หน้าแรก
 
วันคุ้มครองโลก (EARTH DAY) ๒๒ เมษายน พิมพ์
๑๘ เมษายน ๒๕๔๗

 


.....๒๒ เมษายน EARTH DAY ของทุกปี ถูกกำหนดเป็นวันที่ประชาคมโลกให้ความสำคัญ และร่วมกันทำกิจกรรมต่างๆ ขึ้นเพื่อให้กับโลกของเรา ตลอดรวมไปถึงสิ่งแวดล้อม โดยเป็นการเคลื่อนไหวที่จัดให้มีขึ้นทั่วทุกมุมโลกกันทีเดียว ด้วยวัตถุประสงค์ให้ชาวโลกเกิดจิตสำนึกร่วมกัน ในการปกป้อง คุ้มครอง และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโลก ให้เกิดความน่าอยู่ น่าอาศัย โดยให้การปกป้องคุ้มครองโลกทั้งโลกนี้ ให้รอดพ้นจากภัยพิบัติ และความหายนะต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกันเอง

.....จากประวัติศาสตร์อันยาวนาน ระหว่างสิ่งแวดล้อมโลกกับความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ นับกว่า ๒๐๐ ปีมาแล้ว ในยุคหลังเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม เกิดการเปลี่ยนแปลงจากสังคมชนบทเริ่มหนาแน่นจนกลายเป็นสังคมเมืองมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ความสำคัญของการผลิตอาหาร เพื่อให้ทันกับความต้องการเพื่อการบริโภค การเพิ่มจำนวนประชากรอย่างรวดเร็ว ประเทศอเมริกาและยุโรปซึ่งเป็นประเทศแรก ๆ ที่มีการเคลื่อนไหวของนักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง นักสิ่งแวดล้อม และสื่อมวลชน ชี้ชวนให้ชาวโลกได้ร่วมกันตระหนักถึงข้อปฏิบัติอันถูกต้องเหมาะสม ก็เพื่อการป้องกันสิ่งแวดล้อมโลกเอาไว้ให้อยู่ดีต่อไปได้นานที่สุด จึงเกิดการจัดตั้งองค์กรเพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติขึ้นหลายหน่วยงานทีเดียว มีนโยบายที่แข็งขันในการปลูกฝังความหวงแหนทนุถนอมทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางธรรมชาติต่างๆ

.....จุดกำเนิดของวันคุ้มครองโลก ด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อมภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นจนน่าใจหาย สภาพบ้านเมือง เศรษฐกิจ ตกอยู่ในภาวะคับขัน สงครามที่ทุ่มสร้างเทคโนโลยีที่ล้วนมีอันตรายต่อทั้งมนุษย์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ การนำสารเคมีต่าง ๆ มาใช้เพิ่มมากขึ้นทั้งในการทหาร เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมกระทั่งถึงกับแทรกซึมเข้ามาร่วมอยู่ในชีวิตประจำวัน ไปพร้อม ๆ กับการทำลายความสมดุลย์ตามธรรมชาติ ที่ในเรื่องอากาศ ดิน น้ำ ทั่วทุกแห่งเต็มไปด้วยปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดมาจากความมักง่ายและไม่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของมนุษย์


.....EARTH DAY มีจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ ๒๒ เมษายน ๑๙๗๐ (พ.ศ.๒๕๑๓) โดยความคิดริเริ่มของ วุฒิสมาชิก Gaylord Nelson ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวันคุ้มครองโลกขึ้น ท่านผู้นี้ริเริ่มในการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ เพื่อหวังที่จะสร้างกระแสให้เกิดความตื่นตัวครั้งใหญ่ เพื่อให้มีผลทางการเมืองในการออกกฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการตอบสนองอย่างเกินคาดหมายทั้งจากนักวิชาการ นักอนุรักษ์ ฯลฯ ประชาชนร่วมมือกันพิทักษ์คุ้มครองโลก มีผู้เข้าร่วมการเดินรณรงค์ในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา มีการชุมนุมตามท้องถนนครั้งใหญ่ มากถึง ๒๐ ล้านคน มีโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วมนับแสนแห่ง วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอีกกว่า ๒๐,๐๐๐ แห่ง อันส่งผลทางการเมืองทำให้เกิดการก่อตั้ง สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และส่งผลให้เกิด กฎหมายเกี่ยวกับอากาศบริสุทธิ์ เกี่ยวกับน้ำสะอาด ติดตามมา นับเป็นจุดเริ่มต้นของการประกาศ “วันคุ้มครองโลก” อย่างเป็นทางการ เป็นวันที่ถูกจัดให้มีความสำคัญ เป็นที่รู้จัก และมีสีสรรมากกว่า รวมทั้งมีคนเข้าร่วมจากทั่วโลกเป็นร้อยล้านคน ซึ่งเกิดโดยภาคประชาชน และมีประชาชนโลกเป็นเจ้าของร่วมกัน

.....ต่อมาจาก ๒๐ ปี ให้หลังจากการประกาศวันคุ้มครองโลกอย่างเป็นทางการแล้ว
กิจกรรมในปีนั้นก้าวขยายสู่ระดับโลกอย่างยิ่งใหญ่ ประชากรโลกกว่า ๒๐๐ ล้านคนทั่วทุกมุมโลกเข้าร่วม ทำให้กระแสความตื่นตัวในครั้งนั้นได้ขยายผลไปสู่ระดับโลกเรื่อยมาจนถึงปี ๑๙๙๒

.....จึงมีการประชุมทางด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาในระดับโลกครั้งยิ่งใหญ่ จัดโดย United Nations Conference on Environment and Development (UNCED) ขึ้นที่กรุง ริโล เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนจากหลาย ๆ ประเทศมาประชุมกันด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไม่เคยมีมาก่อน ได้มีข้อตกลงร่วมกันหลายโครงการ เพื่อการปกป้องระบบนิเวศน์วิทยาของโลกไว้ให้น่าอยู่ต่อไป

.....และมุ่งหน้าไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
จึงไม่เป็นที่น่าแปลกที่ว่า Earth Day จักไม่มีหน่วยงานใดเป็นเจ้าของเฉพาะเจาะจง ก็เพราะว่าชาวโลกทุกคนล้วนเป็นเจ้าของร่วมกันอยู่นั่นเอง จึงไม่ต้องอาศัยการประกาศอย่างเป็นทางการ ด้วยมีจุดเริ่มต้นด้วยประชาชน และทำให้ขยายวงไปสู่ระดับโลกโดยภาคประชาชน
และในวันนี้ ไม่ใช่เป็นวันหยุด แต่ทว่าประชาคมโลกต่างพร้อมกันให้ความสำคัญ และพยายามสร้างกิจกรรมอันหลากหลายขึ้นมา ด้วยหวังสร้างปลุกกระแสให้ชาวโลกเห็นและหันมาให้ความสำคัญของโลกทางด้านระบบนิเวศน์วิทยา รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมที่เราอาศัยอยู่นี้

.....โดยในทุก ๆ ปี มีประชาชนโลกนับร้อยล้านคน เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นในท้องถิ่นในชุมชนของตนเอง จึงมีความหลากหลาย อันขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน ซึ่งกระจายวงกว้างไปในทั้ง โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษา องค์กรเอกชน รวมไปถึงหน่วยงานราชการ เช่น การจัดประชุมสัมมนาทางด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม , จัดนิทรรศการ, การจัดคอนเสริต ดนตรี ฯลฯ โดยหัวข้อในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องทางด้านสิ่งแวดล้อม และนิเวศน์วิทยาของมนุษย์ ตั้งแต่ความหลากหลายทางชีวภาพ , การทดแทนป่า การอนุรักษ์ป่า, พลังงานแนวใหม่ ที่ต้องสะอาด ยั่งยืน ปลอดภัย , ทรัพยากรน้ำ, ความเสมอภาค ฯลฯ

.....การจัดกิจกรรมต่าง ๆ จะคงไม่มีหน่วยงานใดเป็นศูนย์กลาง แต่เป็นกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก ในทุกระดับตั้งแต่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิชาการ นักเรียนนักศึกษา ไปจนถึงประชาชนชาวบ้านธรรมดา มีการประมาณกันว่าในปี ค.ศ.๑๙๙๐ (พ.ศ. ๒๕๓๓) มีประชาชน
กว่า ๒๐๐ ล้านคน จาก ๑๔๑ ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมทำการเฉลิมฉลองเพื่อมาระลึกถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ในวัน Earth Day ๒๒ เมษายน ๑๙๙๐

.....โดยทุกคนต้องรู้สึกตระหนักถึงความจำเป็นในการมาเข้าร่วมคุ้มครองโลก ที่ต้องเริ่มจากตัวเราทุกคนกันก่อน แล้วจึงขยายไปยังบุคคลในครอบครัว สังคมและประเทศชาติ กระจายไปให้ทั่วทั้งโลก เพื่อที่ว่าเป็นการร่วมกันทำเพื่อให้โลกของเราอยู่ในสภาวะที่มนุษย์และสัตว์ได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป

.....จากการเห็นภัยอันตรายดังกล่าว และด้วยความตระหนักเพื่อยังจะรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัย ความสงบสุขอย่างต่อเนื่องนี้ ที่นับว่าเป็นความต้องการอีกด้านหนึ่งที่หากทำให้มีขึ้นได้ จะเป็นการดูแล ป้องกัน รักษาทั้งตัวบุคคล รวมไปถึงสัตว์ และสิ่งแวดล้อม อย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น คือการหล่อหลอมสร้างจิตสำนึกที่ถูกต้องดีงามในทุก ๆ ด้าน เข้าไปด้วย เพื่อผลดีต่าง ๆ ที่จะตามมาได้อีกนั้น ความต้องการนี้ ก่อให้เกิดการรวมตัวและสร้างกิจกรรมที่เกิดขึ้นอย่างสงบ พร้อมเพรียง โดยจัดขึ้นให้มีได้กับประชาคมทั่วทุกมุมโลก ด้วยการจัดให้มีกิจกรรมเกี่ยวกับการทำสมาธิเข้าร่วมด้วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติได้ทุกชาติ ทุกภาษา ทุกศาสนา เพราะการทำจิตใจให้สงบด้วยการใช้สมาธิอันเป็นสิ่งกลาง ๆ คืออีกทางเลือกหนึ่งที่ร่วมปฏิบัติพร้อมกันได้ทั่วโลก ให้การช่วยกันคุ้มครองโลกไว้อย่างมีสติ ด้วยปัญญาที่แจ่มใส พร้อมที่จะร่วมก้าวเข้ามาทำหน้าที่ของผู้ให้ความสำคัญใน “วันคุ้มครองโลก” ในทุก ๆ ปี ได้อย่างสมบูรณ์.

 

 

 

สุ. พูนพิพัฒน์.

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org