| หมวดแห่งการรับบิณฑบาต (การรับอาหาร) |
๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักรับบิณฑบาตโดยเคารพ
ไม่ควรแสดงอาการรังเกียจใน อาหารที่รับมา รับด้วยอาการ
ที่ยินดีเต็มใจ ไม่ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ |
๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เมื่อรับบิณฑบาต เราจักแลดูแต่ในบาตร
ไม่ควรเหลียวซ้ายแลขวาขณะรับอาหารหรือขณะตักอาหาร
มารับประทาน |
๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักรับแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก (ไม่รับกับข้าวมากไป)
ไม่ควรตักแต่กับข้าวที่ตนเองชอบ โดยไม่เปิดโอกาสให้เพื่อน
ร่วมวงอาหารได้ตักเลย |
๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักรับบิณฑบาตพอเสมอขอบปากบาตร
ไม่ควรตักอาหารใส่จานตนเองจนล้นหกเลอะเทอะควรตักแต่
่พอประมาณ |
หมวดแห่งการฉันบิณฑบาต (การรับประทาน) |
๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักฉันบิณฑบาตโดยเคารพ
ไม่ควรทำอาการรังเกียจอาหารที่ไม่ชอบควรรับประทานด้วย
ท่าทีสงบเพื่อรักษาศรัทธาของเจ้าภาพ |
๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เมื่อฉันบิณฑบาต เราจักแลดูแต่ในบาตร
ขณะรับประทานควรมีอาการสำรวม ไม่ควรมองคนโน้นคนนี้
หรือมองทั่วบริเวณ |
๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า การนำไปใช้ |
เราจักไม่ตักข้าวสุกให้แหว่งตรงกลาง(ฉันไปตามลำดับ)
ตักข้าวไม่ให้เลอะขอบจาน |
๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักฉันแกงพอสมควรแก่ข้าวสุก(ไม่ฉันกับข้าวมากไป)
ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่ตนเอง ชอบและตักกับ
ข้าวมากเกินไปจนคนอื่นไม่ได้ รับประทาน |
๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ขยุ้มข้าวสุกแต่ยอดลงไป
เมื่อรับประทานควรตะล่อมและเกลี่ยข้าวในจานของตนเองให้
เรียบร้อยตลอดเวลา ไม่เลอะเทอะทั่วจาน |
๑๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
|
เราจักไม่เอาข้าวสุกปิดแกงและกับข้าวด้วยหวังได้มาก |
๑๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราไม่เจ็บไข้จักไม่ขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์
แก่ตนมาฉัน
ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารอร่อยๆ หรือราคา แพง ๆ เท่านั้น
หรือร้องขออาหารที่ชอบใจจากเจ้า ภาพโดยขาดความเกรงใจ
|
๑๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่มองดูบาตรของผู้อื่นด้วยคิดจะยกโทษ
ขณะรับประทานอาหารไม่ควรมองดูจานอาหาร ของผู้อื่นอาจเป็น
เหตุนำมาซึ่งการอิจฉาริษยาได้ |
๑๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ทำคำข้าวให้ใหญ่เกินไป
ไม่ควรตักอาหารจนพูนช้อน จะทำให้ต้องอ้าปากกว้าง เมื่อจะรับ
ประทาน ทำให้เคี้ยวไม่ละเอียด |
๑๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักทำคำข้าวให้กลมกล่อมควรตักอาหารแล้วตะล่อมให้เรียบร้อย ไม่ให้ล้นช้อนจนหกเรี่ยราด
|
๑๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า |
เราจักไม่อ้าปากไว้รอท่า ในเมื่อคำข้าวยังไม่ถึง ปาก |
๑๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่เอานิ้วสอดเข้าปากในขณะฉัน
ในกรณีที่ต้องแคะเศษอาหารที่ติดฟัน ควรใช้ไม้ จิ้มฟัน โดยมีผ้าหรือมือปิดบังด้วย |
๑๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้
|
เราจักไม่พูด ทั้งที่ยังมีคำข้าวอยู่ในปาก
ไม่ควรพูดคุยเสียงดัง ขณะเคี้ยวอาหารอยู่ ไม่ควร ตักอาหาร
ใส่ปากอีก ขณะยังมีคำข้าวในปากอยู่ |
๑๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้
|
เราจักไม่โยนคำข้าวเข้าปาก
อาหารที่เป็นเม็ด ๆ ก้อน ๆ เช่น ถั่ว ขนม ลูกอม ไม่ควรโยน
เข้าปาก เพื่อรับประทาน |
๑๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันกัดคำข้าว
อาหารที่เป็นชิ้นใหญ่เกินคำ ควรใช้ช้อนหรือส้อม ตักให้พอดีคำ
รับประทาน หากเป็นอาหารประเภทปิ้งด้วยไม้ ก่อนรับประทาน
ควรนำอาหารออกจาก ไม้ก่อนแล้วใช้ส้อมหรือช้อนตักรับประทาน |
๒๐. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันทำกระพุ้งแก้มให้ตุ่ย
ไม่ควรทำคำข้าวให้ใหญ่ หากเป็นผลไม้ชิ้นใหญ่ ๆ ควรตัดให้
พอดีคำ |
๒๑. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันพลางสะบัดมือพลาง
ไม่ควรสะบัดมือหรือช้อมส้อมที่มีเศษอาหารติดอย ู่เพราะจะ
ทำให้้กระเด็นถูกผู้อื่นเลอะเทอะ
|
๒๒. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้
|
เราจักไม่ฉันโปรยเมล็ดข้าวให้ตกลงในบาตรหรือ
ในที่นั้นๆ
ไม่ควรรับประทานให้เมล็ดข้าวหรืออาหารตกเรี่ยราดลงบนพื้น |
๒๓. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันแลบลิ้น
ไม่ควรแลบลิ้นเลียอาหาร |
๒๔. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้
|
เราจักไม่ฉันดังจับ ๆ
ไม่ควรอ้าปากกว้างขณะเคี้ยวอาหารเพราะจะทำให้เกิดเสียงดัง
ขณะเคี้ยว หากเป็นอาหารแห้ง กรอบควรอมไว้ในปากสักครู่
ให้อ่อนนุ่มจึงค่อยเคี้ยว |
๒๕. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันดังซูด ๆ
การรับประทานอาหารที่เป็นน้ำหรืออาหารประเภทเส้นไม่ควร
ซดเสียงดัง หากอาหารนั้นร้อนอยู่ควร รับประทานทีละน้อย หรือ
รอให้ความร้อนลดลงจึง ค่อยรับประทาน |
๒๖. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันเลียมือ
ไม่ควรเลียมือหรือเลียช้อนส้อม มีด ตะเกียบ ขณะรับประทาน
หากเศษอาหารติดควรเช็ดด้วยกระดาษ |
๒๗. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้
|
เราจักไม่ฉัน(ขอดบาตร)เลียบาตร
ไม่ควรขูดจานหรือชามที่ใส่อาหารรับประทาน จะทำให้เกิด
เสียงดัง ก่อนรับประทานอาหาร ควรตักน้ำแกงราดรอบ ๆ
จาน เพื่อให้เมล็ดข้าวชุ่มด้วยน้ำ แกงจะได้ไม่ติดจาน และ
ช้อนส้อม |
๒๘. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่ฉันเลียริมฝีปาก
ไม่ควรเลียริมฝีปาก หากมีเศษอาหารติด ควรใช้กระดาษทิชชู
เช็ดปาก หรือผ้าเช็ดออก |
๒๙. ภิกษุพึงทำความศึกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่เอามือเปื้อนจับภาชนะใส่น้ำ
ไม่ควรใช้มือที่เปื้อนเศษอาหารจับแก้วน้ำ เพราะอาจเกิดความ
มันแก้วน้ำ เป็นเหตุให้ล้างออกยาก และแก้วน้ำอาจลื่นหล่น
ตกแตกได้ |
| หมวดการล้างบาตร (การล้างภาชนะใส่อาหาร) |
๓๐. ภิกษุพึงทำความศีกษาว่า
การนำไปใช้ |
เราจักไม่เอาน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวเทลงในละแวกบ้าน
ควรรับประทานให้หมดอย่าให้เหลือทิ้ง และเช็ดจานให้เรียบร้อย ไม่มีคราบมันหรือเศษอาหารติดอยู่ จะทำให้สะดวกต่อการนำไป
ล้าง ส่วนเศษอาหารควรห่อด้วยกระดาษให้เรียบร้อย แล้วนำไป
ทิ้งถังขยะ |