โดย ปารินทร์ และ ปารีณา
หนังสือแสนรัก  

“หนังสือเป็นเสมือนคลังที่รวบรวมความรู้ ความคิด วิทยาการ ทุกด้านทุกอย่าง ซึ่งมนุษย์ได้เรียนรู้ ได้คิดอ่าน แล้วเพียรพยายาม บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร หนังสือแพร่ไปถึงที่ใด ความรู้ความคิดก็แพร่ไปถึงที่นั่น หนังสือจึงเป็นสิ่งมีค่า และมีประโยชน์ ที่จะประมาณมิได้ ในแง่ที่เป็นบ่อเกิดการเรียนรู้ของมนุษย์”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชการที่ ๙)
“ก่อนนอนทุกคืน โจวเหวินจะอ่านหนังสือสักประมาณครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นนิตยสาร วรรณคดี นิยาย สารคดีความรู้ต่าง ๆ คนโบราณ กล่าวไว้ว่า “สามวันไม่ได้อ่านหนังสือ หน้าตาก็จะน่าเกลียดน่าชัง” ส่วนโจวเหวินเองมีความเห็นว่า ถ้าไม่ได้อ่านหนังสือที่ตนชอบเพียงวันเดียว เป็นต้องนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เหมือนขาดสิ่งสำคัญอะไรไปสักอย่าง”

ชีวิตของโจวเหวินนั้นต้องทำงานอย่างหนักเพื่อความอยู่รอด อีกทั้งโรคร้ายต่าง ๆ ก็เข้ามารุมเร้าจนทุกข์ทรมาน ทำให้เขากลายเป็นคนเจ้าโทสะ อารมณ์ร้ายไม่มีใครอยากคบหา ขณะที่เริ่มท้อแท้หมดหวังกับชีวิต เขานึกถึงคำของคุณครูที่เคยสอนในสมัยเรียนถึงความสำคัญของหนังสือ ขึ้นมาได้ จากนั้นพอเลิกงานเขาก็ไปที่ร้านหนังสือ เลือกหาหนังสือที่มีสาระประโยชน์ นำกลับมาที่บ้านแล้วอ่านอย่างเอาจริงเอาจัง ในเวลาไม่ถึงสองเดือนนิสัยรักการอ่านทำให้เขามีความกระตือรือร้น สามารถที่จะขอคำสั่งสอนจากผู้อื่นได้อย่างถ่อมตัว เปลี่ยนชีวิตของเขา ให้เป็นอีกคนหนึ่ง ที่มีความเบิกบาน คุยสนุก หน้าตายิ้มแย้มอยู่เสมอ เขาบอกว่า ในวันที่ไม่รู้จะไปหาใครชี้แนะ เขาพบว่าการอ่านหนังสือ เป็นประโยชน์อย่างมหาศาล นำมาซึ่งแรงบันดาลใจในชีวิตได้ และนี่คือบางส่วนของเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือที่ช่วยชีวิตไว้ จากในหนังสือชื่อ “เจียระไนชีวิต” ซึ่งเขียนโดย อู๋เหม่ยซิน แปลและเรียบเรียงโดย ลีฮวง โค้วเจริญ หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเก่า และเป็นหนังสือแสนรัก เล่มหนึ่งของรุ่นพี่ที่นับถือกันได้มอบให้มา

 

การอ่านหนังสือมาก ๆ จนมีนิสัยรักการอ่าน สิ่งที่อ่านจะทำให้เกิดเชาว์ปัญญา ซึ่งไม่เกี่ยงว่าคน ๆ นั้นจะประกอบอาชีพอะไร คนเราทุกคนต่างมีสิ่งดีในตัวเอง เพียงแต่ว่าใครจะค้นพบสิ่งดีนี้ได้อย่างไร? เมื่อไหร่? มีคนจำนวนมากค้นพบสิ่งดี ๆ ในตัวเองได้จากการอ่าน

ข้อคิดต่าง ๆ ในหนังสือจะมีคุณค่าขึ้นมาทันทีเมื่ออ่านแล้วคิด... คิดแล้วทำ เราควรอ่านหลาย ๆ ครั้ง โดยครั้งแรกอาจจะอ่านผ่าน ๆ ให้ได้สาระโดยสรุป ครั้งต่อมาอ่านช้า ๆ จุดที่พอใจ พิจารณาสิ่งที่แฝงอยู่ แล้วอ่านซ้ำ ๆ อีกเป็นการทบทวนตรงนั้น เพื่อให้แนวคิดตกตะกอน บางคนแนะนำว่าควรวางหนังสือแสนรักของเราไว้ใกล้ ๆ ตัว มีโอกาสรีบหยิบมาอ่านเพื่อปลุกปลอบกระตุ้นความคิดให้ใฝ่ดี หนังสือบางเล่ม ให้ทั้งความบันเทิงและข้อคิด เพื่อนำมาพัฒนาชีวิตให้เบิกบาน และที่สำคัญหนังสือบางเล่มทำให้เราได้ค้นพบตัวเอง มองเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น

หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่า แหล่งหนังสือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด ร้านหนังสือ สถานที่เหล่านี้เป็นเสมือนที่หลบภัยทางความรู้สึกบางอย่าง คุณเป็นเช่นหนังสือที่คุณอ่าน หนังสือบางเล่มอยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิต หนังสือประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่อ่านแล้วทำให้จิตใจ อ่อนโยนและรักดี หนังสือที่อ่านแล้วให้จินตนาการเกิดความคิดสร้างสรรค์ หรือหนังสือที่เตือนสติให้เราไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต หนังสือที่ให้ความเพลิดเพลินสนุกสนาน ยังมีอีกมากมายหลายประเภทในโลกของหนังสือ เรามีหลักในการพิจารณาไหมว่า นี่คือหนังสือแสนรัก แสนประทับใจของเรา พิจารณาจากปกสวย ๆ ดูจากภาพประกอบที่ชอบใจ หรือพิจารณาจากเนื้อหาที่เพียบไปด้วยสาระอัดแน่นทั้งเล่ม

แต่น่าเสียดายที่ค่านิยมในการอ่านของคนส่วนใหญ่ยังมีน้อยมาก บางคนบอกว่า ไม่อยากอ่านหนังสือ เพราะมีหนังสือมากเกินไป มากจนเลือกไม่ถูกว่าเล่มไหนดี เล่มไหนเหมาะและเล่มไหนคุ้มกับเงินที่ต้องจ่าย บางคนมีเหตุผลต่าง ๆ นา ๆ สรุปว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้ เป็นคนไม่อ่านหนังสือ แต่คนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือเลย…ใช่ว่าจะมีหนังสือเล่มแรกที่ชอบไม่ได้

หากวันนี้ถ้ามีใครสักคนอยากให้คุณเลือกหนังสือสักเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือประจำตัวที่คุณแสนรัก ไว้สำหรับมอบหรือแนะนำคนอื่น ๆ คุณตัดสินใจได้หรือไม่ว่า หนังสือเล่มใดเป็นหนังสือแสนรักของคุณ? และถ้าคุณบอกว่าคุณเป็นคนรักหนังสือและมีหนังสือที่คุณแสนรัก อยู่ในใจสักเล่ม มีข้อพิสูจน์ใดที่ช่วยยืนยันในความรักนั้นหรือยัง ถ้ายังลองอ่านบทความต่อไปนี้ดู อาจจะได้คำตอบอะไรบางอย่าง……..  

 
 คนรักหนังสือ  

“พี่เป็นคนรักหนังสือ” มีความจริงใจเปี่ยมอยู่ในน้ำเสียง
“เล่มนี้รักที่สุด อ่านมาตั้งแต่เด็ก” แววตาทอประกายอบอุ่น
“หนังสือนี่…ขาดไม่ได้เลย” ฟังแล้วปลื้มมมม
บ่อยครั้งที่ได้ยินประโยครักหวาน ๆ จากปากคนอ่านหนังสือ นอกจากปลื้มใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แล้วก็อดคิดต่อไปไม่ได้ว่า
“เชื่อทุกคำที่พูดแต่ต้องรอพิสูจน์ที่การกระทำ”
ที่ว่ารักนั้น มากแค่ไหน?
จะรักนานเท่าใด หรือเพียงแค่เชยชมพอสมใจแล้วหน่ายไม่ไยดี ปล่อยทิ้งให้หนูแทะ?

มีข้อพิสูจน์ง่าย ๆ ที่จะสังเกตได้ว่า รักของใครแท้ รักของใครเป็นแค่ลมปาก รักแท้บางอย่างอาจใช้เวลามาก แต่สำหรับความรักหนังสือนั้น รู้เห็นกันได้ตั้งแต่สัมผัสแรกเลยทีเดียว ดูตั้งแต่มือที่หยิบหนังสือขึ้นมานั้นสะอาดพอ ๆ กับมือที่จะหยิบอาหารใส่ปากหรือเปล่า ถ้าไม่ละก้อ เขาหรือเธอควรจะไปล้างมือให้สะอาดหรืออย่างน้อยก็เช็ดสักหน่อย เพราะคงไม่มีคนรักที่ไหนอยากเห็นสิ่งที่รักสกปรกเร็ว หรือพอได้หนังสือมาก็รีบนำไปหุ้มปกพลาสติกก่อน นั่นแสดงถึงความจริงใจที่คิดปกป้องของรักเป็นด่านแรก

ต่อมาลองดูว่าเปิดอ่านอย่างเบามือหรือไม่ และบางครั้งเปิดอ่านไปพบว่ากระดาษ ๒ แผ่นไม่แยกจากกัน เขาหรือเธอก็รีบไปหามีดคม ๆ มาตัดอย่างระมัดระวัง นั่นละใช่เลย ให้คะแนนความรักอีกหนึ่งแต้ม แต่ถ้าใครเอามือฉีกทันทีไม่ให้เสียเวลาอ่าน อย่างนี้เรียกว่ารักไม่เต็มร้อย

 

ครั้นอ่านไปได้สักพักเกิดอยากเข้าห้องน้ำ ดูว่าเขาหากระดาษบาง ๆ มาคั่นหน้าที่อ่านไว้ หรือว่าจับหนังสือคว่ำหน้าลงพื้นไว้เลย ซึ่งถ้าเป็น เล่มหนา โอกาสที่สันหนังสือหักยิ่งมีมาก ครั้นพอเดินกลับมาอ่านต่อ คราวนี้มีน้ำมีขนมติดมือมาด้วย อันนี้พึงสังเกตว่ากินดื่มอย่างระมัดระวัง หรือทำน้ำหกใส่ เศษขนมร่วงเลอะลงไป กลายเป็นศิลปะบนหน้ากระดาษที่ไม่พึงปรารถนา อย่างนี้ต้องหักคะแนน

เมื่ออ่านเสร็จเก็บเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งไม่เกี่ยงว่าจัดวางแบบตั้งหรือนอนขอเพียงหนังสือไม่ยับ และเป็นที่ที่แห้งสะอาดเป็นใช้ได้ ถ้ายิ่งเห็นการบูรในตู้หนังสือด้วยแล้วยิ่งทำให้เข้าใจเลยว่า “หวงขนาดมดไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หนอนหนังสือยังหมดสิทธิ์แทะเล็ม” และ ช่วงนี้เป็นฤดูฝนยิ่งคนรักหนังสือจะระวังเป็นพิเศษ หากนำหนังสือติดตัวไปนอกสถานที่เขาจะมีถุงพลาสติกไว้ใกล้มือให้หยิบฉวยมาใส่ทันที คนอย่างนี้มีแต่ต้องยอมรับแล้วล่ะ ว่ารักกันจริง

นี้เป็นตัวอย่างที่สังเกตได้ง่ายระหว่างคนชอบอ่านหนังสือกับคนรักหนังสือตัวจริง

เพราะคนที่รักหนังสือนั้น นอกจากจะแสวงหาประโยชน์จากการอ่านแล้วยังรู้จักดูแลรักษา เพื่อให้สิ่งที่รักแสดงคุณค่าในตัวต่อไปอีกนาน เมื่อเวลาผ่านไปไม่ว่าจะรักถนอมแค่ไหน ก็ห้ามความแก่ความเสื่อมไม่ได้ แต่เราสามารถยืดอายุได้ หากซ่อมแซมอย่างถูกวิธี ซึ่งเทคนิคต่าง ๆ ตรงนี้มีค่อนข้างมากขึ้นอยู่กับว่าหนังสือชำรุด ทรุดโทรมลักษณะไหน มากน้อยเท่าใด หน้ากระดาษนี้คงไม่มีที่ให้พออธิบาย แต่ถ้าสนใจจริง ๆ ก็ยินดีแนะนำโดยการทำให้ดูกันสด ๆ ที่ห้องสมุดค่ะ