื่อมีปัญญาเวลาเราทำอะไรก็จะสำเร็จ และการที่เป็นผู้มีปัญญา ถือว่าสุดยอดแล้วนะคะ

ทั้งสามคนถือว่าทำหน้าที่ตรงนี้มานาน อ่านหนังสือมาก็มาก มีหนังสือเล่มไหนบ้างที่อ่านแล้วประทับใจเป็นพิเศษ
พี่หน่อย : ส่วนใหญ่จะประทับใจเกือบทุกเล่ม แต่ที่อยู่ในดวงใจ ที่สุดมีอยู่สองเล่ม เล่มแรกจะเป็นหนังสือที่ให้คำตอบแก่ คำถามของชีวิตได้ทุก ๆ คำถาม และเป็นคำตอบสุดท้ายที่เรา รู้สึกได้เลยว่านี่คือที่สุดแล้ว คือหนังสือเรื่องหลวงพ่อตอบปัญหาค่ะ อีกเล่มเป็นหนังสือบันทึกนักสร้างบารมีของหลวงพี่มหาชิโตค่ะ อ่านแล้วร้องไห้เลย อ่านแล้วรู้สึกอยากเป็นเหมือนท่าน คือมี ความทุ่มเทเสียสละเหมือนท่าน
พี่นุ่ม : หนังสืออนุสรณ์ของหลวงพี่มหาชิโตค่ะ อ่านแล้วร้องไห้เลย เพราะว่าเราเป็นอาสาสมัครบางทีเราก็เหนื่อย วันจันทร์ถึงศุกร์ เราก็ทำงาน เรียน พอวันเสาร์อาทิตย์ เราก็มารับบุญต่อ อาจทำให้ เราท้อบ้าง แต่พอได้มาอ่านหนังสือเล่มนี้ก็รู้ว่านักสร้างบารมีรุ่นแรก ๆ ท่านเหนื่อยกว่าพวกเราเยอะ แต่ท่านก็ยังมีกำลังใจที่เข้มแข็ง สร้างบารมี สร้างวัด ให้เราได้มาทำบุญจนถึงทุกวันนี้ ก็เลยประทับใจมาก ๆ

 

พี่นิ่ม : ก็จะคล้ายกันค่ะ คือหนังสืออนุสรณ์หลวงพี่มหาชิโต และหนังสือเกี่ยวกับธรรมะของหลวงพ่อธัมมชโย เช่นอยู่ในบุญอะไรประมาณนี้ค่ะ สิ่งที่ธรรมปัญญาอยากฝากถึงผู้อ่าน อยากให้ท่านใดที่ยังไม่เคยอ่านหนังสือหรือไม่เคยรักการอ่านเลย อยากให้ลองไปอ่านหนังสือดูค่ะ ถ้าเราได้อ่านอย่างเป็นจริงเป็นจังแล้ว เราจะรู้ว่าหนังสือมีค่ามาก ๆ เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของเราจริง ๆ ต้องลองดูค่ะ แล้วเราจะรักหนังสือขึ้นมาเอง

ขอบคุณแผนกธรรมปัญญามากนะครับ ที่มีหนังสือดี ๆ ให้เราอ่าน จัดโต๊ะญี่ปุ่นเก๋ ๆ ไว้ให้เรานั่ง คนที่มีโอกาสได้ไปนั่งอ่านหนังสือ ตรงนั้น ต่างประทับใจกันครับ ทั้งจากรอยยิ้มของเจ้าหน้าที่และ หนังสือ ที่อ่านแล้วชวนใจให้ใส ใครที่ยังไม่เคยได้ลองไปนั่งอ่าน ลองไปดูครับ มุมความรู้ของเราอาจจะกว้างขึ้นก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ แม้ไม่มีเวลาก็อย่าลืม แวะเวียน ไปอนุโมทนาบุญกับแผนก ธรรมปัญญาของเราด้วยนะครับ อานิสงส์แห่งการเป็นผู้มีปัญญา จะได้ติดตัวเรามาด้วยไงละครับ ขออนุโมทนาบุญด้วยนะครับ สาธุ