หน้าแรก
 
นิยตมิจฉาทิฐิกบุคคล พิมพ์
๑๓ กรกฎาคม ๒๕๔๘


.....ในกรณีนี้ หากจะมีปัญหาว่า เพราะอะไร ท่านศาสดาจารย์ทั้ง ๓ พร้อมกับเหล่าสาวกของตน จึงกลายเป็นนิยตมิจฉาทิฐิกบุคคล แล้วถูกมิจฉาทิฐิอกุศลกรรมชักนำให้ไปเกิดเป็นสัตว์นรก ได้รับทุกขเวทนาอย่างแสนสาหัสเช่นนั้นเล่า วิสัชนาว่า กรรม เพราะท่านศาสดาจารย์ทั้ง ๓นั้นเป็นพาลชนคนโง่เขลา ไม่เข้าใจในเรื่องกรรม ไม่รู้เรื่องของกรรม จึงเป็นเหตุให้เขาพากันคิดดูหมิ่นกรรม เพราะความเข้าใจผิดในเรื่องกรรมจึงทำให้เกิดความเห็นผิด เมื่อความเห็นผิดมีมาก ๆ เข้าจนกลายเป็นนิยตมิจฉาทิฐิแล้ว ก็มีใจแกล้วกล้าโอหังปฏิเสธเรื่องกรรมและผลแห่งกรรมเสียโดยสิ้นเชิง ฉะนั้น จึงถูกกรรมที่ตนคิดดูหมิ่นว่าไม่มีนั่นแล ฉุดกระชากลากพาให้ไปได้รับทุกข์โทษอยู่ในโลกกันตนรก ฝ่ายสาวกทั้งหลายผู้มีความเข้าใจผิดในเรื่องกรรม เพราะความโง่เขลาไม่รู้เรื่องของกรรม คิดดูหมิ่นดูเบาในกรรมตามคำสอนของอาจารย์ จนกลายเป็นนิยตมิจฉาทิฐิกบุคคล ก็ย่อมไม่พ้นที่จะถูกรรมชักนำให้ไปเกิดในมหานรกโลกันต์ เช่นเดียวกับศาสดาจารย์ของตนอีกเหมือนกัน

ตามที่พรรณนาเป็นอารัมภกถามาอย่างยืดยาวนี้ ต้องการที่จะชี้ให้ท่านผู้มีปัญญาได้ทราบว่า เรื่องกรรมนี้เป็นเรื่องใหญ่สำคัญ เป็นเรื่องครอบโลกครอบจักรวาล ปัญหาเรื่องกรรม เป็นปัญหาที่ไม่มีใครสามารถขบคิดให้รู้แจ้งแทงตลอดได้ หากว่าจะใช้แต่เพียงปัญญาของปุถุชนคนธรรมดา พึงทราบไว้โดยตระหนักว่า ในโลกนี้ ผู้ที่สามารถจักทราบเรื่องกรรมได้อย่างถูกต้องและแจ่มแจ้งที่สุด ก็มีอยู่แต่เพียงสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เดียวเท่านั้น ผู้ทรงพระคุณอันประเสริ ฐ ทรงเป็นพระสัมพัญญูตรัสรู้ทุกสิ่งทุกประการในไตรโลก พระองค์ย่อมทรงมีพระญาณวิเศษหยั่งรู้เรื่องกรรมนี้ได้อย่างแจ่มแจ้ง แล้วจึงทรงนำเอามาแสดงแก่ชาวโลกได้ ฉะนั้น ความรู้แจ้งเห็นจริงในปัญหาเรื่องกรรมนี้ จึงเป็นวิสัยแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์เจ้าโดยเฉพาะ หาใช่เป็นวิสัยปุถุชนคนธรรมดาไม่

หากว่าปุถุชนคนสามัญผู้ใด มีใจบังอาจดูหมิ่นกรรม เกิดความดูเบาในเรื่องของกรรม โดยคิดเห็นว่าเรื่องกรรมเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่มีความสำคัญอย่างใด แล้วก็ใช้ปัญญาพิพากษาเรื่องกรรมไปตามอำนาจแห่งความคิดเห็นของตน เขาผู้นั้น ย่อมไม่มีโอกาสเลยที่จักสามารถรู้เห็นเรื่องกรรมอย่างแจ้งชัดได้ นอกจากจะไม่สามารถทราบชัดในเรื่องของกรรมแล้ว อาจจะเกิดความเข้าใจผิดเป็นนิยตมิจฉาทิฐิกบุคคล ซึ่งเป็นเหตุนำตนไปสู่อบายภูมิก็ได้ ดูแต่ท่านศาสดาจารย์ทั้ง ๓ พร้อมกับสาวกนั่นเถิดเป็นไร การที่พวกเขาต้องพากันไปสู่อบายตกนรกก็เพราะเขาเป็นคนโชคร้ายเกิดมาเป็นคนภายนอกพระพุทธศาสนา และยังเป็นปุถุชนคนธรรมดาอยู่ ไม่สามารถที่จะรู้ชัดในเรื่องกรรมได้ จึงวินิจฉัยเรื่องกรรมไปตามความคิดเห็นอันโง่ ๆ แห่งตน จนกลายเป็นความเข้าใจผิดในเรื่องกรรมและผลของกรรมไปในที่สุด

ในกรณีนี้ อย่าว่าแต่ศาสดาจารย์ทั้ง ๓ พร้อมกับสาวกของเขา ซึ่งเป็นคนภายนอกพระพุทธศาสนาเป็นเดียรถีย์ จะมีความเข้าใจผิดในเรื่องของกรรมอันเป็นเรื่องใหญ่ดังกล่าวมาแล้วนั้นเลย แม้แต่พุทธศาสนิกชนคนนับถือพระพุทธศาสนา ปฏิญญาตนเป็นสาวกแห่งองค์สมเด็จพระทศพลสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงรู้แจ้งเห็นจริงโดยวิเศษในเรื่องกรรมนี่แล บางคนก็ยังไม่เข้าใจในเรื่องกรรม ตามที่กล่าวมานี้พึงเห็นตัวอย่าง เช่น คราวใดที่เกิดมีปัญหาเรื่องกรรมขึ้นมาแล้ว คราวนั้นย่อมจะเกิดความรู้สึกว่าเรื่องกรรมที่ท่านกล่าวเอาไว้ในพระพุทธศาสนานี้ มันช่างเป็นเรื่องเวรกรรมชนิดหนึ่ง ซึ่งยุ่งยากสลับซับซ้อน ยากแก่การที่จะทำความเข้าใจให้เกิดขึ้นได้ แม้จักพยายามขบคิดอยู่เป็นหนักหนาอย่างไร ก็ไม่สามารถที่จะรู้เห็นอย่างแจ่มแจ้งได้ ครั้นนำเอาเรื่องกรรมที่ตนสงสัยนี้ไปไต่ถามผู้รู้ ก็ดูเหมือนว่าจะยิ่งเป็นเวรกรรมหนักเข้าไปอีก เพราะเห็นท่านผู้รู้บางท่านอธิบายฟุ้งซ่านออกคารมโวหารไปต่าง ๆ นานา ในที่สุดก็ได้ปัญญาเท่าเดิม คือไม่ได้ความรู้ความเข้าใจอะไรในเรื่องกรรมเพิ่มเติมขึ้นมาเลย นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะความไม่เข้าใจในเรื่องกรรมอย่างธรรมดา แต่ที่น่าสังเวชใจหนักยิ่งขึ้นไปก็คือว่า บางคนนอกจากจะไม่เข้าใจเรื่องกรรมแล้ว ยังมีความเข้าใจผิดในเรื่องกรรมที่ทางพระพุทธศาสนาสอนไว้ไปต่าง ๆ อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น

“ กรรมดีกรรมชั่ว มีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ? เห็นปู่ย่าตายายท่านว่า ก็เลยว่าตามไปอย่างนั้นเอง” พุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง ซึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ในเรื่องกรรมพูดขึ้นมาดังนี้***

“ กรรมดีกรรมชั่วไม่มีหรอกเว้ย ! ดูแต่ตัวข้านี้เถิดเป็นไร อุตส่าห์ประกอบกรรมดีมาเกือบเป็นเกือบตาย ก็ไม่เห็นจะได้ดีอะไรขึ้นมาเลย สู้คนทำกรรมชั่วไม่ได้ คนทำชั่วได้ดีมีอยู่มากมาย ทำไมทางพระพุทธศาสนาจึงสอนว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วก็ไม่รู้” อีกคนหนึ่งซึ่งประสบกับความคับแค้นในชีวิตเพราะไม่ได้ดี พูดขึ้นมาอย่างน้อยใจว่าดังนี้

 

พระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.๙)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org