ฟ้ายังฟ้าอยู่
บันทึกเรื่องราวดีดีใต้ฟ้าสีฟ้า โดย เลม่อน จี๊ด
 
“เธอเห็นใช่ไหมภูเขาที่มันช่างเงียบงัน ดูทะมึนกระด้างและช่างเหว่ว้า
แต่ข้างในเห็นไหมว่ามีดอกไม้นานา ธาราสายน้ำก็ยังหลั่งริน
ซึ่งก็เหมือนกับฉันเป็นคนซื่อ ๆ คนหนึ่ง ซึ่งยิ้มหัวเราะไม่เป็นกับเขา
เคร่งและขรึมจริงจังกับทุกเรื่องราว ข้างในใจมีใครบางไหมจะรู้
เธอรู้ไหมในใจของฉันนั้นมีดอกไม้ ที่เบ่งบานสะพรั่งงดงามและยังอ่อนไหว
ยามลมพัดโชยมา ดวงใจก็คล้ายบินไป เสาะหา ที่พักพิงใจสักที่หนึ่ง”
      ข้อความจากหลาย ๆ บรรทัดข้างต้น เป็นบทเพลงที่เราแต่งไว้สำหรับปลอบประโลมตัวเอง และแกล้งร้องดัง ๆ ให้คนอื่นได้ยินเสมอ
      เคยเป็น ๆ กันบ้างไหม ที่ถูกปรามาสตั้งแต่แรกว่า เจ้าหมอนี่หน้าตาไม่น่าคบ แล้วก็จงใจ มาพ้องกับ สุภาษิตโบราณเสียด้วยซิว่า “คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ” เรานี่โดนบ่อย มักจะถูกกล่าวหาว่า หน้าเหมือนโจรบ้าง หน้าโหดบ้าง เพื่อนที่สนิทกันเรียกเราว่า “ไอ้โหด” เฮ้อ.แค่หน้าก็เสียราคาซะแล้ว
      จนกระทั่งคราวหนึ่งเราก็ได้ค้นพบว่า มันไม่สำคัญ เท่าไหร่หรอก เรื่องของหน้าตา หรือรูปลักษณ์ภายนอกน๊ะ เพราะที่สำคัญนั้นอยู่ที่ตรงนี้ต่างหาก
      ที่ใกล้ ๆ ที่พักของเรา มีร้านอาหารร้านหนึ่ง ขายทั้งข้าวแกงและอาหารตามสั่ง หน้าตาลุงคนขายดูดุ หนวดครึ้ม ตอนแรกที่เห็น ความคิดที่ไม่ค่อยจะโสภาของเราก็เกิดขึ้นว่า “ลุงคนนี้น่าจะไปจับดาบเป็นเพชรฆาตมากกว่ามาจับตะหลิวทำอาหารนะ” จึงไม่คิดที่จะแวะ เข้าไปกินข้าวร้านนี้เลย แม้จะรู้สึกกังขาอยู่เล็กน้อยว่าผู้คนส่วนใหญ่ ทำไมมาทานที่ร้านนี้ จนกระทั่งวันนั้น เราแวะเข้าไปกินข้าวร้านลุงหน้าดุ ด้วยความจำใจเพราะนอนตื่นสาย หิว และขี้เกียจ ที่จะไปหาที่กินข้างนอก พอก้าวไปถึงหน้าร้าน คำทักทายที่ไพเราะก็ออกจากปากที่หนวดดำครึ้มว่า
      “สวัสดีครับ ทานอะไรดีครับ, ถ้าชอบผัดกะเพรา กะเพราหมูกรอบก็อร่อยนะครับ”
      และเมื่อเราสั่งรายการอาหารเสร็จ ลุงก็ถามต่ออีกว่า “ชอบข้าวหรือกับเยอะ ๆ ครับ” เราชอบกับข้าวเยอะ ๆ เพื่อนหลาย ๆ คน ตั้งฉายาให้ว่า มนุษย์กินกับ คำถามนี้จึงถูกใจเราที่สุด หลังจากที่กะเพราหมูกรอบหอมกรุ่นวางอยู่ตรงหน้า ถูกตักเข้าปากครั้งแรกอร่อยถูกปากเสียแล้ว สักครู่ มือกร้าน ๆ ของคุณป้า ก็ถือน้ำมาให้พร้อมคำพูดเพราะ ๆ ว่า “น้ำเย็น ๆ จ้า, อร่อยไม๊ค่ะ, ถ้าไม่อร่อยบอกป้าได้นะ เดี๋ยวป้าจะได้ทำให้ถูกปาก, ผัดกะเพราเค็มไปหรือเปล่า” ในขณะที่กำลังกินอยู่เหลือบไปเห็นคนจรเป็นใบ้คนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ทำท่าทางสื่อสารขอข้าวกิน คุณลุงรีบตักข้าวให้เขาคนนั้นพร้อมกับบอกว่ากินให้เยอะ ๆ นะ เรารู้สึกว่าบรรยากาศการทานอาหาร ในวันนั้น
 
ช่างเอร็ดอร่อยด้วยความอบอุ่นด้วยบรรยากาศแห่งความดีงามอย่าง น่าตื้นตัน ทั้งคุณลุงและคุณป้า อ่อนน้อม พูดเพราะ สัมผัสได้ถึงกระแส แห่งความเมตตาและจริงใจต่อทุกคน
      ทานเสร็จ ก่อนจ่ายตังค์ เสียงพูดปนความห่วงใย ก็ออกมาจากปาก ของลุงหน้าดุ หนวดดำครึ้มอีกว่า “ทานอิ่มไม๊ครับ” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ถ้าไม่จำเป็น เราจะไม่ไปกินร้านไหนเลย และถ้าวันไหนลุงกับป้าปิดร้าน เราจะชะเง้อหาด้วยความคิดถึง
       ภายใต้ดวงหน้าของลุงและป้า ที่กร้านแดดกร้านลม เบื้องหลัง ใบหน้าที่หนวดดกดำครึ้ม ในใจของท่านทั้งสอง เรามองเห็นดอกไม้ ที่งดงามสะพรั่ง ละลานเต็มไปหมด