หน้าแรก
 
อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี ... ครูดีที่โลกต้องการ พิมพ์
๒๔ มีนาคม ๒๕๔๗

“ วิสัยครูดูอย่างเหมือนช่างปั้น               ต้องคาดคั้นโขลกสับแทบจับไข้
ไม่สันทัดขัดแต่งรุนแรงไป                    ก็บรรลัยแยกร้าวลงแหลกราญ
อันภูมิครูดูได้จากลูกศิษย์         เหมือนดูช่างชาญประดิษฐ์จากเชิงสาน
มีลูกศิษย์หัวรั้นอันธพาล                   เขาประจานด่าครูไม่ดูแล ”


.....ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก มีเพียงอ้อมกอดอันอบอุ่นของมารดาคอยดูแล บิดามารดาจึงถือเป็นครูคนแรกของลูก ครั้นเมื่อเติบใหญ่เจริญวัย มือของผู้ให้มากมายคอยหยิบยื่นสิ่งที่ดีให้กับชีวิต ผู้มีพระคุณอันดับสองรองจากพ่อแม่ คือ ครูอาจารย์

.....หลากหลายเรื่องราวของความเป็นครู ในวันนี้ เป็นหนึ่งในตัวอย่าง ครูดีที่โลกต้องการ นับได้ว่าเป็นเพชรเม็ดงามในแวดวงแม่พิมพ์ของชาติ ท่านคือ อาจารย์สมพงษ์ หุ่นสะดี หัวหน้าหมวดสังคม โรงเรียนสิงห์สมุทร จ.ชลบุรี

.....อาจารย์สมพงษ์มีความเป็นครูด้วยหัวใจและจิตวิญญาณ ไม่เพียงถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์เเท่านั้น แต่ยังคอยอบรมพร่ำสอนคุณธรรมความดีให้แก่ศิษย์อีกด้วย นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการศึกษาเพื่อพัฒนาศีลธรรม โดยการส่งนักเรียนเข้าร่วมโครงการสอบตอบปัญหาธรรมะ “ ทางก้าวหน้า ” ต่อเนื่องกันเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี

.....จุดเริ่มต้นของการค้นพบยอดครูผู้นี้ เกิดจากเหตุการณ์เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว เป็นเรื่องที่นักกิจกรรมชมรมพุทธฯ ที่จัดงานครั้งนั้น ถือเป็นความทรงจำอันทรงคุณค่าของการจัดสอบตอบปัญหาธรรมะ “ทางก้าวหน้า” ในรอบหลายสิบปีทีเดียว

.....เย็นวันเสาร์ที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ เมื่อคณะกรรมการติดประกาศผลสอบรอบคัดเลือกระดับมัธยมปลายแล้ว อาจารย์ประสานงานพร้อมกับนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ได้เข้ามาขอพบอาจารย์ที่ปรึกษาที่ศาลาพระเกี้ยว แนะนำตัวว่าชื่ออาจารย์สมพงษ์ เป็นอาจารย์ประสานงานของโรงเรียนกระทุ่มแบน “วิเศษสมุทรคุณ” จ.สมุทรสาคร อาจารย์แจ้งว่าคงจะมีข้อผิดพลาดบางประการเกิดขึ้น ลูกศิษย์ของอาจารย์ที่เข้าสอบไม่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแม้แต่คนเดียว

.....เวลานั้นอาจารย์ที่ปรึกษาคิดว่า เป็นเรื่องของนักเรียนที่สอบไม่ได้แล้วมาทักท้วงเป็นธรรมดา จึงไม่ได้คิดจะซักถามรายละเอียดมากนัก เรื่องนี้จึงผ่านเลยไป โดยปราศจากการตรวจสอบข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น

.....เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อนักเรียนรุ่นต่อมาเข้าห้องสอบกันแล้ว ประธานชมรมพุทธศาสตร์ฯ เดินตามหาอาจารย์ที่ปรึกษาด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก พร้อมกับอาจารย์สมพงษ์ที่ได้แสดงความเสียใจ และขออภัยที่ต้องรบกวนอีกครั้ง อาจารย์มีสมุดจดงานของนักเรียนอยู่ในมือและอธิบายว่า ในสมุดเล่มนี้ อาจารย์มีสรุปหัวข้อจากหนังสือมงคลชีวิต และคำถาม-คำตอบเป็นแนวทางให้ลูกศิษย์เตรียมตัวสอบ อาจารย์ได้ “ติว” เข้มนักเรียนของอาจารย์ ถึงขนาดให้มานอนที่บ้านพักก่อนสอบ จึงค่อนข้างมั่นใจว่า ส่วนหนึ่งของนักเรียนที่มาสอบเมื่อวานนี้ น่าจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในวันพรุ่งนี้บ้าง

.....เมื่อได้เห็นสมุดจดงานและคำอธิบายของอาจารย์สมพงษ์ ทุกคนหน้าซีดเซียวลงเกือบจะพร้อมกัน
รู้สึกสำนึกผิดที่มิได้สอบถามข้อมูลอย่างละเอียดเมื่อวานนี้ การตรวจสอบข้อผิดพลาดจึงเกิดขึ้น คณะกรรมการส่วนหนึ่งไปค้นกระดาษคำตอบในห้องประชุม

.....ตามระบบและขั้นตอน จะต้องเก็บข้อสอบไว้ในกล่องสีน้ำตาล และเก็บกระดาษคำตอบไว้ในซองสีน้ำตาล ความสนใจของทุกคนจึงอยู่ที่ซองสีน้ำตาลนี้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เมื่อมีกรรมการคุมสอบคนหนึ่งรวมข้อสอบและกระดาษคำตอบไว้ด้วยกัน จึงเกิดความผิดพลาด กระดาษคำตอบถูกรวมอยู่ในกล่องสีน้ำตาลที่ปราศจากผู้สนใจ

.....เมื่อแยกกระดาษคำตอบออกมาจากข้อสอบแล้ว เพียงตรวจและรวมคะแนนของนักเรียนคนแรก ทุกคนในที่นั้นมีสีหน้าซีดเซียวลงไปถ้วนหน้า เพราะคะแนนที่นักเรียนได้ เท่ากับคะแนนสูงสุดที่นักเรียนที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศที่ประกาศไปเมื่อวานนี้

.....ในตอนเย็นวันนั้น คณะกรรมการจึงรีบดำเนินการแก้ไขในทันที ด้วยการประกาศผลรอบคัดเลือกเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งคำขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

.....แม้จะแก้ไขทุกอย่างแล้ว แต่ในความรู้สึกลึกๆ ของคณะทำงานทุกคน มีความเสียใจที่ไม่ได้ดูแลให้รอบคอบ พร้อมกับรู้สึกแปลกใจที่มิได้ถูกต่อว่าต่อขาน ที่ทำให้อาจารย์และนักเรียนยุ่งยาก เพราะว่า เมื่อกลับไปถึงกระทุ่มแบนในค่ำวันนั้น อาจารย์สมพงษ์ต้องลงเรือไปตามลูกศิษย์ถึงบ้าน ให้เตรียมตัวไปสอบในวันรุ่งขึ้น ทำให้รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งในความมีน้ำใจอันกว้างขวางของอาจารย์เป็นอย่างยิ่ง

…เมื่อการณ์เป็นเช่นนี้ การทักถามถึงการทำหน้าที่อาจารย์ประสานงานที่ผ่านมาจึงเริ่มขึ้น…

.....อาจารย์สมพงษ์ได้เริ่มเป็นอาจารย์ประสานงานโดยการนำนักเรียนเพียง ๖ คน จากโรงเรียนกระทุ่มแบน นั่งรถเมล์ไปสอบที่จุฬาลงกรณ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ จากนั้นได้นำนักเรียนมาสอบติดต่อกันทุกปี อาจารย์มีลูกศิษย์ที่มาร่วมกิจกรรม “ทางก้าวหน้า” ได้รับรางวัลชนะเลิศและรางวัลประเภทต่างๆ หลายรางวัล สิ่งที่น่าสนใจ คือ นักเรียนที่มาร่วมกิจกรรม สามารถ สอบเข้าศึกษาต่อในสถาบันศึกษาต่างๆ ได้เกือบทุกมหาวิทยาลัย จึงเป็นเรื่องที่น่าศึกษาอย่างยิ่งว่าอาจารย์ทำได้อย่างไร ?

.....อาจารย์เล่าความเป็นมาให้เราฟังว่า “ สำหรับประสบการณ์ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒๐ ปี ที่ได้เข้าร่วมตอบปัญหาธรรมะ ในฐานะอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้สอน มีมากมาย บางครั้งหวานชื่นในความสำเร็จที่เกิดขึ้น แต่บางคราวก็ทุกข์ที่ต้องอดทนต่อสู้อุปสรรคปัญหาต่างๆ นานา สำหรับการสอบครั้งแรก ยังไม่ค่อยทราบข้อมูลในการสอบอย่างละเอียดนัก โดยเฉพาะเนื้อหาที่จะต้องสอบและหนังสือค้นคว้าก็ยังไม่มี แต่อย่างไรก็ตาม ผลการสอบครั้งนั้น ได้อันดับที่ ๑๓ ของประเทศ ดีใจมากที่สุด ทำให้เกิดความคิดว่า รางวัลชนะเลิศนั้น น่าจะเป็นของเราเช่นกัน ถ้ามีความมุ่งมั่น อดทน และมีความเพียรมากกว่านี้

.....หลังจากนั้นครูก็เริ่มเอาจริงจังกับการสอบแข่งขันทางก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น โดยเสริมสร้างกำลังใจให้นักเรียนเป็นนักสู้ เปิดสอนพิเศษ มีการเก็บตัวเข้าค่ายธรรมะก่อนสอบ คงเป็นผลมาจากการที่คณะครูพร้อมทั้งนักเรียนและผู้ปกครองเอาจริงเอาจังกับงานนี้ ความสำเร็จจึงเกิดขึ้น สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศได้

.....ส่วนรางวัลชมเชย นักเรียนที่สอบได้รับเกือบทุกคน ในใจขณะนี้ รู้สึกเฉยๆ กับรางวัลที่ได้รับ แต่มีความรู้สึกภูมิใจที่ครูได้ร่วมสร้างสรรค์เยาวชนของชาติให้ เป็นคนดีและคนเก่งออกไปรับใช้สังคมและประเทศชาติมากมาย ครูหวังว่าสักวันหนึ่งในอนาคต นายกรัฐมนตรีของไทย จะต้องเคยเป็นเด็กเล็กๆ ที่มาจากการตอบปัญหาธรรมะนี้บ้าง ”

.....ทุกหยาดเหงื่อแรงกาย ทุกความทุ่มเทเสียสละ ของครู ผู้ให้ ในวันนี้ ไม่เคยสูญเปล่าเลยแม้สักครั้ง ย้อนกลับมาเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำ

.....อุปสรรคขวากหนาม คือ ความงามของความสำเร็จ การสร้างเยาวชนของชาติ ให้เป็นคนดีที่โลกต้องการ จึงสมเป็นงานของ “ครูผู้สร้าง” อย่างแท้จริง

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org