หน้าแรก
 
เพื่อนฉัน…หายไปไหนมาหลายวัน…ดูเธอสดใสขึ้นนะ พิมพ์
๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗

kampee470107.jpg

.....เช้าวันแรกของการเปิดภาคเรียน หลังจากผ่านพ้นช่วงปิดภาคฤดูร้อนอันยาวนาน บรรดาเพื่อนสนิทมิตรสหายต่างทักทายปราศรัย ดีอกดีใจราวกับไม่ได้เจอกันเป็นปี แย่งกันบอกเล่ากิจกรรมวันหยุดอย่างสนุกสนาน หลายคนอวดชุดนักเรียนใหม่ กระโปรงสีสด บางคนอวดสมุดสีสวยเล่มใหม่ ปากกาของขวัญจากเมืองนอก ที่คุณแม่ให้มาเป็นรางวัลการสอบ

.....เพื่อนร่วมก๊วนอันประกอบไปด้วยสมาชิก ๗ คน ส้มโอ มดแดง เชอรี่ อ้อย พร เอ๊ะ มากันเกือบครบแล้ว หลังจากคุยกันอยู่นาน เพิ่งรู้ว่าขาดหัวโจกประจำกลุ่มไปคนหนึ่ง คือ ดวง เพื่อนที่มีบุคลิกแก่นแก้ว ปากร้ายที่สุดในบรรดานักเรียนหญิงในห้อง เพื่อนจึงยกให้เธอเป็นผู้นำกลุ่ม

.....อายุยืนจริงๆ พูดถึงไม่ทันไรก็ได้ยินเธอผลักประตูเดินเข้ามา เพื่อนๆ ทุกคนต่างรู้สึกแปลกใจกันถ้วนหน้า ดวงยิ้มอ่อนหวาน หน้าตาสดใสกว่าเดิม กิริยามารยาทดูสงบเรียบร้อยกว่าเดิม เพื่อนๆ อดสงสัยไม่ได้ พากันมารุมล้อมถามว่าไปทำอะไรมาหลายวัน ดูเธอสดใสขึ้นนะ

…ดวงยิ้มแทนคำตอบ ไม่พูดว่ากระไร …

.....ชั่วโมงแรกวันนี้ เป็นวิชาภาษาไทยของอาจารย์ทิวาพร อาจารย์หอบสมุดปกแข็งมาหลายเล่ม บอกว่าเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดเรียนวันแรก มอบแก่นักเรียนทุกคน เพื่อนดีใจกันมาก อาจารย์อธิบายว่า นี่คือสมุดบันทึกความดี ให้บันทึกความดีที่ทำแต่ละวันลงไปในนั้น และให้ส่งครูทุกวัน ดวงได้รับสมุดบันทึกสีสวยมาแล้วก็ลงมือเขียนหน้าแรกในทันที

.....บันทึกหน้าแรกของฉัน…เธอชื่อ “ ธรรมะ ” …ธรรมะไม่เคยสอนฉันเลยว่า ฉันต้องครึ เสื้อไม่เรียบ..หน้าเศร้าและหดหู่ ..ธรรมะเพียงแต่สอนฉันให้มีใจที่สดชื่น ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออุปสรรค …สอนให้เป็นผู้ให้ มากกว่าผู้รับ…สอนว่าคนแรกที่ฉันควรจะเรียนรู้ คือ ตัวเอง มากกว่าสิ่งอื่น …สอนให้ฉันเป็นเพื่อนที่ดีสักคน…มากกว่าจะหาเพื่อนที่ดีสักคน…ท่ามกลางความวุ่นวาย..ให้ฉันมีใจที่สงบ.. ท่ามกลางความสับสน..ให้ฉันมีอารมณ์ที่ตั้งมั่น…สอนให้ฉันแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มี.. ไม่วิ่งหาความสุขจากสิ่งที่ไม่มี…สิ่งเหล่านี้ เพื่อนชื่อ “ ปริญญา ” ไม่เคยบอกฉัน ทำให้ฉันรู้สึกรักเพื่อนที่ชื่อ “ ธรรมะ ” มากขึ้น และเธอไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่อยู่ใกล้แค่ใจสัมผัส..และรับรู้ได้

.....เชอรี่เพื่อนสนิทขออ่านบันทึกของเธอ ดวงอนุญาตอย่างเต็มใจ แล้วทุกคนก็เข้าใจ ว่าเธอไปทำอะไรมาหลายวัน ทำไมถึงดูสดใสขึ้น …

…จากความในใจของเยาวชนคนหนึ่ง ถูกถ่ายทอดผ่านแผ่นกระดาษ ด้วยดวงใจที่เปี่ยมสุข ปรารถนาจะให้คนรอบข้างมีส่วนรับรู้ในความสุขนั้นบ้าง ความสุขที่เกิดจาก “ ธรรมะ ” ให้ความรู้สึกสงบ สบาย สว่างไสว อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

.....ความสุขนี้เกิดจากการได้ฝึกฝน และเรียนรู้ธรรมะทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติ เป็นเวลา
๑ เดือนเศษ เธอพบว่าอารมณ์ที่เคยร้อนรุ่ม กลับเย็นลง ด้วยการฝึกฝนในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ นิสัยที่ว่าแก้ยากกลับดูเหมือนง่ายเมื่อรู้วิธีการที่ถูกต้อง ทั้งที่พยายามแก้ไขข้อเสียเหล่านี้มาตลอดชีวิต เธอพบว่าเวลาเกือบสองเดือนที่เธอได้ฝึกกาย วาจา และใจตามหลักธรรมของพระบรมศาสดา เป็นสมบัติอันล้ำค่าที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ตลอดไป
ตราบเท่าที่ยังใส่ใจฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เธอรู้สึกชุ่มชื่น กระปรี้กระเปร่า เหมือนคนจรเดินรอนแรมข้ามทะเลทรายมายาวนาน ได้พานพบกับแอ่งน้ำกว้างใหญ่ฉะนั้น

.....การอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ส่งเสริมการปลูกฝังศีลธรรมให้กับเยาวชน อายุระหว่าง ๑๕–๑๘ ปี ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง ในปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๑๑
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้หลักธรรมะในพระพุทธศาสนา ฝึกฝนอบรมตนทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติ สมาทานธุดงค์ และฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๑ เดือน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัฒนธรรมชาวพุทธ ซึ่งเป็นแบบอย่างอริยประเพณีของไทยมาแต่โบราณ ฝึกฝนคุณธรรมด้านอื่นๆ อาทิเช่น ความเคารพ ความมีระเบียบวินัย และความอดทน เป็นการพัฒนา
ศักยภาพทางด้านอารมณ์ จิตใจ และความเฉลียวฉลาด สามารถมองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง บนพื้นฐานของความเห็นถูกหรือสัมมาทิฏฐิ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนออกสู่โลกกว้าง

.....จากคำบอกเล่าของผู้ปกครองผู้เข้ารับการอบรม คุณพ่อ ด.ต สุรศักดิ์ ภิรมย์ชม และคุณแม่ น้ำทิพย์ ภิรมย์ชม กล่าวถึงบุตรสาว น้องยุ้ย ผกาวรรณ ผู้ผ่านการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง

.....“ การที่ครอบครัวเราเห็นความสำคัญ ในการส่งลูกเข้ารับการอบรมมากกว่าให้ลูกไปเรียนพิเศษ ไม่ใช่การเรียนพิเศษไม่ดี แต่จะเห็นว่าในสังคมสมัยนี้มีสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการทำให้ลูกเราเสียคนเป็นอย่างมาก และก็เป็นไปได้ยากที่จะมีคุณพ่อคุณแม่คนไหนสามารถอยู่กับลูกได้ใกล้ชิดตลอดเวลา ในเมื่อเป็นไปไม่ได้เช่นนี้..เราก็ต้องหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มาทำให้ลูกเรามีหลักคิดที่ถูกต้องขึ้นมาด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าลูกมีหลักตรงนี้ขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ดีๆต่างๆจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนที่ดี เรื่องการรับผิดชอบตนเองและการคบเพื่อน เรื่องการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ดังนั้นผมกับภรรยาจึงสนับสนุนให้ลูกเข้ารับการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง…”

.....ในปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิงนับพันคน เยาวชนเหล่านี้เติบโตไปเป็นทรัพยากรของชาติที่มีคุณภาพ สร้างประโยชน์ให้กับตนเองและสังคมรอบข้างได้เป็นอย่างมาก สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง โทร.02-838-1450-1 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ ๒๕๔๗

.....มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ต่างแสวงหาความสุขที่แท้จริงด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่ในระดับไหนก็ตาม ล้วนต้องการความสุข แต่ความปรารถนาของมนุษย์ใช่จะสมหวังได้โดยง่าย พวกเขาเหล่านั้นพบเจอแต่ความสุขจอมปลอม แท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่ความเพลินชั่วครู่ชั่วยาม ไม่มีอะไรคงที่ หรือแน่นอน ต้องแสวงหาใหม่อยู่เรื่อยไปไม่มีที่สิ้นสุด

......ทั้งนี้เป็นเพราะไม่รู้ว่า …ความสุขที่แท้จริงมีลักษณะอย่างไร ? ความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ตรงไหน ? และความสุขที่แท้จริงนั้นเข้าถึงได้อย่างไร ?

.....เมื่อไม่รู้จักเพราะไม่มีต้นแบบดีๆ ให้ดู ทำให้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่ง จำเป็น หรือสิ่ง ฟุ่มเฟือย ในชีวิต ต่างแสวงหาความสุขไปตาม “รสนิยม” ที่กระแสคนส่วนใหญ่เขาฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมตามสังคมตะวันตก ทำให้หลงลืมมรดกอันล้ำค่าของไทยที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า

.....นั่นคือหลักธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่กลมกลืนกับวิถีชีวิตสังคมไทยอย่างแยกไม่ออกตั้งแต่ครั้งอดีต บัดนี้ลืมเลือนหายไปจากลูกหลานไทยทุกขณะ

.....จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่เยาวชนไทยในยุคปัจจุบัน ควรจะได้มีโอกาสเรียนรู้หลักธรรมในการดำเนินชีวิต ทำให้ปลอดภัยจากสิ่งยั่วยุรอบข้าง ที่คอยจะบั่นทอนอนาคตอันสดใสให้หลงเดินทางผิดตกห้วงตกเหว ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราต่างเป็นห่วงเป็นใย

มัชฌิมธรรมทายาทหญิง จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของสังคมไทยวันนี้…

วาดหวังให้สังคมดี สังคมสันติสุข ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา กล้าทำในสิ่งที่ดี…

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org