หน้าแรก
 
มหาวิบัติของสังคมจากทิศเบื้องหน้า (ตอน ๒) พิมพ์
๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๗


 

.....๒. บุตรขาดความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมหรือต่อศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นที่ร่วมสังคม

ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองขาดอริยวินัย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนๆ ให้สมบูรณ์ ผลเสียที่จะเกิดขึ้นประการที่ ๒ คือ บุตรทั้งหลายจะไม่มีความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมหรือต่อศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นที่ร่วมสังคม เพราะอคติที่นอนเนื่องอยู่ในใจตน ซึ่งจะเกิดเป็นลักษณะนิสัยและแสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็นอย่างน้อย ๓ ประการ คือ

๑) เป็นคนมีอคติ บุตรที่เกิดในครอบครัวที่พ่อแม่นอกจากจะขาดอริยวินัย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์แล้ว ยังแสดงความลำเอียงต่อลูกๆ อีก หรือมิฉะนั้นก็ไม่เคยชี้แนะให้ลูกรู้ถึงโทษภัยของความลำเอียงเลย และโดยเหตุที่บุตรเป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่แล้ว จึงเกิดความคิดมิจฉาทิฏฐิยิ่งขึ้นอีกว่า ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป ความคิดเช่นนี้ย่อมมีอิทธิพลทำให้บุตรเป็นผู้มีจิตใจไม่เป็นธรรม เกิดความคิดว่าคนในโลกนี้ไม่มีใครมีใจเป็นธรรม คนที่ยึดถือความเป็นธรรมย่อมเสียประโยชน์ หรือเป็นคนโง่ ความคิดเช่นนี้ย่อมสั่งสมอคติในใจตนให้ทวีขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมที่จะแสดงความลำเอียงเสมอเมื่อมีโอกาส เพื่อผลประโยชน์ของตนเป็นสำคัญ

เมื่อบุตรเหล่านี้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ ถ้ามีตำแหน่งสูงมีอำนาจมาก ความลำเอียงของเขาอาจสามารถสร้างความวิบัติให้แก่สังคมประเทศชาติและโลกได้

๒) แสดงอคติด้วยถ้อยคำเป็นอาจิณ บุตรที่มีอคติย่อมใช้ถ้อยคำแสดงความลำเอียงในจิตใจของตนได้ทุกเรื่องโดยไม่รู้สึกเก้อเขินหรือรู้สึกผิด เช่น ตนเองหรือพรรคพวกของตนทำผิด ก็พยายามใช้วาทะแสดงเหตุผลโน้มน้าวผู้อื่นให้เห็นคล้อยตามว่า ตนหรือพรรคพวกของตนทำถูก ผู้อื่นทำผิด แม้ยอมรับผิดก็เพราะจนด้วยหลักฐาน บางครั้งก็กล่าวถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์หรือว่าร้ายผู้อื่น และผู้ที่ขัดประโยชน์กับตนอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ความสับสน และความแตกสามัคคีกันในครอบครัวและญาติพี่น้อง

๓) แสดงความลำเอียงทุกเรื่องที่ตนมีโอกาส เพราะเหตุที่ใจมีอคติเป็นพื้นฐานบุตรประเภทนี้จึงมองข้ามความสำคัญของความยุติธรรม เมื่อถึงคราวจะได้รับผลประโยชน์ ก็จะคิดแบ่งกันเฉพาะตนเองกับเพื่อนฝูงที่ใกล้ชิดสนิทสนมเป็นพิเศษ แต่เมื่อคราวต้องเสียสละ ก็จะหาวิธีที่จะทำให้ตนและผู้ที่ใกล้ชิดเสียสละน้อยที่สุด หรือไม่ต้องเสียเลย แล้วพยายามผลักดันให้ผู้ที่ไม่ใช่พรรคพวกของตนแบกรับภาระไป ถ้าฝ่ายที่ต้องแบกรับภาระไม่ยินยอม ปัญหาทะเลาะวิวาทกันย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ถ้าที่ใดมีความลำเอียงเกิดขึ้น ไม่ว่าจะในหมู่ผู้เยาว์หรือผู้ใหญ่ ที่นั้นจะหาความรักใคร่สมัครสมานสามัคคีกันอย่างจริงใจไม่ได้เลย จะมีแต่ความโกรธ ความเกลียดชัง พยาบาทอาฆาตและแก้แค้นกัน หาความสงบมิได้

๓. บุตรขาดความสำนึกรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ

ถ้าพ่อแม่ผู้ปกครองขาดอริยวินัย ไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ ผลเสียที่จะเกิดขึ้นประการที่ ๓ คือ บุตรทั้งหลายไม่มีความสำนึกรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ เพราะไปพัวพันกับอบายมุข ซึ่งจะเกิดเป็นลักษณะนิสัยและแสดงพฤติกรรมออกมาให้เห็นได้อย่างน้อย ๓ ประการ คือ

๑) บูชาเงินเป็นพระเจ้า บุตรที่มีมิจฉาทิฏฐิ ย่อมคิดเอาเองว่า อบายมุขเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีประโยชน์อย่างกว้างขวาง นับตั้งแต่นำความสนุกสนานเพลิดเพลินมาให้ ทำให้รู้จักเพื่อนฝูงมากมาย เพิ่มประสบการณ์ชีวิตที่เด็กโดยทั่วไปยากที่จะได้สัมผัส และที่น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ อบายมุขบางประเภททำให้สามารถหาเงินได้ด้วยตนเอง นี่คือรสแห่งอิสรภาพและความเป็นไทจากพ่อแม่ที่เด็กๆ ปรารถนา ทั้งนี้เพราะเมื่อหาเงินได้เอง ย่อมสามารถจับจ่ายใช้สอยได้ตามอำเภอใจ ผิดกับเงินที่พ่อแม่ให้ ซึ่งนอกจากจะให้อย่างจำกัดจำเขี่ยแล้ว ยังจะต้องถูกพ่อแม่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดกวดขันอีก

อย่างไรก็ตาม บุตรที่เกี่ยวข้องพัวพันกับอบายมุขย่อมต้องการใช้เงินมาก อีกทั้งไม่มีวินัยในการใช้ทรัพย์ เมื่อได้เงินมาก็ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเงินหมดถ้ายังหามาอีกไม่ได้ก็จำเป็นต้องหยิบยืมญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง ถ้าหยิบยืมไม่ได้ ก็จะแก้ปัญหาด้วยการลักขโมย

เด็กประเภทนี้ ถ้าไม่ได้รับการอบรมแก้ไขตั้งแต่ยังเยาว์ เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็จะมุ่งหน้าหาเงินเป็นเรื่องสำคัญ โดยไม่สนใจว่าวิธีการหาเงินของตนจะเป็นการกระทำสุจริตหรือทุจริต ขอให้ได้เงินมาเป็นใช้ได้ เพราะเงินคือพระเจ้าในชีวิตของเขา


แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org