หน้าแรก
 
ความไม่ชอบมาพากลในการเอาน้ำเมาเข้าตลาดหุ้น พิมพ์
๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๘

 

ผู้พยายามจะเอาน้ำเมาเข้าตลาดหุ้น มักอ้างเสมอว่า กฎหมายอนุญาตโดยอ้างถึงมติคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปี ๒๕๓๘ แต่การกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริงและมีความไม่ชอบมาพากล ดังนี้

๑. คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีประกาศที่ กจ.๑๒/๒๕๔๓ โดยข้อ ๔ (ก) ได้กำหนดคุณสมบัติของธุรกิจที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯไว้ว่า จะต้องมี ธุรกิจหลักเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่น้ำเมาเป็นสาเหตุของความเสียหายต่อสังคมมหาศาล ดังนี้

* ๗๒.๗% ของผู้บาดเจ็บรุนแรงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนดื่มน้ำเมาก่อนเกิดเหตุ

* ๕๙.๑% ของผู้ก่อคดีทำลายทรัพย์สินดื่มน้ำเมาก่อนก่อคดี

* น้ำเมาเป็นสาเหตุถึง ๕๔.๓% ของคดีความผิดเกี่ยวกับเพศและข่มขืนกระทำชำเรา

* ๒๐.๘% ของผู้กระทำความผิดต่อร่างกาย ดื่มน้ำเมาก่อนก่อเหตุ

* ผู้หญิงและเด็กวันละนับล้านคนถูกทุบตีจากพ่อบ้านที่เมามาย

ขณะเดียวกันผู้บริโภคน้ำเมาเป็นประจำ ๕๑.๒% มีความเครียดรุนแรง ๔๘.๖% ซึมเศร้าในระดับควรพบแพทย์ และถ้าบริโภคจนติดมี ๑๑.๙% อยากฆ่าตัวตายและ ๑๑.๓% อยากฆ่าผู้อื่น นอกจากนี้น้ำเมายังเป็นสาเหตุของโรคร้ายกว่า ๕๐ ชนิด เช่น ตับแข็ง มะเร็งทางเดินอาหาร และสมองเสื่อมอีกด้วย

แม้ในทางเศรษฐกิจ จากการวิจัยพบว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียกำลังผลิต (Productivity lost) ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและค่าเสียหายรวมรายจ่ายของรัฐจากอาชญากรรมและความรุนแรงที่มีสาเหตุจากการดื่มน้ำเมา สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าปีละกว่า ๕ แสนล้านบาท

ดังนั้น เมื่อธุรกิจน้ำเมาส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างมากมายตามสถิติข้างต้น จึงขาดคุณสมบัติที่จะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

๒. มติ ก.ล.ต. ปี ๒๕๓๘ ที่ถูกอ้าง ก็อนุญาตเพียงไวน์และเบียร์ไม่ได้อนุญาตให้ธุรกิจเหล้า เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แต่อย่างใด แต่บริษัทไทยเบฟเวอเรจ ที่ต้องการเข้าตลาดหุ้น นอกจากผลิตเบียร์แล้วยังผลิตเหล้าด้วย ทั้งเหล้าแม่โขง เหล้าแสงโสม เหล้าหงส์ทอง เหล้าหงส์ทิพย์ เหล้าหงส์ชัย เหล้าหงส์รุ้ง เหล้าหงส์เพชร เหล้าขาว จึงเข้าตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้ เพราะ ก.ล.ต. ไม่เคยอนุญาตให้ธุรกิจเหล้าเข้าตลาดหลักทรัพย์

๓. แม้ตัวมติ ก.ล.ต.ปี ๒๕๓๘ เอง ก็ย่อมไม่อาจไปขัดกับประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต.ปี ๒๕๔๓ ที่กำหนดให้บริษัทที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์จะต้องมี ธุรกิจหลักเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดังกล่าวแล้วข้างต้น เพราะศักดิ์และสิทธิ์ของ “ประกาศ” ย่อมสูงกว่ามติ เหมือนกฎกระทรวงจะไปแย้งกฎหมายไม่ได้ กฎหมายก็ไปแย้งรัฐธรรมนูญไม่ได้ ดังนั้นธุรกิจเบียร์และไวน์ก็ควรจะห้ามเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วย เพราะไม่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ตามประกาศคณะกรรมการก.ล.ต. ปี ๒๕๔๓

การพยายามอ้างว่า กฎหมายเปิดทางให้ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหุ้นได้ โดยหลีกเลี่ยงไม่กล่าวถึงประกาศคณะกรรมการก.ล.ต.ปี ๒๕๔๓ จึงเป็นการแสดงความไม่ชอบมาพากล ดูมีลับลมคมนัย ไม่โปร่งใส

และน่าแปลกที่มติก.ล.ต. ปี ๒๕๓๘ ก็ดูมีความพยายามปกปิด ไม่เปิดเผยเนื้อหาสาระสู่สาธารณะเหมือนมติก.ล.ต. เรื่องอื่นๆ สอบถามก็ไม่ยอมบอก อ้างว่า เป็นความลับ ไม่รู้ว่า กลัวประชาชนจะรู้ความจริงว่าไม่ได้อนุญาตให้ธุรกิจเหล้าเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือเปล่า?

๔. คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเอง ได้มีมติอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๘ ว่า ไม่รับธุรกิจที่ไม่มีประโยชน์ หรือมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมต่ำ อาทิ บุหรี่ การค้าอาวุธ การพนัน เป็นต้น เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ

เพราะฉะนั้นเป็นที่ชัดเจนว่า ธุรกิจใดจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้หรือไม่ อยู่ที่ว่าธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศหรือไม่?

การกล่าวอ้างว่า กฎหมายอนุญาตให้ธุรกิจน้ำเมาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ จึงไม่เป็นความจริง!!

 

เครือข่ายเยาวชนคนรักชาติ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org