หน้าแรก
 
กัณฑินชาดก ชาดกว่าด้วย โทษของการตกอยู่ในอำนาจสตรี พิมพ์
๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๗

 

.....สถานที่ตรัสชาดก

.....เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี



.....สาเหตุที่ตรัสชาดก

.....
ชายผู้หนึ่งได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว บังเกิดศรัทธาเลื่อมใสจึงบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ฝ่ายภรรยานั้นไม่เต็มใจให้บวช แต่ไม่กล้าขัดขวาง เพราะเกรงชาวบ้านจะครหานินทา นางจึงได้แต่หมั่นแต่งตัวให้สวยงาม ปรุงอาหารที่มีรสชาติอร่อยไปถวาย หรือไม่ก็นิมนต์พระสามีมาฉันอาหารที่บ้านอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังเล่าเรื่องราวทางบ้านและญาติพี่น้องให้ฟังอยู่เสมอๆ ทำให้พระสามีคิดจะสึกออกมาครองเรือนตามเดิม

เพื่อนพระภิกษุที่ทราบเรื่องราวต่างพากันตักเตือนให้สติ แต่ไม่อาจโน้มน้าวจิตใจท่านได้ ในที่สุดจึงนำท่านมาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อกราบทูลเรื่องราวให้ทรงทราบ พระพุทธองค์จึงทรงระลึกชาติแต่หนหลังของพระภิกษุรูปนี้แล้วทรงแสดง กัณฑินชาดก ดังนี้

 


.....เนื้อหาชาดก

.....
กาลครั้งหนึ่ง ในแคว้นมคธมีกวางอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งกวางที่อาศัยอยู่ที่ราบใกล้หมู่บ้าน และกวางที่อาศัยอยู่ตามป่าบนเชิงเขา กวางที่อาศัยอยู่ตามที่ราบหาอาหารกินง่าย เพราะมีพืชพันธุ์และน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ บางครั้งก็ยังแอบเข้ามากินข้าวกล้าของชาวนาอีกด้วย กวางพวกนี้มีนิสัยระแวดระวังเก่ง เพราะต้องคอยหลบหนีการตามล่าของมนุษย์อยู่เสมอ ในฤดูที่ข้าวกล้ากำลังงอกงาม ชาวบ้านจะคอยดักล่ากวางกันมาก มันจึงต้องหลบขึ้นไปอยู่ในป่าบนเชิงเขาในเวลากลางวัน และแอบลงมากินบริเวณพื้นที่ราบในเวลากลางคืน ส่วนกวางที่อยู่ในป่าบนเชิงเขาซึ่งค่อนข้างกันดาร หาหญ้าและน้ำกินลำบาก ในฤดูแล้งจะอดยากมาก จนถึงกับล้มตายไปก็มี แต่กวางพวกนี้จะไม่ลงจากภูเขา จึงปลอดภัยจากการตามล่าของมนุษย์

ครั้งหนึ่ง นางกวางที่ราบตัวหนึ่งได้หลบขึ้นไปอยู่บนเชิงเขา และได้รักชอบกับกวางหนุ่มตัวหนึ่งบนเชิงเขา เมื่อนางกวางต้องการลงมาหากินบนพื้นที่ราบ กวางหนุ่มจึงขอติดตามลงมาด้วย เมื่อลงมาถึงพื้นที่ราบ ขณะที่เดินเข้าเขตชายป่าใกล้หมู่บ้าน นางกวางรู้สึกผิดสังเกตด้วยสัญชาติญาณที่ระมัดระวังอยู่เสมอ แต่นางไม่บอกให้กวางหนุ่มรู้ นางแกล้งเดินช้าๆ ปล่อยให้กวางหนุ่มเดินออกหน้าไปก่อน หากมีอันตรายเกิดขึ้นนางจะได้หนีทัน กวางหนุ่มเคยอยู่แต่บนเชิงเขา ไม่คุ้นกับกลิ่นมนุษย์และไม่เคยระวังตัวอยู่ทุกฝีก้าวจึงเดินนำหน้าไปเรื่อยๆ เป็นปกติ

นายพรานซึ่งดักซุ่มคอยทีอยู่แล้ว เห็นกวางหนุ่มเดินมาอย่างสบาย จึงยิงธนูออกไปทันที กวางหนุ่มถูกธนูอย่างจัง ล้มลงขาดใจตายอยู่ตรงนั้น ส่วนนางกวางก็กระโจนหนีไปในพริบตา

ขณะเดียวกัน รุกขเทวดา ที่อาศัยอยู่ ณ ชายป่าแห่งนั้นได้เห็นเหตุการณ์ตลอด จึงกล่าวถึงสิ่งที่น่าติเตียน ๓ ประการคือ

๑. น่าติเตียนบุรุษที่มีลูกศรเป็นอาวุธ ยิงปล่อยไปเต็มกำลัง

๒. น่าติเตียนชนบทที่มีสตรีเป็นผู้นำ

๓. น่าติเตียนบุคคลที่ตกอยู่ในอำนาจของสตรี




.....ประชุมชาดก

.....เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเล่าชาดกจบแล้ว ทรงแสดงอริยสัจ ๔ โดยอเนกปริยาย พระภิกษุผู้อยากสึกก็สามารถทำใจให้สงบ ได้เป็นพระโสดาบัน ณ ที่นั้นเอง

 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่า

กวางหนุ่ม       ได้มาเป็นพระภิกษุผู้อยากสึกรูปนี้

  นางกวาง        ได้มาเป็นภรรยาของพระภิกษุรูปนี้  

รุกขเทวดา       ได้มาเป็นพระองค์เอง            


      

.....ข้อคิดจากชาดก

.....
สิ่งที่น่าติเตียน ๓ ประการ อธิบายได้ดังนี้ คือ

๑. การฆ่าผู้อื่น ควรแก่การติเตียน เพราะการฆ่าเป็นการก่อเวร เมื่อฆ่าเขาแล้ว ถึงคราวเรา ก็ต้องถูกฆ่าบ้าง ทำให้ต้องตกนรกหมกไหม้ เวียนตายเวียนเกิดไม่รู้จบ

๒. หญิงปกครองชนบทใด ชนบทนั้นควรแก่การถูกติ เป็นความจริงที่ว่า หญิงบางคนมีความสามารถในการปกครองสูง แต่โดยทั่วไปแล้ว หญิงจะมีข้อเสีย คือ หญิงมักใช้อารมณ์เป็นใหญ่ มีจิตใจอ่านไหวง่าย ไม่หนักแน่น

๓. บุคคลใดตกอยู่ในอำนาจของกาม บุคคลนั้นควรแก่การถูกติ เพราะในขณะที่บุคคลถูกอำนาจกามเข้าครอบงำนั้น มักจะกล้าทำสิ่งที่โง่เขลา หรือทำผิดศีลธรรมได้ ผู้ใดจะว่ากล่าวตักเตือนก็ไม่ฟัง มีความรู้ก็เหมือนไม่มี

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org