หน้าแรก
 
คนไทยหรือเปล่า ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ พิมพ์
๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๘

spec480811_1.jpg      spec480811_2.jpg

      (ผมไม่รู้ว่าผมเป็นคนไทยหรือเปล่า อาจเป็นเพราะว่าผู้ใหญ่อย่างผม (และอีกหลายต่อหลายคน) กำลังวุ่นอยู่กับปากท้องของตน ก็เลยไม่ได้สนใจอะไรนอกจากตัวเอง
           แล้ววันหนึ่งขณะที่ผมเดินกลับบ้าน ผมขอเรียกตัวเองว่ามนุษย์ COM เดินได้ เพราะสมองของผมถูกตั้งโปรแกรมให้คิดแต่เรื่องงานเรื่องเงิน สายตามองเห็นแต่ขาดทุนหรือกำไร หูได้ยินแต่หุ้นกำลังขึ้นหรือกำลังลง ปากมีไว้แค่ทำให้ท้องอิ่มสบาย สำหรับชีวิตนักธุรกิจอย่างผม ความหมายมีเพียงแค่นั้น
             ระหว่างที่พลังความคิดกำลังสร้างสรรค์วิสัยทัศน์อย่างยิ่งใหญ่ ผมก็ได้รับใบปลิวแผ่นหนึ่ง (ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินหัวลำโพง) ข้างในมีใจความว่า


“ปี 2543 องค์กรอนามัยโลกระบุ คนไทยดื่มเหล้ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก”
“ครอบครัวจะทุกข์แค่ไหน หากลูกหลานกลายเป็นคนขี้เมา
การดื่มเหล้า ทำให้เกิดการทุบตีทำร้ายภายในครอบครัว
การดื่มเหล้า เป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนน
การดื่มเหล้า เป็นบ่อเกิดของโรคนานาชนิด”
“สังคมไทยจะเสื่อมโทรมลงแค่ไหน หากเบียร์เหล้าเข้าตลาดหลักทรัพย์
ระดมทุนเป็นแสนล้านมาขยายกิจการส่งเสริมการดื่มเหล้าทุกรูปแบบ
ตลาดหลักทรัพย์โปรดอย่าซ้ำเติม ทำร้ายเยาวชนและสังคมไทย”
ขอเชิญพี่น้องผองไทยทั้งชาติ ร่วมชุมนุมแสดงพลังประชามติ
คัดค้านการนำธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์
วันจันทร์ 1 สิงหาคม เวลา 16.00-20.00 ซ.อารีย์สัมพันธ์ ข้างคลองประปา

            ฮึ...ฮึ ผมหัวเราะเบาๆในใจ ปัญหาโลกแตก ถ้านับจากบ้าน 1 หลัง คนชอบเมามีมากกว่ามาก แล้วถ้าเป็นหมู่บ้านหละ จังหวัดหละ ประเทศหละ โลกหละ INFINITY มันเหมือนเชื้อโรคที่แพร่กระจายจากรุ่นสู่รุ่น ใครคนใดได้ครอบครองตลาด เมล็ดเงิน ย่อมงอกเงยเติบโตอย่างมหาศาล ...แล้วผมก็ต้องสะดุดกับจิตสำนึกตัวเอง เมื่อผมได้อ่านที่ด้านหลังของใบปลิว
           ขอให้เขา...เป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์รายสุดท้าย
         “ผมต้องถูกผ่าตัดถึง 47 ครั้ง สูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง ซ้ำร้ายลูกชายต้องมาตาย เพราะอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ปัจจุบันต่อสู้ชีวิตอย่างเดียวดาย แม้ภรรยาก็ตีจาก สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ต้นเหตุเพราะน้ำเมามหาภัยที่ทำให้คนไทยขาดสติ”
ลุงหรอย บันนัดสำโรง หนึ่งในเหยื่อที่ถูกรถชนจากผู้เมาแล้วขับ

         หนึ่งถูกดีกว่าล้านผิด...งานนี้ได้ไม่คุ้มเสีย
จริงหรือ! กับสารพัดข้ออ้างของผู้สนับสนุนที่ว่า
1. ช่วยให้ตลาดทุนเข้มแข็ง รัฐเก็บภาษีได้มากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐต้องสูญเสียงบประมาณเพื่อเยียวยารักษาคนเจ็บตายเพราะน้ำเมา ปีหนึ่งๆเป็นเงินมหาศาล มากเสียยิ่งกว่าภาษีที่ได้รับจากน้ำเมาหลายเท่านัก “ปัจจุบันคนไทยเราดื่มเหล้ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก ถ้าขืนปล่อยให้เข้าตลาดหุ้น มีหวังคงได้กลายเป็นแชมป์โลกขี้เมาในไม่ช้านี้” ถามว่าเราอยากจะเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือ?

2. เป็นธุรกิจสากลที่ทำกันทั่วโลก แต่ทราบหรือไม่ว่า ประเทศต่างๆที่หลงผิดเอาน้ำเมาเข้าตลาดหุ้น ล้วนมีปัญหาสังคมเกิดขึ้นมากมายจนยากเกินแก้ไข ในอังกฤษและอเมริกา ประชาชนของเขาถึงกับตีตราว่าเป็น “หุ้นบาป” (SIN STOCK) ที่นำความหายนะมาสู่เพื่อนร่วมชาติ แล้วเรายังจะไปเดินตามเส้นทางแห่งความวิบัติกันอีกทำไม สังคมไทยต้องยึดมั่น “หนึ่งถูก ดีกว่าล้านผิด”

3. อ้างว่า ถ้าห้ามก็จะไปเข้าหุ้นตลาดนอกอยู่ดี การไปเข้าตลาดหุ้นต่างประเทศนั้น บริษัทน้ำเมาจะได้เฉพาะทุนจากชาวต่างชาติ แต่ใช่ว่าจะทำได้ง่าย ตรงข้าม...หากเข้าตลาดหุ้นในประเทศจะได้ทั้ง “ทุนและแนวร่วมกำแพงมนุษย์” ต่อไปการจะออกมาตรการใดๆ มาควบคุมการโฆษณาและจำหน่ายก็ทำได้ยากขึ้น เพราะผู้ถือหุ้นที่เสียผลประโยชน์จะออกมาคัดค้าน “ลูกหลานไทยจะถูกมอมเมาอย่างหนัก อีกกี่รายกันที่จะต้องสูญเสียทรัพย์สินอวัยวะและชีวิต? แล้วอนาคตของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?

เฮ้อ...ผมถอนหายใจอย่างแรง สายตาชำเลืองมองดูสิ่งมีชีวิตที่อยู่เบื้องหน้าแบบปลงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ 2 คน กำลังปกป้องลูกหลานไทยไม่ให้ตกเป็นทาสน้ำเมา เธอทำไปทำไม เธอลำบากตรากตรำกรำแดดที่ร้อนไปเพื่ออะไร เธอยืนตากฝนทนหนาวไปเพื่ออะไร เธอผจญกับการถูกไล่เหมือนขอทานไปเพื่ออะไร ทำไมไม่กินข้าวบ้านกับครอบครัวแล้วดูทีวีไปอย่างมีความสุข ทำไมไม่นอนหลับให้สบายโดยไม่ต้องสนใจกับสิ่งใดๆในโลก ทำไมไม่ไปเที่ยวลืมทุกข์ทุกสิ่งปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของธรรมชาติ ?ทำไม ทำไม ทำไม? แล้วคำพูดที่ก้องอยู่ในหัวก็เข้าไปเคาะสนิมในใจให้เกิดสำนึกความเป็นคนไทย

ผมขอนับถือเธอด้วยใจจริง “คนไทยหัวใจช้าง”

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๘ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org