หน้าแรก เวลาธรรมกาย ธรรมะประจำวัน วารสาร สื่อธรรมะ ข่าวและกิจกรรม ปกิณกะ
วัฒนธรรมชาวพุทธ about us จุดออกรถมาวัด บทเพลงธรรมะ ดาวน์โหลด
  การใช้น้ำ

   การอาบน้ำ


    ขั้นตอนการอาบน้ำ      

         ๑. เตรียมเสื้อผ้า (เปลี่ยน) และ
             อุปกรณ์การอาบน้ำให้พร้อม
         ๒. เปิดน้ำใส่ถังประมาณครึ่งถัง
         ๓. ใช้ผ้าถูตัว ชุบน้ำให้โชก พับพอดีมือ              เช็ดหน้าเบาๆ     
      ๔. ชุบน้ำอีกครั้งแล้วเช็ดทั้งตัว แล้วถูสบู่กับผ้าถูตัว
      ๕. ใช้ผ้าถูทั่วร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณใต้คาง  ซอกหูลำคอ 
           รักแร้ ง่ามมือ ง่ามเท้า ซอกขา ข้อพับ
      ๖. ชักผ้าในถังอาบน้ำให้สะอาด  แล้วใช้ถูสบู่ออกจากตัว
         ๗.  ราดน้ำด้วยฝักบัว  ล้างคราบสบู่ออกอีกครั้ง  (หรือตักราดเบาๆ ให้น้ำรดทั่วตัว)
         ๘.  ชักผ้าให้สะอาด บิดพอหมาดซับหยดน้ำที่เกาะตามตัว
         ๙.  ล้างถังให้สะอาด ซับหยาดน้ำที่เกาะบนถังด้วยผ้า แล้วซักผ้าให้สะอาดอีกครั้ง
         ๑๐. เก็บอุปกรณ์ใส่ถัง  สวมเสื้อผ้าชุดใหม่

 
 น่าเสียดายถ้าไม่รู้
 

        การอาบน้ำเป็นการรักษาความสะอาดผิวหนังเบื้องต้น ชำระสิ่งสกปรกที่
            เกาะผิวหนังให้หลุดออกไป
        ควรอาบน้ำเย็นธรรมดาหรือน้ำอุ่นเล็กน้อยจึงจะดี เพราะน้ำเย็นมาก ๆ
            หัวใจจะทำงานหนัก ถ้าน้ำร้อนมากก็ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายเช่นกัน
        ควรใช้สบู่เฉพาะการอาบน้ำในตอนเย็น ซึ่งมีเหงื่อไคลมากหากไม่จำเป็นไม่ควรใช้สบู่
            โดยเฉพาะในตอนเช้า  เพราะสบู่มีฤทธิ์เป็นด่างทำให้ผิวแห้งและจะทำลายเกราะป้องกัน
            เชื้อโรคและฝุ่นละออองตามธรรมชาติของผิวไป
        การใช้ผ้าถูตัวช่วยให้กระแสเลือดไหลเวียนได้ดี และทำให้ผิวหนังสะอาดหมดจดยิ่งขึ้น
        อาบน้ำด้วยฝักบัวจะใช้น้ำไม่เกิน 20 ลิตร/คน สิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่าการตักราดและ
            ใช้อ่างอาบน้ำซึ่งใช้น้ำครั้งละ 110 ลิตร/คน
        ขณะถูสบู่หรือถูตัวไม่ควรเปิดน้ำทิ้งไว้ จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมาก
        ไม่ควรอาบน้ำหลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ ๆอาจทำให้ไม่สบายได้ เพราะภายในร่างกาย
            มีความร้อนอันเกิดจากพลังงานจากการย่อยอาหาร
        ไม่ควรวางสิ่งของของตนไว้ในห้องอาบน้ำ ควรทำความสะอาดคราบสกปรกจากสบู่/แชมพู
            ที่อยู่ตามพื้นและ ผนังห้องน้ำให้สะอาดหลังการอาบน้ำทุกครั้ง

  การสระผม


   มีระเบียบวิธีการใช้อย่างเหมาะสมดังนี้

       ๑.  รดน้ำบนศีรษะ พร้อมทั้งขยุ้มผมเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว
       ๒. ใช้แชมพูชโลมผม ขยี้ให้ทั่ว ใช้ปลายนิ้วกดอย่าใช้เล็บเกา จะทำให้หนังศีรษะอักเสบ 
            เป็นสาเหตุของการเกิดรังแคได้
       ๓.  ล้างแชมพูออกด้วยน้ำ ให้สะอาดหมดจด
       ๔.  ใช้ผ้าซับน้ำออกให้แห้ง อย่าขยี้เส้นผมจะทำให้ผมหัก และหวีให้เรียบร้อยปล่อยให้แห้งเอง

                            

 
 น่าเสียดายถ้าไม่รู้
 
    
       สระผมอย่างน้อยสัปดาห์ละ  ๒ ครั้ง  หรือตามความเหมาะสม
       เลือกใช้ยาสระผมให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผม
      หลีกเลี่ยงยาสระผมสูตรเข้มข้น ควรใช้สูตรอ่อน
       นอกจากยาสระผมแล้ว เรายังสามารถนำพืชสมุนไพรมาสระผมได้ เช่น มะกรูด มะนาว
           เพราะพืชเหล่านี้มีฤทธิ์ขจัดไขมันตามธรรมชาติใต้หนังศีรษะ อันเป็นสาเหตุของ
           การสะสมฝุ่นละอองจนทำให้เกิดรังแคได้
  การแปรงฟัน
  มีระเบียบวิธีการใช้อย่างเหมาะสม ดังนี้
        
        
๑.  ควรใช้แก้วหรือขันรองน้ำมาใช้ในการแปรงฟันและล้างแปรงแต่ละครั้ง ซึ่งจะใช้น้ำเพียง ๑-๒ แก้ว ก็พอ
        ๒.  การแปรงฟันและการล้างแปรงฟันโดยตรงจากก๊อกน้ำ ถ้าเปิดทิ้งไว้เวลาเพียง ๒ นาที จะสูญเสียน้ำ
             ประมาณ ๑๘ ลิตร แต่ในขณะแปรงฟันใช้เวลาประมาณ ๕ นาที จะสูญเสียน้ำประมาณ ๔๕ ลิตร
  การโกนหนวด

    มีระเบียบวิธีการใช้อย่างเหมาะสม  ดังนี้

     เมื่อโกนหนวดแล้วใช้กระดาษชำระเช็ดออกครั้งหนึ่งก่อน แล้วจึงใช้น้ำใส่แก้วมาชำระล้างอีกครั้งและควรล้างมีดโกน
     โดยการจุ่มล้างในแก้วหรือขัน จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่าการล้างโดยตรงจากก๊อก

  การล้างรถ

   มีระเบียบวิธีการใช้อย่างเหมาะสม  ดังนี้

    ควรใช้ไม้ขนไก่ปัดลูกฝุ่นออกก่อน  แล้วจึงล้างรถโดยรองน้ำใส่ถังนำมาเช็ดล้างอีกครั้ง(น้ำที่ใช้ประมาณ ๒ ถัง)         ไม่ควรใช้สายยางฉีดล้างโดยตรง จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมากและยังทำให้รถผุพังเร็วด้วย