ทิศ ๖ คือผู้ลิขิตชีวิตมนุษย์
(ตอนที่ ๔)
ทิศเบื้องขวา
.....ศิษย์ที่ปฏิบัติตนดีมีอริยวินัยครบทั้ง ๕ ประการ
ได้ชื่อว่าศิษย์ปิดป้องทิศเบื้องขวาดีแล้ว
.....อนึ่ง จากหน้าที่รับผิดชอบของครูอาจารย์และของศิษย์ อันเป็นอริยวินัยที่พระพุทธองค์ทรงมอบไว้ให้นี้
ย่อมชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมและประเพณีในการปฏิบัติหน้าที่อันพึงมีต่อกันระหว่างครูอาจารย์กับศิษย์
ในสมัยพุทธกาลและสมัยโบราณกาลว่ามีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาก
ศิษย์จึงมีโอกาสปรนนิบัติรับใช้ครูอาจารย์ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่าในระหว่างการเรียนการสอนศิลปวิทยาตามปกติ
ขณะเดียวกันครูอาจารย์ก็มีความรักใคร่ ห่วงใย และหวังดีต่อศิษย์
ถึงขั้นทำการป้องกันในทิศทั้งหลายให้ศิษย์ อีกทั้งยกย่องศิษย์ให้ปรากฏในหมู่เพื่อนฝูง
ซึ่งน่าจะทั้งเพื่อนฝูงของครูอาจารย์และเพื่อนฝูงของศิษย์
.....ผิดกับครูอาจารย์ในปัจจุบัน ซึ่งไม่ใคร่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับศิษย์ทุกๆ
คน เหมือนครูอาจารย์ในกาลก่อน ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ
อย่างไรก็ตาม มีข้อที่น่าพิจารณาว่า ความห่างเหินระหว่างครูอาจารย์กับศิษย์
เป็นสาเหตุสำคัญยิ่งประการหนึ่ง ที่ทำให้ศิษย์ไม่ได้รับการปลูกฝังความเป็น
มิตรแท้ เท่าที่ควรใช่หรือไม่ ผู้คนในสังคมปัจจุบันซึ่งเป็นผลิตผลของครูอาจารย์ทั้งหลายจึงมีลักษณะเป็น
มิตรเทียม เป็นส่วนใหญ่
.....เพราะฉะนั้น จึงใคร่ขอฝากครูอาจารย์ทุกท่าน ผู้เป็น ทิศเบื้องขวา
ได้นำเรื่องนี้ไปพิจารณาหาความจริงต่อไปด้วย
ข้อสังเกต
การปฏิบัติตนของศิษย์และครูบาอาจารย์ที่มีผลต่อกันและต่อสังคม
ศิษย์ ครูบาอาจารย์
ผลที่เกิดขึ้น
ปฏิบัติผิด ปฏิบัติถูก
ศิษย์นั้นไม่สมควรแก่ครูอาจารย์
จะมีภัยมาถึงศิษย์
บางกรณีอาจลุกลามไปถึงครูอาจารย์ด้วย
ปฏิบัติถูก ปฏิบัติผิด
ครูอาจารย์นั้นไม่สมควรแก่ศิษย์
จะมีภัยถึงครูอาจารย์
บางกรณีอาจลุกลามไปถึงศิษย์ด้วย
ปฏิบัติผิด ปฏิบัติผิด
ภัยจะเกิดขึ้นแก่ทั้งสองฝ่าย
และจะเกิดภัยขึ้นแก่สังคมโดยรวม
ปฏิบัติถูก ปฏิบัติถูก
ความสุขความเจริญจะเกิดขึ้นแก่ทั้งสองฝ่าย
และสังคมจะพลอยได้รับอานิสงส์ด้วย
๓.
ทิศเบื้องหลัง
.....เพื่อนร่วมกระพอกจอกจาน (อาจจะเป็นมิตรแท้หรือมิตรเทียมก็ได้)
กลุ่มที่ ๓ มีความสัมพันธ์กับเราในฐานะที่ปรึกษาและคู่คิดใกล้ชิดที่สุด
คือเป็นภรรยา หรือสามีของเรา สมมุติ ชื่อว่า ทิศเบื้องหลัง
เพราะสามารถติดตามเราอย่างใกล้ชิด
.....หน้าที่รับผิดชอบของสามี
.....พระพุทธองค์ทรงกำหนดให้เป็นอริยวินัยหรือหน้าที่ของสามีที่ต้องปฏิบัติ
เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อภรรยาไว้เป็นตัวอย่าง ๕ ประการ คือ
.....๑. ยกย่องว่าเป็นภรรยา สามีที่มีน้ำใจเป็นมิตรแท้
ย่อมแสดงการยกย่องภรรยาให้ปรากฏแก่สังคม
.....๒. ไม่ดูหมิ่น เพราะสามีมีความรับผิดชอบในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น
จึงไม่ดูหมิ่นภรรยา
.....๓. ไม่ประพฤตินอกใจ เพราะสามีเป็นคนดี
ละกรรมกิเลส ๔ ได้ ไม่พัวพันอยู่กับอบายมุข จึงไม่ยุ่งกับหญิงอื่น
.....๔. มอบความเป็นใหญ่ให้ เพราะสามีมีความจริงใจและไว้ใจจึงมอบอำนาจในการบริหารครอบครัวให้
.....๕. ให้เครื่องแต่งตัว เพื่อแสดงความรักความจริงใจ
ความชื่นชม และตอบแทนคุณความดีของภรรยา
.....สามีที่มีความรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ทั้ง ๕ ประการ
ได้สมบูรณ์ ก็เพราะได้รับการปลูกฝังอบรมจากมารดาบิดาตลอดจนครูบาอาจารย์ให้เป็นคนดีมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน
.....ผู้เป็นสามีที่ปฏิบัติตนดี มีอริยวินัยครบทั้ง
๕ ประการ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปิดป้องทิศเบื้องหลังดีแล้ว
......หน้าที่รับผิดชอบของภรรยา
.....พระพุทธองค์ทรงกำหนดให้เป็นอริยวินัย หรือหน้าที่ของภรรยาที่ต้องปฏิบัติเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสามีไว้เป็นตัวอย่าง
๕ ประการ คือ
.....๑. จัดการงานดี
.....๒. สงเคราะห์คนข้างเคียงสามี
.....๓. ไม่ประพฤตินอกใจ
.....๔. รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้
.....๕. ขยันไม่เกียจคร้านในกิจทั้งปวง