หน้าแรก
 
ปัญหาเรื่องพระอาทิตย์ พิมพ์
๒๒ มิถุนายน ๒๕๔๙

 

monggon490623.jpg

     เมื่อครั้งที่ขงจื้อ เดินทางท่องเที่ยวไปตามแคว้นต่างๆ ของจีน มีอยู่คราวหนึ่งขณะที่วิ่งรถไป ขงจื้อเห็นข้างถนนมีเด็ก 2 คนกำลังถกเถียงกันอยู่ ขณะนั้นขงจื้อนั่งบนรถ ห่างจากเด็กพอสมควร ได้ยินไม่ชัดว่าเด็กเถียงกันเรื่องอะไร แต่เห็นว่าเด็กทั้งสองคนเถียงกันอย่างหน้าดำหน้าแดง เสียงที่พูดยิ่งมายิ่งดัง ดูท่าทีจะลงมือลงไม้กันแล้ว ขงจื้อจึงลงจากรถ เดินไปหาเด็กทั้งสอง ตั้งใจจะช่วยไกล่เกลี่ย ถามเด็กทั้งสองว่า...

พวกเธอกำลังเถียงกันเรื่องอะไร เด็กคนหนึ่งพูดว่าคุณลุง คุณลุงคือใครครับ เรื่องที่คุณลุงรู้จะต้องมากกว่าที่พวกผมรู้แน่ๆ ขอเชิญคุณลุงช่วยเป็นกรรมการตัดสินให้พวกผมด้วยนะครับ

ขงจื้อตอบฉันคือขงจื้อแห่งแคว้นหลู่ เชิญบอกฉันก่อนว่าพวกเธอกำลังถกเถียงกันเรื่องอะไร

เด็กอีกคนหนึ่งพูดว่าที่แท้ คุณลุงคือขงจื้อ คุณลุงต้องสามารถตัดสินปัญหานี้ให้พวกเราได้แน่ๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าคุณลุงเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลก
ขงจื้อพูดว่า รีบบอกปัญหาให้ฉันฟัง

เด็กคนหนึ่งพูดว่าผมคิดว่าพระอาทิตย์ เมื่อตอนเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าในเวลาเช้าอยู่ใกล้ เวลาเที่ยงอยู่ไกลจากตัวเรา
เด็กอีกคนหนึ่งรีบพูดขึ้นทันทีว่า ที่เขาพูดไม่ถูก ผมคิดว่าพระอาทิตย์ตอนเช้าอยู่ไกล ตอนกลางวันอยู่ใกล้คนเรา

ขงจื้อพูดว่าพวกเธอลองพูดเหตุผลของตัวเองมาดู

เด็กคนแรกพูดว่า พระอาทิตย์ตอนเพิ่งพ้นขอบฟ้าเวลาเช้าดวงกลมโต โตพอๆ กับล้อรถเลย แต่พอกลางวันก็เล็กลงเหลือขนาดราวๆ ชามข้าวเท่านั้น สิ่งของยิ่งอยู่ไกลก็ยิ่งดูเล็ก เพราะฉะนั้นแสดงว่าพระอาทิตย์ตอนเช้าอยู่ใกล้ ตอนกลางวันอยู่ไกล

เด็กอีกคนหนึ่งพูดว่าผิดโดยสิ้นเชิง ตอนเช้าพระอาทิตย์เพิ่งออกมา พวกเรารู้สึกเย็นสบาย พอถึงตอนเที่ยงก็ส่องแสงจนคนเหงื่อท่วมตัว เวลาเราอยู่ใกล้ไฟก็จะรู้สึกร้อน ถ้าอยู่ห่างออกมาก็ไม่ค่อยรู้สึก ดังนั้นผมคิดว่าพระอาทิตย์ตอนเที่ยงอยู่ใกล้

พอเด็กสองคนพูดจบ ก็ถามขงจื้อว่า จริงๆ แล้วความคิดของพวกตนของใครถูก

ขงจื้อดูเหมือนได้รับความลำบากจากปัญหานี้แล้ว นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ไม่รู้จะตอบอย่างไร และตอบเด็กไปว่า ฉันยังไม่อาจตัดสินโดยเด็ดขาดได้ว่า ความคิดของพวกเธออันไหนถูก เพราะฉันยังไม่เคยค้นคว้าวิจัยเรื่องนี้มาก่อน

เด็กสองคนนั้นคิดในใจว่า ขงจื้อได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการที่เก่งที่สุด แต่ปัญหานี้แม้กระทั่งขงจื้อยังตอบไม่ได้ แล้วพวกเราเพิ่งมีความรู้สักเท่าไรเชียว ถึงได้ปักใจมั่นหัวชนฝาว่าความคิดของตนเองถูก ช่างเป็นเรื่องไม่สมควรจริงๆ
ท่านสาธุชนทั้งหลาย...

เราเคยเป็นคนดื้อปักใจมั่นเชื่อในความคิดของตนเอง จนไม่ยอมรับฟังความคิดคนอื่นบ้างไหม แก้วน้ำที่ปิดฝาอยู่ต่อให้เอาน้ำมาเทสักโอ่ง ก็คงไม่เข้าสักหยด แต่ถ้าเปิดฝาออก เทน้ำลงไปประ-เดี๋ยวก็เต็มเปี่ยม ถ้าเราเปิดใจให้กว้าง เราจะได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมาย ไม่เป็นกบในกะลาครอบ และขอให้ดูตัวอย่างขงจื้อ แม้ได้รับยกย่องว่าเป็นปราชญ์ใหญ่ในยุคนั้น แต่เมื่อเจอเรื่องที่ตัวไม่รู้ ก็บอกตรงๆ ว่าไม่รู้ ไม่มีอาการกลัวหน้าแตก แล้วตอบโมเมส่งเดชไป คนไม่รู้แล้วไม่ชี้ยังดี ที่กลัวคือคนไม่รู้แต่ชี้ แล้วชี้ผิดๆ พาคนอื่นเข้าใจผิดตามๆ กันไปด้วย

ความรู้ต่างๆ ในโลกนี้ที่เกิดจากการขบคิดไตร่ตรองด้วยเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นความคิดของนักวิชาการที่เก่งเพียงใด ก็ล้วนมีโอกาสผิดพลาดทั้งสิ้น ทฤษฎีต่างๆ ในโลกตั้งขึ้นแล้วก็มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นความรู้ที่เกิดจากความคิด (จินตามยปัญญา) มีเพียงความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เกิดจากการทำสมาธิภาวนา (ภาวนามยปัญญา) เท่านั้นที่ถูกต้องจริงแท้ตลอดกาล ทนทานต่อการพิสูจน์ เพราะเป็นความรู้จากใจที่สงบหยุดนิ่ง สว่างไสว ปราศจากกิเลสอวิชชาที่มาหุ้มห่อใจ เป็นความรู้ที่ทำให้พ้นทุกข์ ทำให้โลกสงบเย็น เรามาปฏิบัติธรรมเพื่อให้เข้าถึงความรู้ชนิดนี้กันเถิด

มหาสมุทรซึ่งเป็นที่ไหลมารวมกันของน้ำจากทุกสารทิศ

จะต้องมีระดับพื้นที่ต่ำกว่าพื้นที่ตรงต้นน้ำทั้งหลายฉันใด

ผู้ที่ต้องการจะรับการถ่ายทอดคุณความดีจากบุคคลทั้งหลาย

ก็จะต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตนก่อนฉันนั้น

(พุทธพจน์)

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๙ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org