หน้าแรก เวลาธรรมกาย ธรรมะประจำวัน วารสาร สื่อธรรมะ ข่าวและกิจกรรม ปกิณกะ
วัฒนธรรมชาวพุทธ about us จุดออกรถมาวัด บทเพลงธรรมะ ดาวน์โหลด
 มารยาทการรับประทานอาหารตามหลักเสขิยวัตร

                   การรับประทานอาหารไม่เพียงแต่เพื่อให้อิ่มท้องเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเวลาที่สมาชิกในบ้านในครอบครัว
     หรือองค์กรเพื่อนสนิทมิตรสหายได้อยู่พร้อมหน้ากัน จึงควรมีข้อควรสนใจ ดังนี้

  • ในการร่วมรับประทานอาหารกับผู้อื่น ควรรักษาจังหวะและความเร็วในการอิ่มให้พร้อมเพรียง
    หรือใกล้เคียงกันกับเพื่อน ๆ ร่วมโต๊ะ(หรือร่วมวง)
  • เวลารับประทานอาหารไม่ควรสร้างความรำคาญและรบกวนผู้อื่น
  • ต้องมีมารยาทขณะรับประทานอาหาร
  เสขิยวัตร 
(ต้นบญญัติมารยาทไทย)

                  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติสิกขาบทเกี่ยวกับการฉันภัตตาหารไว้เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ถือปฏิบัติ
        เป็นธรรมเนียมและแบบแผนอันเดียวกัน เพื่อยังศรัทธาของผู้ศรัทธาอยู่ให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้น และปลูกศรัทธา
        ของผู้ยังไม่ศรัทธาให้งอกงามขึ้นซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับมารยาทการรับประทานอาหารในปัจจุบัน
        ได้เป็นอย่างดี ดังมีรายละเอียดจากพุทธบัญญัติ ดังต่อไปนี้

   หมวดแห่งการรับบิณฑบาต (การรับอาหาร)
    ๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
         การนำไปใช้

เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ
ไม่ควรแสดงอาการรังเกียจใน อาหารที่รับมา รับด้วยอาการ
ที่ยินดีเต็มใจ ไม่ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ

    ๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
          การนำไปใช้               

เมื่อรับบิณฑบาต เราจักแลดูแต่ในบาตร
ไม่ควรเหลียวซ้ายแลขวาขณะรับอาหารหรือขณะตักอาหาร
มารับประทาน

    ๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า          
          การนำไปใช้
เราจักรับแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก (ไม่รับกับข้าวมากไป)
ไม่ควรตักแต่กับข้าวที่ตนเองชอบ โดยไม่เปิดโอกาสให้เพื่อน
ร่วมวงอาหารได้ตักเลย
    ๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
           การนำไปใช้
เราจักรับบิณฑบาตพอเสมอขอบปากบาตร
ไม่ควรตักอาหารใส่จานตนเองจนล้นหกเลอะเทอะควรตักแต่
่พอประมาณ

    หมวดแห่งการฉันบิณฑบาต (การรับประทาน)

    ๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
           การนำไปใช้

เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ
ไม่ควรทำอาการรังเกียจอาหารที่ไม่ชอบควรรับประทานด้วย
ท่าทีสงบเพื่อรักษาศรัทธาของเจ้าภาพ

     ๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
         
การนำไปใช้ 

เมื่อฉันบิณฑบาต เราจักแลดูแต่ในบาตร
ขณะรับประทานควรมีอาการสำรวม ไม่ควรมองคนโน้นคนนี้
หรือมองทั่วบริเวณ

     ๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า                        การนำไปใช้ 

เราจักไม่ตักข้าวสุกให้แหว่งตรงกลาง(ฉันไปตามลำดับ)
ตักข้าวไม่ให้เลอะขอบจาน 

     ๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
        
  การนำไปใช้                

เราจักฉันแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก(ไม่ฉันกับข้าวมากไป)
ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่ตนเอง ชอบและตักกับ
ข้าวมากเกินไปจนคนอื่นไม่ได้ รับประทาน

     ๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
        
 การนำไปใช้   

เราจักไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป  
เมื่อรับประทานควรตะล่อมและเกลี่ยข้าวในจานของตนเองให้
เรียบร้อยตลอดเวลา ไม่เลอะเทอะทั่วจาน

     ๑๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
          
  

เราจักไม่เอาข้าวสุกปิดแกงและกับข้าวด้วยหวังได้มาก

      ๑๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
           
การนำไปใช้

เราไม่เจ็บไข้จักไม่ขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์  
แก่ตนมาฉัน
ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารอร่อยๆ หรือราคา แพง ๆ เท่านั้น
หรือร้องขออาหารที่ชอบใจจากเจ้า ภาพโดยขาดความเกรงใจ

      ๑๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
           
การนำไปใช้            

เราจักไม่มองดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ
ขณะรับประทานอาหารไม่ควรมองดูจานอาหาร ของผู้อื่นอาจเป็น
เหตุนำมาซึ่งการอิจฉาริษยาได้

      ๑๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
          
การนำไปใช้ 

เราจักไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่เกินไป
ไม่ควรตักอาหารจนพูนช้อน จะทำให้ต้องอ้าปากกว้าง เมื่อจะรับ
ประทาน ทำให้เคี้ยวไม่ละเอียด

     ๑๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
           
การนำไปใช้   

เราจักทำคำข้าวให้กลมกล่อมควรตักอาหารแล้วตะล่อมให้เรียบร้อย ไม่ให้ล้นช้อนจนหกเรี่ยราด

      ๑๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า             

เราจักไม่อ้าปากไว้รอท่า ในเมื่อคำข้าวยังไม่ถึง ปาก

       ๑๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
            
การนำไปใช้              

เราจักไม่เอานิ้วสอดเข้าปากในขณะฉัน  
ในกรณีที่ต้องแคะเศษอาหารที่ติดฟัน ควรใช้ไม้ จิ้มฟัน โดยมีผ้าหรือมือปิดบังด้วย

       ๑๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
               การนำไปใช้   

เราจักไม่พูด ทั้งที่ยังมีคำข้าวอยู่ในปาก  
ไม่ควรพูดคุยเสียงดัง ขณะเคี้ยวอาหารอยู่ ไม่ควร ตักอาหาร
ใส่ปากอีก ขณะยังมีคำข้าวในปากอยู่

       ๑๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
            
การนำไปใช้ 

 เราจักไม่โยนคำข้าวเข้าปาก
อาหารที่เป็นเม็ด ๆ ก้อน ๆ เช่น ถั่ว ขนม ลูกอม ไม่ควรโยน
เข้าปาก เพื่อรับประทาน

        ๑๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
                การนำไปใช้ 

เราจักไม่ฉันกัดคำข้าว
อาหารที่เป็นชิ้นใหญ่เกินคำ ควรใช้ช้อนหรือส้อม ตักให้พอดีคำ
รับประทาน หากเป็นอาหารประเภทปิ้งด้วยไม้ ก่อนรับประทาน
ควรนำอาหารออกจาก ไม้ก่อนแล้วใช้ส้อมหรือช้อนตักรับประทาน

      ๒๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
            
การนำไปใช้     

เราจักไม่ฉันทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย
ไม่ควรทำคำข้าวให้ใหญ่ หากเป็นผลไม้ชิ้นใหญ่ ๆ ควรตัดให้
พอดีคำ

       ๒๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า  
          
 การนำไปใช้ 

เราจักไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง
ไม่ควรสะบัดมือหรือช้อมส้อมที่มีเศษอาหารติดอย ู่เพราะจะ
ทำให้้กระเด็นถูกผู้อื่นเลอะเทอะ

                                                           

      ๒๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
                การนำไปใช้

เราจักไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าวให้ตกลงในบาตรหรือ
ในที่นั้นๆ   

ไม่ควรรับประทานให้เมล็ดข้าวหรืออาหารตกเรี่ยราดลงบนพื้น
       ๒๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
                การนำไปใช้
เราจักไม่ฉันแลบลิ้น
ไม่ควรแลบลิ้นเลียอาหาร

      ๒๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า   
                การนำไปใช้

เราจักไม่ฉันดังจับ ๆ 
ไม่ควรอ้าปากกว้างขณะเคี้ยวอาหารเพราะจะทำให้เกิดเสียงดัง
ขณะเคี้ยว หากเป็นอาหารแห้ง กรอบควรอมไว้ในปากสักครู่
ให้อ่อนนุ่มจึงค่อยเคี้ยว
 

      ๒๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
                การนำไปใช้

เราจักไม่ฉันดังซูด ๆ
การรับประทานอาหารที่เป็นน้ำหรืออาหารประเภทเส้นไม่ควร
ซดเสียงดัง หากอาหารนั้นร้อนอยู่ควร รับประทานทีละน้อย หรือ
รอให้ความร้อนลดลงจึง ค่อยรับประทาน
        ๒๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
             
การนำไปใช้ 
เราจักไม่ฉันเลียมือ
ไม่ควรเลียมือหรือเลียช้อนส้อม มีด ตะเกียบ ขณะรับประทาน
หากเศษอาหารติดควรเช็ดด้วยกระดาษ
         ๒๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
             
 การนำไปใช้
เราจักไม่ฉัน(ขอดบาตร)เลียบาตร
ไม่ควรขูดจานหรือชามที่ใส่อาหารรับประทาน จะทำให้เกิด
เสียงดัง ก่อนรับประทานอาหาร ควรตักน้ำแกงราดรอบ ๆ
จาน เพื่อให้เมล็ดข้าวชุ่มด้วยน้ำ แกงจะได้ไม่ติดจาน และ
ช้อนส้อม
         ๒๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า 
                 การนำไปใช้
เราจักไม่ฉันเลียริมฝีปาก
ไม่ควรเลียริมฝีปาก หากมีเศษอาหารติด ควรใช้กระดาษทิชชู
เช็ดปาก หรือผ้าเช็ดออก
         ๒๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
                 การนำไปใช้
เราจักไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะใส่น้ำ
ไม่ควรใช้มือที่เปื้อนเศษอาหารจับแก้วน้ำ เพราะอาจเกิดความ
มันแก้วน้ำ เป็นเหตุให้ล้างออกยาก และแก้วน้ำอาจลื่นหล่น
ตกแตกได้
         หมวดการล้างบาตร (การล้างภาชนะใส่อาหาร)

       ๓๐. ภิกษุพึงทำความศีกษาว่า
                การนำไปใช้

เราจักไม่เอาน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทลงในละแวกบ้าน
ควรรับประทานให้หมดอย่าให้เหลือทิ้ง และเช็ดจานให้เรียบร้อย ไม่มีคราบมันหรือเศษอาหารติดอยู่ จะทำให้สะดวกต่อการนำไป
ล้าง ส่วนเศษอาหารควรห่อด้วยกระดาษให้เรียบร้อย แล้วนำไป
ทิ้งถังขยะ
 
น่าเสียดาย...ถ้าไม่รู้
 
มารยาทในการดื่มน้ำ

    
          มีระเบียบวิธีการที่เหมาะสม ดังนี้
          ๑. การรินน้ำ ไม่ควรให้เกิดเสียงดัง โดยเอียงแก้วให้น้ำที่รินจากเหยือกหรือภาชนะอื่นไหลตามผนังแก้ว
              ลงสู่ก้นแก้วขณะรินน้ำ
          ๒. ไม่ควรยืนดื่มน้ำ
          ๓. ฝึกดื่มน้ำไม่ให้เกิดเสียงดัง โดยดื่มช้า ๆ ค่อย ๆ ดื่มทีละน้อย ๆ