หน้าแรก
 
ทิศ ๖ คือผู้ลิขิตชีวิตมนุษย์ (ตอนที่ ๓) พิมพ์
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

kampee470218.jpg

ทิศเบื้องขวา


.....เพื่อนร่วมโลก (อาจจะเป็นมิตรเทียมหรือมิตรแท้ก็ได้) กลุ่มที่ ๒ มีความสัมพันธุ์ กับตัวเราในฐานะผู้ให้การอบรมสั่งสอน ได้แก่ ครูบาอาจารย์ สมมุติชื่อว่า ทิศเบื้องขวา เพราะสมควรแก่ของที่เรานำไปบูชาหรือมอบให้

      หน้าที่รับผิดชอบของครูบาอาจารย์

.....พระพุทธองค์ทรงกำหนดให้เป็นอริยวินัยหรือหน้าที่ของครูอาจารย์ที่ต้องปฏิบัติ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อศิษย์ไว้เป็นตัวอย่าง ๕ ประการ คือ

.....๑. แนะนำให้เป็นคนดี คือ ให้ศิษย์มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานของคนดีดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งต้องฝึกให้มีกิริยามารยาทงดงามทั้งกายและวาจา ในข้อนี้ถึงแม้ไม่ได้ระบุว่าห้ามทำความชั่ว ย่อมมีนัยครอบคลุมว่า ครูบาอาจารย์มีหน้าที่ต้องห้ามศิษย์ทำความชั่วอยู่ด้วย

.....๒. ให้เรียนดี คือ สอนให้คิดเป็น ทำเป็น สามารถนำสิ่งที่เรียนไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง ทั้งในด้านศีลธรรม คุณธรรมและอาชีพ

.....๓. บอกศิษย์ด้วยดีในศิลปวิทยาทั้งหมด หมายความว่า ครูไม่หวงวิชาชีพ ตั้งใจถ่ายทอดวิชาชีพให้โดยไม่ปิดบัง ไม่เกรงว่าศิษย์จะมาเป็นคู่แข่งแย่งอาชีพของตนไป

.....๔. ยกย่องให้ปรากฏในเพื่อนฝูง การกระทำเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดผลดีแก่ทั้ง ๒ ฝ่าย คือฝ่ายศิษย์ก็มีความภูมิใจในคำยกย่องของอาจารย์ ขณะเดียวกันก็เป็นประกันคุณภาพให้ศิษย์ด้วย สำหรับฝ่ายอาจารย์เองย่อมเป็นการแสดงความเป็นมิตรแท้ของตนให้ปรากฏแก่ทุกคน ที่เกี่ยวข้องเป็นการส่งเสริมความน่านิยมยกย่องให้แก่ตัวครูเองพร้อมกันไปด้วย

.....๕. ทำการป้องกันในทิศทั้งหลาย หมายความว่า ความรู้ทั้งปวงไม่ว่าความรู้ทางธรรมหรือวิชาชีพที่ครูถ่ายทอดให้แก่ศิษย์ด้วยความจริงใจ ด้วยเทคนิควิธีที่ชาญฉลาด ศิษย์ย่อมสามารถนำไปประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นคนดี สามารถผูกมิตรไว้ได้รอบทิศ เมื่อศิษย์สามารถปิดป้องทิศทั้งหลายได้ ย่อมหมายถึงว่าครูบาอาจารย์ได้ทำการป้องกันในทิศทั้งหลายให้ศิษย์แล้วระดับหนึ่ง นอกจากนี้หากมีผู้ใดกล่าวติเตียนศิษย์ อาจเป็นเพราะเข้าใจผิดหรือเนื่องด้วยเหตุใดก็ตาม ซึ่งศิษย์ไม่มีโอกาสกล่าวชี้แจง ครูอาจารย์ย่อมกล่าวแก้แทนศิษย์ของตนเสมอ

.....จากหน้าที่ ๕ ประการนี้ ครูอาจารย์ทั้งหลายจะปฏิบัติได้ครบถ้วน มีประสิทธิผล
ครูอาจารย์เองต้องมีคุณสมบัติอย่างน้อยดังต่อไปนี้คือ

๑. มีสัมมาทิฏฐิ ทั้งต้องตระหนักถึงการปลูกฝังสัมมาทิฏฐิให้แก่ศิษย์ด้วย

๒. มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานคนดีและเป็นมิตรแท้

๓. มีความรู้ในวิชาชีพที่ตนสอนอย่างถูกต้องสมบูรณ์ และเชี่ยวชาญ

๔. มีความอดทนในการอบรมสั่งสอนศิษย์เป็นเลิศ


.....ทิศเบื้องขวา ถือว่ามีอิทธิพลต่อเด็กรองลงมาจากพ่อแม่ เด็กที่มีทิศเบื้องหน้าดี และยังได้ทิศเบื้องขวาดีอีก ต้องถือว่าโชคมหาศาล

.....เด็กที่มีทิศเบื้องหน้าไม่ดี แต่มีทิศเบื้องขวาดี ก็ยังมีโอกาสดีได้

.....เด็กที่มีทิศเบื้องหน้าดี แต่มีเบื้องขวาไม่ดีในขณะที่ยังเป็นเด็กเล็กก็อาจเกิดอาการทางจิตประสาท หรือทำให้บุคลิกเสียไปได้ และถ้ามีทิศเบื้องขวาไม่ดีในขณะที่เติบโตแล้ว ก็อาจหมดอนาคตได้ หรือถึงขนาดตกนรกได้เหมือนกัน

.....อย่างไรก็ตาม เด็กที่ได้รับการปลูกฝังคุณสมบัติของคนดีที่โลกต้องการ จากทิศเบื้องหน้าและเบื้องขวามาแต่เล็กแต่น้อย ครั้นเมื่อเติบโตขึ้น เขาจะเป็นผู้ทรงพลังในการพลิกฟื้นสังคมเลวให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองได้

      หน้าที่รับผิดชอบของศิษย์

.....พระพุทธองค์ทรงกำหนดให้เป็นอริยวินัย หรือหน้าที่ของศิษย์ที่ต้องปฏิบัติ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อครูบาอาจารย์ไว้เป็นตัวอย่าง ๕ ประการคือ

.... ๑. ลุกขึ้นยืนรับ เป็นการแสดงการยอมรับท่าน แสดงความพร้อมที่จะเรียนกับท่าน เพียงเท่านี้ก็สามารถให้กำลังใจแก่ครูอาจารย์ได้แล้ว

.....๒. เข้าไปคอยรับใช้ใกล้ชิด เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน ในขณะที่ท่านเข้าสอนในห้องเรียน

.....๓. เชื่อฟัง คือเชื่อฟังคำสั่งสอนของท่าน ถ้าไม่เชื่อฟัง ก็ไม่ได้ความรู้ หรือไม่สามารถบรรลุคุณความดีได้

.....
๔. ปรนนิบัติรับใช้ เป็นการปฏิบัติตนนอกห้องเรียน ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ตามแต่โอกาสจะอำนวย ทำให้ท่านมีเวลาและอารมณ์ในการเตรียมการเทศน์สอนมากขึ้น หน้าที่ของศิษย์ในข้อนี้แสดงว่าศิษย์มีความใกล้ชิดกับครูอาจารย์มาก

.....๕. เรียนศิลปวิทยาด้วยความเคารพ คือเรียนให้รู้จริง ทำได้จริง เพื่อประโยชน์ของตนเอง และเพื่อเป็นเกียรติยศชื่อเสียงของครูอาจารย์ในกาลข้างหน้า

.....ศิษย์จะมีความรับผิดชอบและปฏิบัติหน้าที่ได้ครบทั้ง ๕ ประการ ก็เพราะครูเป็นคนดีจริง มุ่งอบรมสั่งสอนให้ศิษย์เป็นคนดี นอกจากนี้ศิษย์เองก็จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในศิลปวิทยาที่ครูบาอาจารย์สั่งสอน จนมั่นใจว่าตนจะนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงชีวิตได้เป็นอย่างดี

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org