มนุษย์เป็นสัตว์สังคมอยู่กันเป็นกลุ่ม เป็นเผ่า เป็นชนชาติ ต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลาทั้ง
ทางกาย วาจา และใจ ถ้าหากไม่สามารถจะบริหารความสัมพันธ์กันได้แล้ว ความสงบสุขในการอยู่ร่วมกันก็
ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ว่าทุกคนต่างก็มีข้อบกพร่องอยู่ก็ตามแต่ถ้าหากรู้จักหลักการหรือศิลปะในการ
อยู่ร่วมกันพร้อมทั้งได้ปฏิบัติตามหลักการนั้นแล้วก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขรักใคร่ปรองดอง
สามัคคีพร้อมเพรียงกัน ไม่มีการกระทบกระทั่งหรือบาดหมางใจกัน ยังผลให้จิตใจสงบสบายไม่ขุ่นมัว
สามารถรักษาใจให้อยู่กับความสงบสุขได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน |
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงหลักแห่งการอยู่ร่วมกันไว้ดังนี้ |
|
๑. หลักแห่งการอยู่ร่วมกัน (สาราณียธรรม) |
๑.๑ เมตตากายกรรม |
ช่วยเหลือกิจธุระของผู้ร่วมหมู่คณะ ด้วยความเต็มใจเคารพ
นับถือกัน ยิ้มแย้มแจ่มใส |
| ๑.๒ เมตตาวจีกรรม |
ช่วยบอกแจ้งสิ่งที่เป็นประโยชน์ สั่งสอน แนะนำ ตักเตือน
ด้วยความหวังดี ทักทายไถ่ถาม สาระทุกข์สุขดิบ |
| ๑.๓ เมตตามโนกรรม |
ตั้งจิตปรารถนาดี คิดทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่กัน มองกัน
ในแง่ดีไม่เพ่งโทษกัน แผ่เมตตาจิตระลึกถึงกันยามห่างไกล |
| ๑.๔. สาธารณโภคี |
ได้ของมาโดยชอบธรรมแบ่งปันให้ได้ใช้สอยบริโภคทั่วกัน |
| ๑.๕ สีลสามัญญตา |
มีศีลบริสุทธิ์เสมอกัน ไม่ทำตนให้เป็นที่น่ารังเกียจของหมู่คณะ |
| ๑.๖ ทิฏฐิสามัญญตา |
มีทิฎฐิดีงามเสมอกัน มีความเห็นชอบร่วมกันในข้อที่เป็น
หลักการสำคัญที่จะขจัดปัญหา นำไปสู่ความหลุดพ้นสิ้นทุกข์ |
| ๒. หลักแห่งการสงเคราะห์กัน (สังคหวัตถุ๔) |
| ๒.๑ ทาน |
คือการให้ความรู้ หรือให้สิ่งของ เป็นการแสดงน้ำใจด้วย
การให้สิ่งของ |
| ๒.๒ ปิยวาจา |
คือมีวาจาอันเป็นที่รัก เช่น แนะนำประโยชน์ให้กำลังใจให้
เกิดความร่วมมือร่วมใจกัน |
| ๒.๓ อัตถจริยา |
คือ ช่วยเหลือกันในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่นิ่งดูดาย ไม่หวัง
ค่าจ้าง แต่ทำด้วยใจสร้างความคุ้นเคยกัน เคียงบ่า
เคียงไหล่ในการทำงานและกิจกรรมต่าง ๆ |
| ๒.๔ สมานัตตตา |
คือ เสมอต้นเสมอปลายทำตัวให้เข้ากับเขาได้ ให้ความ
ปลอดภัยและความสบายใจ เคารพกติกากฏระเบียบของ
หมู่คณะ วางตัวให้เหมาะสมกับภาวะของตนในบุคคลนั้นๆ
ต้องรู้และเข้าใจบทบาทของตนเอง และปฏิับัติถูกต้องตาม
บมบาทของตนเอง |
| |
|
| มีดังนี้
๑. ป้องกันการกระทบกระทั่ง
๒.
ปิดบังความไม่งามของร่างกาย
๓.
เป็นที่จำเริญตา จำเริญใจแก่บุคคลรอบข้าง
๔.ฝึกการเป็นคนรู้จักประมาณ และความพอดี
๕.
ฝึกการสังเกต ทำให้เป็นคนละเอียดรอบคอบ
๖.
ฝึกให้เป็นผู้มีศิลปะและมีความประณีต
๗.
ฝึกความมีน้ำใจ รู้จักจับแง่คิดมุมมองที่ดี
๘.
ฝึกให้มีสติสัมปชัญญะในอิริยาบถต่าง ๆ
๙.
สามารถรักษาใจได้ต่อเนื่อง เกื้อหนุนต่อการปฏิบัติธรรมให้ก้าวหน้ายิ่ง ๆขึ้นไป |
|
|
|
|