หน้าแรก
 
ประโยชน์ของการคบมิตรแท้ พิมพ์
๑๒ มกราคม ๒๕๔๗

.....อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า “บัณฑิต” จะเป็นใครก็ได้ จะอ่านหรือเขียนเป็นหรือไม่ จะมีปริญญาการศึกษาทางโลกหรือไม่ ไม่สำคัญ แต่สำคัญอยู่ตรงที่ต้องมีศีลบริบูรณ์ คือเป็นคนใจสะอาด บริสุทธิ์ ผ่องใส ละเอียดอ่อนนั่นเอง ผู้ที่จะมีศีลบริบูรณ์ได้ จะต้องมีอริยวินัยควบคุมพฤติกรรมโดยตลอดทุกเรื่อง และมีปัญญาพิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างแยบคายด้วยโยนิโสมนสิการ ไม่ประมาท ไม่มักง่าย ไม่มีอุปทาน ยึดมั่นถือมั่นอย่างไร้เหตุผลสมควร และมีอุเบกขาธรรมเสมอ

.....
ดังนั้น เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงใช้คำว่า บัณฑิต มิตรแท้ กัลยาณมิตร หรือคนดี ย่อมมีความหมายเหมือนกันหมด ว่าเป็น “คนดี” มีความรับผิดชอบทั้ง ๔ ประการ ตามคุณสมบัติของคนดีดังกล่าวแล้ว

kampee140147.gif

แผนภูมิแสดงความรับผิดชอบทั้ง ๔ ประการ ของคนดี)

 

.....ประโยชน์ของการคบมิตรแท้

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสยกย่องสรรเสริญมิตรแท้ไว้แล้วว่าเป็นเสมือนมารดา ดังนั้นเมื่อเราได้พบมิตรแท้แล้ว ก็ควรเข้าไปสมาคมคบหาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยควาทอ่อนน้อนถ่อมตน พยายามถ่ายทอดคุณธรรมของมิตรแท้มาสู่ตัวเรา ขณเดียวกัน ก็พยายามซักถามข้อปฏิบัติที่เรายังไม่เข้าใจดีนัก แล้วยึดเป็นหลักปฏิบัติประจำใจ ถ้าทำได้ดังนี้เราย่อมจะได้รับประโยชน์จากมิตรแท้นานัปการ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในทุติยเสขสูตร ว่า “(ภิกขุ) ผู้มีมิตรดียอ่มละอกุศลเสียได้ ย่อมเจริญกุศลให้เกิด”

.....การงานที่สำคัญในชีวิตของคนเราก็คือการทำมาหากิน หรือการแสวงหาทรัพย์ มีคำถามว่า “บุคคลย่อมหาทรัพย์ได้อย่างไร?”

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตอบว่า การแสวงหาทรัพย์จะสำเร็จได้ด้วยองค์ ๓ คือ “บุคคลผู้มีธุระ กระทำสมควร มีความหมั่นย่อมทำทรัพย์ได้”

.....บุคคลผู้มีธุระ หมายถึง ผู้มีความเพียรทางใจ คือมีใจเข้มแข็ง ไม่ย่อท้อต่อความยาก ลำบากในการงานทั้งปวง ไม่เกียจคร้าน

.....กระทำสมควร หมายึถงการกระทำสมควรแก่กาละเทศะ คือเมื่อตนอยู่ในกาลใด สมัยใด เมืองใด ควรจะทำอย่างไรจึงจะได้ทรัพย์ ก็พึงทำให้เหมาะแก่กาลนั้น สมัยนั้น เมืองนั้น เมื่อทำอย่างนั้นได้ ก็จะต้องได้ทรัพย์อย่างแน่นอน

.....มีความหมั่น หมายถึง มีความเพียรทางกาย คือ มีกายเข้มแข็งทนแดดลมทนฝนได้ สู้ได้ทั้งงานหนักงานเบา ทั้งแบกหามลากจูง

.....นั่นคือ ผู้ที่พร้อมด้วยองค์ ๓ คือ มีความเพียรทางใจ มีความเพียรทางกาย และมีปัญญากระทำให้เหมาะหรือสมควร ย่อมหาทรัพย์ได้ โดยไม่ต้องประพฤติทุจริต ผิดศีล ผิดกฎหมาย

.....คนดีย่อมแสวงหาทรัพย์ โดยยึดองค์ ๓ นี้ เป็นหลักปฏิบัติตลอดชีวิต

.....สำหรับการแสวงหาทรัพย์ของผู้คนในสังคมปัจจุบัน มีข้อสังเกตว่า ไม่ว่าคนที่มีการศึกษาต่ำหรือสูง ไม่วาคนที่มาจากครอบครัวยากจนหรือร่ำรวย ไม่ว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งหน้าที่ การงานต่ำหรือสูง มีจำนวนไม่น้อยที่คิดหาเล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่างๆ เพื่อรวยทางลัด โดยไม่ต้องลำบากตรากตรำ แม้จะเสียงกับการผิดกฎหมายก็ไม่กลัว เฃ่น การละเมิดลิขสิทธิ์และการปลอมแปลงสินค้าต่างๆ การคอรัปชั่น การค้ายาเสพติด เป็นต้น

.....แต่ถ้าเราได้คบหาสมาคมกับคนดี หรือมิตรแท้ มิตรแท้ย่อมจะเป็นแบบอย่าง ประคับประคองให้กำลังใจเรา ให้มีสิตคุ้มครองตอนอยู่ในความดีเสมอ มีหิริโอตตัปปะ ไม่ก้าวล่วงไปสู่การงานมีโทษ หรือมิจฉาอาชีวะทั้งปวง เพราะผิดทั้งศีล ผิดทั้งกฎหมาย

.....อย่างไรก็ตาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสยืนยันว่าผู้มีศีลสมบูรณ์ ย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง คนดีแสวงหาทรัพย์ด้วยความขยันหมั่นเพียรและชอบธรรม แล้วรู้จักแบ่งเก็บออมไว้ ย่อมเหมือนกับหมู่แมลงผึ้งสร้างรัง คือทรัพย์นั่นย่อมเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ครั้นนานไปก็จะเพิ่มพูนขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังเช่นจอมปลวกใหญ่ ดังที่ตรัสคาถาประพันธ์ไว้ในสิงคาลสูตรว่า

.....“บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองส่องสว่างเพียงดังไฟ เมื่อบุคคลสะสมโภคสมบัติอยู่ เหมือนแมลงผึ้งสร้างรัง โภคทรัพย์ย่อมถึงความเพิ่มพูน ดุจจอมปลวก อันตัวปลวกก่อขึ้น ฉะนั้น”

.....จากคาถาประพันธ์นี้ ย่อมมีนัยแสดงว่า ผู้ประกอบอาชีพสุจริต ถ้าหมั่นแสวงหาด้วยปัญญา และโดยชอบธรรม แล้วรู้จักแบ่งเก็บออมย่อมมีสิทธิ์ร่ำรวยได้ทุกคน

.....อนึ่ง การที่บุคคลจะร่ำรวยได้ก็เพราะมีอริยวินัย การที่บุคคลจะรักษาอริยวินัยได้โดยตลอด ก็เพราะสมาคมกับคนดี นี่คือประโยชน์ของการคบมิตรแท้

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org