คืนวันอันแสนดี
   
โดยพี่ป้อม

      จำได้ตอนเรียนวิชา English Literature สมัยเรียนอยู่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ อาจารย์ที่สอน ท่านมาจากคณะ อักษรศาสตร์ เรียนจาก sheet ที่อาจารย์แจก ความที่อยากให้เข้าใจยิ่งขึ้น จึงสู้อุตส่าห์เดินข้ามฟากไปห้องสมุด คณะอักษรฯ (หมายความว่า คณะครุฯ อยู่ฟากตลาดสามย่าน จึงต้องเดินข้ามถนนพญาไท ไปยังคณะอักษรฯ ซึ่งอยู่เกือบชนถนนอังรีดูนังต์) ไปค้นเจอตำราฝรั่งปกแข็งหนาสัก ๒ นิ้วครึ่ง มีเนื้อหาที่อาจารย์คัดมาสอนทั้งนั้นเลย เลยยืมแบกขึ้นรถเมล์กลับบ้าน พอได้อ่านเนื้อหาเต็ม ๆ ก็ซาบซึ้งถูกใจ หมดช่วงยืมที ก็ยืมต่ออีก แบกไปมาอยู่ ๒-๓ รอบ เรียนอย่างนี้ ก็ได้ A วิชานี้สบาย ๆ

      ครั้นได้มาเป็นอาสาสมัครใหม่ ๆ บทชาดกที่พี่ ๆ หรือหัวหน้าแผนกเรียบเรียงมาให้เป็นบทพูดบนรถ อ่านแล้วก็ อยากหาบทเต็ม ๆ อ่าน จึงเริ่มหัดอ่านหนังสือ ทางแห่งความดี ของอาจารย์ วศิน อินทสระ ต่อ ๆ มาก็หัดพลิก พระไตรปิฎก อ่านพระสูตรและอรรถกถาแปล ของมหามงกุฏราชวิทยาลัย ปกสีน้ำตาลนั่นแหละ ที่บ้านมีอยู่หลายเล่ม ได้รับตกทอดมาจากเจ้าหน้าที่รุ่นก่อน ๆ และยังหาซื้อมาเพิ่มอีกหลายเล่ม ช่วงหนึ่งได้มีโอกาสฟังพระเดชพระคุณ- หลวงพ่อทัตตชีโว บรรยายเนื้อหาชาดกในอิตถีวรรค แต่ละประโยคในเนื้อหา หลวงพ่อท่านสามารถหยิบมาเสริมความรู้ ต่าง ๆ ให้เราอีกมากมาย ยกตัวอย่างที่เห็นง่าย ๆ อย่างในเรื่อง อุจฉังคชาดก มีประโยคว่า 

 

 

 


      “ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ บุตรของหม่อมฉันหาได้ง่ายเหมือนกับผักในพก เมื่อหม่อมฉันเดินไปตามทาง สามีก็หาได้ง่าย หม่อมฉันไม่เห็นประเทศที่จะนำพี่ชายผู้ร่วมอุทรมาได้”
      คือเรื่องมีอยู่ว่าบุตร สามี และพี่ชายของหญิงคนนี้ไถนาอยู่ปากดง ถูกทหารจับไปเพราะคิดว่าเป็นโจรในดงปลอมตัว มาเป็นชาวนา นางจึงไปทูลขอจากพระราชา พระองค์ให้นางเลือกช่วยเพียง ๑ คน นางเลือกพี่ชาย เพราะพี่ชายไม่สามารถ หาใหม่ได้อีก พระราชาทรงประทับใจ เลยปล่อยทั้ง ๓ คน
      ถ้าเป็นเราอ่านพอเข้าใจเนื้อหาก็จะผ่าน ไม่ค่อยสนใจรายละเอียดปลีกย่อย บางทีตอนที่ว่าไม่สนใจนะ ความจริง ไม่เข้าใจด้วยซ้ำ หลวงพ่อท่านก็หยิบคำว่า ผักในพก มาอธิบาย ซึ่งจริง ๆ เราก็นึกภาพไม่ออกคืออะไร ท่านอธิบายว่า ในสมัยก่อน สองข้างทางอุดมสมบูรณ์ เดินไปก็เด็ดผักไป แต่ไม่ได้มีภาชนะไปด้วย จึงเก็บไว้ที่ชายพกผ้านุ่ง เราก็ร้อง อ๋อ หรืออย่างคำว่า “โจรในดง” ท่านก็พูดถึงดงพญาเย็นในยุคที่ท่านเป็นเด็ก ว่ามีโจรชุก มีไข้ป่า ข้ามไปลำบาก ชาดกสั้น ๆ ๑ บท นอกเหนือจากธรรมะ ยังได้เรียนรู้อะไรมากมาย และถ้าจะเรียบเรียงออกมาเป็นงานเขียน หลวงพ่อท่านสอนว่าต้องศึกษาให้เข้าใจ แล้วเขียนออกมา ทิ้งช่วงไว้วันสองวัน แล้วไปอ่านใหม่ จะเห็นข้อที่ควรแก้ไข เขียนทำนองนี้สัก ๕ รอบจึงใช้ได้
      ต่อมาเมื่อได้รับบุญแต่งบทพูดบนรถ ก็จะต้องอ่านพระไตรปิฎกเพื่อหาบทที่เหมาะ แต่เวลาแต่งเป็นบทพูด ก็ไม่สามารถ ทำ ๕ รอบเหมือนที่หลวงพ่อสอน เขียนเสร็จรอบเดียวก็ดีใจแทบแย่ บางช่วงอ่านพระไตรปิฎกจนติด ต้องอ่านก่อนนอนทุกคืน แต่เวลาที่อ่านประจำจริง ๆ คือขณะดื่มกาแฟตอนเช้า มีความสุขมาก อ่านจนบางทีไม่อยากไปทำงาน
      การอ่านหนังสือธรรมะนี่แปลก เช่นชาดกเรื่องเดียวกัน อ่านคนละอารมณ์ คนละเวลา คนละสถานการณ์ ก็จะได้แง่คิด ไม่เหมือนกัน อย่างช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่วัดเรากำลังถูกโจมตีให้ร้ายอย่างหนักหน่วง ชาดกที่จะใช้เล่าบนรถก็จะหาเรื่องราว ที่ให้กำลังใจ ทำนองธรรมะต้องชนะอธรรม, การละความโกรธ, หรือเรื่องที่โยงเข้ากับการปกป้องพระพุทธศาสนาได้ ช่วงนั้นเวลาอ่านชาดกจึงอ่านแบบมีเป้าหมายชัดเจน หลายเรื่องที่เคยอ่านผ่านไม่สนใจ มาในสถานการณ์นี้ กลับเป็นเรื่องใช่เลย แง่คิดนำมาสรุปตรงวัตถุประสงค์ได้ อ่านแล้วกลับให้รสชาติถูกใจ
      บางเรื่องอ่านแล้วก็ให้แง่คิดสอนใจมากมาย แต่พอได้วิเคราะห์ ก็ได้มากกว่านั้นอีก       ยกตัวอย่างเรื่อง กัจจานิโคตตชาดก เรื่องสะใภ้ใจร้าย ใส่ร้ายแม่สามี จนสามีหลงเชื่อ จากที่เป็นลูกชายแสนดีที่รักและ เลี้ยงดูแม่ดุจเทวดา กลับทุบตีขับไล่แม่ชราออกจากบ้าน ส่วนตัวลูกสะใภ้กลับได้ดี เพราะต่อมาได้คลอดลูกชาย ได้เป็นใหญ่ ในตระกูล แม่ชราจึงเข้าป่าหุงข้าวเพื่อทำพิธีอุทิศให้ผู้ตาย ซึ่งนางหมายเอาธรรมะที่นางเห็นว่าสูญไปแล้ว เพราะคนทำบาป กลับได้ดี ท้าวสักกะจึงลงมาว่าจะทำให้ลูกชาย สะใภ้ เป็นเถ้าธุลี นางตกใจทูลขอว่า ขอให้บุตร สะใภ้ และหลานมีความสุขเถิด ท้าวสักกะจึงทรงชี้ว่านี่ไง เมตตาธรรมเธอก็ยังมีอยู่ ธรรมะไม่ได้สูญเช่นที่เธอคิด แล้วทรงดลใจให้ลูกชายและสะใภ้คิดถึงคุณมารดา ออกมาตามหาและขอขมา เลย happy ending สนุกใช่ไหม
      เรื่องนี้ อ่านครั้งแรกอาจได้แง่คิด การไม่ควรเป็นคนหูเบา ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ความรักของแม่ แต่พอได้อ่าน อย่างวิเคราะห์ ก็จะเห็นว่าทำไมคนที่ท้อแท้จึงได้พูดว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป และก็เห็นว่าปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้ มีมา ช้านานก่อนสมัยพุทธกาลเสียอีก แต่ถ้าครอบครัวไหนปฏิบัติธรรม ปัญหาเช่นนี้ก็จะไม่เกิด ขมวดเข้าชวนเปิดบ้านกัลยาณมิตรก็ได้ กระตุ้นให้รีบตามคนใหม่เพื่อเข้าสู่ระบบสร้างเครือข่ายคนดีที่กำลัง top hit ในขณะนี้ก็ได้ เพื่อสถาบันครอบครัวจะได้มั่นคงแข็งแรง
      เขียนมาอย่างนี้ ผู้อ่านคงคิดว่าผู้เขียนคงมีความรู้ชาดกมากมาย แต่ความจริงก็อ่านไปลืมไปบ้าง ไม่สามารถจะทรงจำได้ยาวนานเลย จนบางครั้งอ่อนอกอ่อนใจ อธิษฐานว่าสิ่งใดที่พึงจำเพื่อประโยชน์ต่อการทำงานพระศาสนา และการสร้างบารมี ขอให้เราจดจำเรื่องราวนั้นได้ และได้อย่างถูกต้องด้วยเถิด
      แต่อย่างไรก็ตาม ได้หมั่นเตือนตนอยู่เสมอด้วยโคลงโลกนิติที่ว่า

  เว้นวิจารณ์ว่างเว้น
เว้นที่ถามอันยัง
เว้นเล่าลิขิตสัง
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้
สดับฟัง
ไป่รู้
เกตว่าง เว้นนา
ปราชญ์ได้ฤามี ฯ

      ดังนั้นถ้าเป็น Booklover แล้วบวก สุ. จิ. ปุ. ลิ. เข้าไปด้วย ได้เชื้อ
ความเป็นนักปราชญ์บัณฑิตบ้าง ค่อยสมศักดิ์ศรีการเป็นลูกพระราชฯหน่อย