หน้าแรก
 
อภิณหชาดก พิมพ์
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

ชาดกว่าด้วยการติดเพื่อนสถานที่ตรัสชาดก

chadok491125.jpg

เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี

สาเหตุที่ตรัสชาดก

มีชายสองคนเป็นเพื่อนรักกันมาก ชายคนหนึ่งเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ส่วนเพื่อนแม้มิได้บวชก็บำเพ็ญตนเป็นอุบาสกทำบุญให้ทานโดยสม่ำเสมอ ทุกๆ วันเพื่อนที่บวชเป็นพระจะไปฉันอาหารยังเรือนของเพื่อนที่เป็นอุบาสก เมื่อฉันเสร็จ เพื่อนผู้เป็นอุบาสกจะเดินมาส่งถึงเชตวันมหาวิหารและนั่งสนทนากัน พอถึงเวลากลับเพื่อนผู้เป็นภิกษุจะเดินไปส่งจนถึงประตูเมือง

ภิกษุทั้งหลายได้สนทนากันที่ธรรมสภาในเรื่องนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาและทรงสอบถาม เมื่อทรงทราบเรื่องแล้วจึงทรงระลึกชาติด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ แล้วพระพุทธองค์ทรงนำ อภิณหชาดก มาตรัสดังนี้

เนื้อหาชาดก

ณ โรงช้างของพระเจ้าพรหมทัต มีลูกสุนัขตัวหนึ่งพลัดจากแม่มาอาศัยอยู่ในโรงช้างนั้น พระยาช้างต้นรักและเอ็นดูลูกสุนัขมาก ให้ร่วมกินอาหารและขนมนมเนยด้วย เมื่อกินแล้ว ก็เล่นกันเป็นที่สนุกสนาน สัตว์ทั้งสองอาศัยอยู่ร่วมชายคาเดียวกันด้วยความผาสุกตลอดมา

อยู่มาวันหนึ่ง มีชาวบ้านคนหนึ่งเข้ามาในโรงช้าง เห็นลูกสุนัขมีลักษณะดี ท่าทางเฉียวฉลาด จึงบังเกิดความเอ็นดู ถึงกับเอ่ยปากขอซื้อลูกสุนัขจากควาญช้างเพื่อนำไปเลี้ยง ควาญช้างทนรบเร้าไม่ได้จึงขายให้

นับแต่วันที่ลูกสุนัขถูกพรากไป พระยาช้างต้นก็ไม่เป็นอันกินอันนอน ซ้ำบางคราวยังเหม่อลอยอย่างไรจุดหมาย น้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม ใครจะเรียกขานอย่างไรก็ไม่รับรู้ ราวกับว่าหัวใจสลายไปเสียแล้ว

เมื่อพระยาช้างต้นมีอาการเช่นนี้หลายวัน ควาญช้างจึงนำความขึ้นกราบทูลให้พระเจ้าพรมหทัตทรงทราบ พระองค์จึงมีรับสั่งให้อำมาตย์บัณฑิตผู้หนึ่งไปตรวจดูอาการของพระยาช้างต้น

อำมาตย์บัณฑิตได้ตรวจดูอาการแล้ว ไม่พบความผิดปกติใดๆ มีร่างกายแข็งแรงดี ไม่ได้ป่วยไข้ จึงสันนิษฐานว่าอาการที่ปรากฏนั้นต้องเกิดจากโรคทางใจ ได้สอบถามควาญช้างว่าพระยาช้างต้นสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษหรือไม่ ควาญช้างจึงบอกว่ามีลูกสุนัขตัวหนึ่งเข้ามากิน และวิ่งเล่นกับพระยาช้างตน แต่ตอนนี้ได้ขายให้กับชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งไม่รู้จักที่อยู่ไป

อำมาตย์จึงบัณฑิตจึงกราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบว่า ที่พระยาช้างต้นมีอาการเช่นนั้น เป็นเพราะคิดถึงลูกสุนัขที่เป็นเพื่อนรักกัน พระองค์จึงโปรดให้ประกาศไปทั่วเมืองให้ผู้ที่เลี้ยงสุนัขตัวนี้ปล่อยออกมาเสีย

ฝ่ายลูกสุนัขนั้น เมื่อถูกนำไปเลี้ยงก็มีอาการเช่นเดียวกับพระยาช้างต้น แม้ผู้ที่นำไปเลี้ยงจะเอาอกเอาใจอย่างไรก็ไม่มีอาการดีขึ้น เมื่อผู้ที่นำไปเลี้ยงได้ยินประกาศดังกล่าว จึงปล่อยมันไป

ทันทีที่พ้นจากรั้วบ้าน ลูกสุนัขวิ่งสุดฝีเท้าตรงมายังโรงช้างต้นด้วยใจที่ลิงโลด พระยาช้างต้นเห็นลูกสุนัขวิ่งมาแต่ไกล ก็เปล่งเสียงร้องด้วยความดีใจ และใช้งวงกอดรัดไว้ทันทีที่ลูกสุนัขมาถึงตัว น้ำตาแห่งความปีติไหลพรากด้วยกันทั้งคู่ พระยาช้างต้นค่อยๆ วางลูกสุนัขไว้บนกระพองด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง แล้วให้ลูกสุนัขกินข้าวและขนมของตน เมื่ออิ่มแล้วตนจึงค่อยกินภายหลัง

อำมาตย์บัณฑิตเห็นว่าพระยาช้างต้นเป็นปกติสุขดีแล้ว จึงไปกราบทูลให้พระเจ้าพรหมทัตทรงทราบ พระองค์ทรงตรัสชมเชยที่ท่านบัณฑิตรู้อัธยาศัยของสัตว์ และทำให้พระยาช้างต้นเป็นปกติสุขเช่นเดิมได้ จึงได้พระราชทานยศและทรัพย์สินเป็นรางวัลให้เป็นอันมาก

ประชุมชาดก

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่า

ลูกสุนัข ได้มาเป็นอุบาสกในขณะนี้

พระยาช้างต้น ได้มาเป็นพระเถระผู้สหาย

พระเจ้าพรหมทัต ได้มาเป็นพระอานนท์

อำมาตย์บัณฑิต ได้มาเป็นพระองค์เอง

ข้อคิดจากชาดก

การมีเพื่อนเป็นสิ่งดี แต่การติดเพื่อนจะให้โทษ เพราะก่อให้เกิดทุกข์ 2 ประการคือ

1. ทุกข์เพราะความคิดถึง

2. ทุกข์เพราะเสียการงาน

แม้กระทั่งในครอบครัวก็เช่นกัน สามีภรรยาที่ติดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมากจนเกินไป พ่อแม่ที่ติดลูกจนทะนุถนอมและห่วงใยดังไข่ในหินก็ไม่ปาน ย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายใดเลย เพราะนอกจากจะสร้างความทุกข์กังวลใจให้ต้องทรมานซึ่งกันและกันเมื่อพรากจากแล้ว ยังทำให้ต่างฝ่ายไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เป็นการถ่วงความเจริญก้าวหน้าของกันและกันอีกด้วย ดังนั้น ใครที่กำลังรักใคร่ในบุคคลใดก็ตาม พึงเตือนตนให้รักแต่พอประมาณ ส่วนใครที่ไม่ได้รักใคร่ผู้ใด ก็อย่าได้ขวนขวยให้วุ่นวายใจ ให้คิดเสมอว่า “มากรักก็มากน้ำตา ไม่มีรักก็ไร้น้ำตา”

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org