หน้าแรก
 
ดาวส่องสว่าง ที่บ้านหนองซอน พิมพ์
๒๘ เมษายน ๒๕๔๗

 



.....ฝุ่นฟุ้งกระจายบนถนนดินลูกรังสีแดง ตามหลังรถไถนาที่มีลุงบุญมาเป็นคนขับ ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งโยกหัวคลอนไปมาทางด้านหลัง มองดูเหมือนฝรั่งหัวแดงกันทุกคน เสียงหัวเราะสนุกสนานกับการเดินทางแบบธรรมชาติ หากไม่นับชีวิตเปื้อนฝุ่นบนรถไถคันนี้แล้ว พวกเรายินดีสูดอากาศบริสุทธิ์ของที่นี่กันเต็มปอด

.....ในที่สุดรถคันเก่งก็พาพวกเรามาถึง ตำบลบ้านหนองซอน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม โดย สวัสดิภาพ พวกเรายกมือไหว้ขอบคุณคุณลุงกันยกใหญ่ ลุงแกคงดีใจรีบบอกว่าไม่เป็นไร เป็นภาษาอีสาน พร้อมยิ้มเห็นฟันขาวที่ตัดกับสีผิวกรำแดดอย่างจริงใจ เมื่อรถของลุงจากไปแล้ว พวกเรามุ่งหน้าเดินต่อไปอีกเล็กน้อย เห็นป้ายเขียนว่า วัดราชสังคม อยู่ตรงหน้า เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางเสียที

.....สาเหตุที่เรามาที่นี่ เพราะได้ฟังเรื่องราวที่ทั้งแปลก ทั้งทึ่ง ระคนประทับใจ กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชุมชนแห่งนี้ โดยมีวัดที่นี่เป็นศูนย์กลาง หรือศูนย์รวมใจของคนทั้งหมู่บ้านก็ว่าได้

ใครล่ะจะเชื่อว่า หมู่บ้านหนองซอนที่เคยมีภาพลบในอดีต ด้วยสถิติที่ว่า เป็นแหล่งที่มีผู้ติดยาเสพติดและมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี มากเป็นอันดับต้นๆ ของภาคอีสาน ….

.....แต่เดี๋ยวนี้การณ์กลับตาลปัตร หมู่บ้านที่เคยมืดมนมานาน กลับกลายเป็นชุมชนสีขาวได้ ภายในเวลาไม่ถึงปี !

.....ได้ฟังอย่างนี้อยู่เฉยไม่ได้แล้ว ต้องเดินทางมาดูให้เห็นกับตา ว่าเกิดเหตุอันใด จึงทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ สามารถแก้ไขปัญหาหนักอกที่มีมานาน ได้ชะงัดยิ่งกว่านโยบายปราบปรามของรัฐบาลเสียอีก !

.....เมื่อมาถึงได้รับการต้อนรับจากท่านเจ้าอาวาส คือ พระอาจารย์รำเพย ท่านยิ้มแย้มโอภาปราศรัยอย่างเป็นกันเอง พวกเรากราบนมัสการแล้วแจ้งเหตุที่มาเยือน ท่านจึงชักชวนให้อยู่ฟังธรรมด้วยกันที่ศาลาการเปรียญก่อน จะได้ชมบรรยากาศของจริงด้วยตนเอง พวกเรารับคำด้วยความเต็มใจ เพราะเป็นจุดมุ่งหมายอยู่แล้ว ระหว่างนั่งเล่นโคนต้นโพธิ์ใหญ่ ดื่มน้ำเย็นชื่นใจจนหายเหนื่อยกันพอสมควร สายตาก็สำรวจไปรอบๆ เพราะใจอยากจะรู้เหลือเกินว่าที่นี่มีดีอะไร พูดง่ายๆ จะมา จับดี นั่นเอง ไม่ใช่ จับผิด

.....จากการสังเกตดูอากัปกิริยาของพระภิกษุที่นี่ เห็นว่าทุกรูปมีความสงบสำรวมน่าเลื่อมใส ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา การนุ่งห่ม รวมไปถึงความสะอาดของบริเวณวัด แทบจะหาขยะสักชิ้นไม่มีเลย ยิ่งเห็นการปฏิสันถารของท่านด้วยแล้วให้นึกนิยมอยู่ในใจ

.....ประกอบกับช่วงที่พวกเราไปถึงเป็นเวลาเย็นพอดี เด็กๆ ในหมู่บ้านกลับจากโรงเรียน ซึ่งเป็นเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมงานบุญที่นี่ มองไปทางหน้าวัดเห็นขบวนรถจักรยานหลายขนาดหลายยี่ห้อ ทยอยปั่นเข้ามาเป็นทิวแถว เสียงยิ้มหัวร่าเริงตามประสาเด็กเริ่มดังไปทั่ว รถทุกคันมาจอดด้านหน้าศาลาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เด็กนับสิบคนตรงมาไหว้พระอาจารย์ด้วยกิริยานอบน้อม แล้วค่อยๆ เดินค้อมกายขึ้นบันไดไปอย่างมีมารยาท พวกเรารีบเดินตามมาที่ศาลา ทักทายเด็กๆ บ้าง รู้สึกชื่นชมว่าพระคุณเจ้าที่นี่ ช่างฝึกระเบียบวินัยให้กับเด็กเหล่านี้ได้ดีจริง

.....เมื่อเราขึ้นไปบนศาลา เด็กทุกคนจะมีโต๊ะเล็กประจำตัว หยิบการบ้านขึ้นมาทำบนโต๊ะอย่างเงียบๆ สักพักเห็นท่านผู้เฒ่าทั้งชายหญิงนุ่งขาวห่มขาว ถือตระกร้าหมากเดินคุยกันมาบ้าง สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส มาทางด้านหน้าประตูเป็นระยะเช่นกัน ไม่นานนักศาลาที่เคยกว้างขวางกลับดูคับแคบไปถนัดใจ เพราะเนืองแน่นด้วยญาติโยมเกือบสามสิบคน รวมเด็กๆ อีกสิบกว่าคน

.....จากนั้นพระอาจารย์นำญาติโยมสวดมนต์ทำวัตร เสียงสวดมนต์ก้องกังวานไปทั่ว ฟังแล้วให้รู้สึกสงบเย็นไปกับบรรยากาศ หลังจากการนั่งสมาธิอีกประมาณสิบนาที พระอาจารย์ได้เทศน์เกริ่นนำเข้าสู่สื่อธรรมะที่กำลังจะเปิดให้ได้ชมกัน พวกเราได้ชมรายการธรรมะจากจอโทรทัศน์กลางเก่ากลางใหม่ด้านหน้าศาลา ที่ดึงดูดทุกสายตาให้ได้ชมเป็นเวลากว่าสองชั่วโมง …แต่เป็นเวลาสองชั่วโมงที่ไม่รู้สึกเบื่อเลย !

ให้นึกแปลกใจ ว่ามีรายการธรรมะดีๆ อย่างนี้อยู่ด้วยหรือ ? …

.....หลังจากจบรายการแล้ว มีคุณตาในหมู่บ้านท่านหนึ่งนำน้ำผลไม้มาเลี้ยงผู้มาปฏิบัติธรรม ให้อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า พวกเราจึงเข้าไปสอบถามกับพระอาจารย์ทันที ถึงที่มาในกิจกรรมงานบุญของท่าน พระอาจารย์เมตตาเล่าให้ฟังว่า

.....ปัญหาสังคมทุกวันนี้เกิดขึ้นจากผู้คนขาดศีลธรรมประจำใจ วัด ในฐานะโรงเรียนสอนศีลธรรม และพระภิกษุในฐานะครูผู้สอน จึงต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มาก ต้องประพฤติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ญาติโยม ซึ่งวัดที่ดีนั้นต้องไม่ว่างเว้นจากเสียง ๓ เสียง ได้แก่ ๑.เสียงปัดกวาดทำความสะอาด ๒.เสียงสวดมนต์ เจริญภาวนา ๓.เสียงบรรยายเทศนาธรรม หากวัดใดมี ๓ เสียงนี้แล้ว รับรองวัดนั้นไม่มีวันเสื่อมความเจริญ

.....สำหรับสองข้อแรกวัดราชสังคมของเราได้นำมาปฏิบัติเป็นอย่างดี ส่วนข้อที่ ๓ นอกจากพระอาจารย์จะหมั่นเทศน์สอนเองแล้ว ยังมีสื่อธรรมะที่ช่วยให้ความรู้ด้านพระพุทธศาสนาแก่ญาติโยมได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เรียกว่า “สื่อดาวธรรม” ดำเนินงานโดยมูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งสื่อธรรมะของเขาเมื่อนำมาใช้แล้วได้ผลดีทีเดียว

…แล้วท่านก็ถามพวกเราว่า “ จะดีไหมล่ะ ถ้าที่บ้านเรามีทีวีสักช่องหนึ่ง ที่มีรายการธรรมะตลอด ๒๔ ชั่วโมงน่ะ ”… พวกเราก็รีบรับคำว่าดีเจ้าค่ะ ท่านจึงอธิบายต่อว่า รายการนี้เป็นสื่อธรรมะที่ช่วยสอนลูกหลานให้เป็นคนดี มีความกตัญญู เคารพผู้ใหญ่ ห่างไกลยาเสพติด แม้ผู้ใหญ่วัยทำงานดูแล้ว ก็สามารถนำหลักธรรมไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ตลอดจนผู้สูงอายุที่อยู่ที่บ้าน หรือป่วยพักฟื้น จะมีโอกาสศึกษาธรรมะผ่านหน้าจอทีวี

.....เมื่อท่านนำมาตั้งที่วัด เปิดให้ญาติโยมชมกันทุกเย็น ปรากฏว่าทุกคนชื่นชอบกันมาก ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ เพราะมีรายการหลากหลาย เมื่อเข้าใจเรื่องบุญบาป เรื่องกฎแห่งกรรมแล้ว ทำให้เกรงกลัวต่อผลของการกระทำชั่ว และตั้งใจทำความดีกันมากขึ้น สามารถหักดิบเลิกอบายมุขรวมถึงยาเสพติดที่เคยมีได้ ซึ่งนับเป็นปรากฎการณ์ใหม่สร้างความอัศจรรย์ใจให้คนทั้งหมู่บ้านเลยทีเดียว

.....เมื่อคนในหมู่บ้านเห็นผลดีเช่นนี้จึงช่วยกันสนับสนุน ชักชวนกันมาฟังธรรมะมากขึ้นเรื่อย ๆ
จนถึงทุกวันนี้ พูดได้อย่างภาคภูมิใจเลยว่า บ้านหนองซอนของเรา เป็นชุมชนสีขาวที่ปลอดยาเสพติดไปแล้ว

.....พวกเราฟังท่านแล้วพลอยยินดีไปด้วย พนมมืออนุโมทนาสาธุ เข้าใจแล้วว่าทำไมหมู่บ้านแห่งนี้จึงสามารถแก้ไขปัญหาชุมชนได้รวดเร็ว เพราะมีสื่อธรรมะที่เข้าถึงประชาชนได้ดีนี่เอง..แต่ที่ดีใจไปกว่านั้น คือ ได้รู้ว่าตัวเราก็สามารถเป็นเจ้าของรายการดีๆ อย่างนี้ได้ด้วย…เป็นสื่อความสุขที่นำความชุ่มเย็นมาสู่ที่บ้าน

.....ก่อนกลับ พวกเราไม่ลืมสอบถามรายละเอียดการติดตั้งจานดาวธรรมกับท่านเจ้าอาวาส ยังชอบใจที่ท่านบอกว่า ...โยมสบายใจได้ ใครก็สามารถรับชมรายการดาวธรรมได้ง่ายๆ เพียงแค่….

…ระหว่างที่รถค่อยๆ เคลื่อนออกจากบ้านหนองซอน มีเด็กๆ ตามมาส่งเต็มไปหมด โบกมือบ๊ายบายหน้าตายิ้มแย้ม ทำเอาพวกเรายิ้มไม่หุบ รู้สึกอบอุ่นมีความสุขจริงๆ

…ในมือคลี่กระดาษที่ท่านอาจารย์เขียนรายละเอียดส่งให้ แม้จะยับยู่ยี่ แต่ตัวหนังสือชัดเจน ว่า …

“… บุญจะหลั่งไหลเข้าบ้านเราตลอดเวลา …อย่ารอช้า…มีรายละเอียดอยู่ที่
ศูนย์ call center โทร.๐-๒๘๓๑-๒๙๑๑-๒,๐-๒๙๐๘-๒๘๖๖,๐-๒๙๐๘-๔๑๖๖…”


…เรารีบพับกระดาษเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์อย่างดี…เพราะกลัวจะหล่นหายไป …


แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org