หน้าแรก เวลาธรรมกาย ธรรมะประจำวัน วารสาร สื่อธรรมะ ข่าวและกิจกรรม ปกิณกะ
 
ประชาสัมพันธ์เรื่องการจำหน่ายสุรา พิมพ์
๔ ตุลาคม ๒๕๔๘

                                                  sp481005.jpg 

เพื่อความเข้าใจของสถานบริการ ร้านค้าทั่วไป ที่จำหน่ายสุรา และ บุหรี่

1. ห้ามจำหน่ายสุรา หรือ บุหรี่ แก่เด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ม.26(1) - (10) ,ม. 78 จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. กรณีการจำหน่ายสุรา ให้กับบุคคลทั่วไป ผู้ได้รับอนุญาต ขายสุราประเภทขายปลีก(ประเภทที่ 3 และประเภทที่ 4) ขายได้เฉพาะตั้งแต่เวลา 11.00 น. ถึง 14.00 น. และตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. # ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 14 ธันวาคม 2547 # พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 +ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 ลงวันที่ 16 พ.ย.2515#ฝ่าฝืน จำหน่ายสุราในเวลาห้าม จำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน สองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

**จึงขอความร่วมมือและให้ทุกท่านที่เป็นผู้ประกอบการ ร้านค้าทั่วไปช่วยประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบทั่วกันด้วยครับ เนื่องจากใกล้เทศกาลปีใหม่แล้วเกรงว่าจะมีการจำหน่ายสุราโดยผิดกฎหมาย หรือไม่รู้แล้วเกิดปัญหาตามมาภายหลัง ขอขอบคุณครับ..

โดยคุณ : สภ.อ.เมืองกำแพงเพชร - [ 15 ธ.ค. 2004 , 12 ประกาศคณะปฏิวัติ

รายละเอียด

โดย ผู้จัดการรายวัน 23 พฤศจิกายน 2547 05:55 น.

        ผู้จัดการรายวัน – กระทรวงสาธารณสุขขุดประกาศคณะปฏิวัติคุมเวลาขายเหล้า อนุญาตให้แค่ 2 ช่วง
ตั้งแต่ 11.00-14.00 น. และ 17.00-24.00 น. คาดโทษร้านค้าฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน
4,000 บาท ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีหากทำผิดครั้งที่2 จะส่งเข้าค่ายฝึกอบรมเพื่อปรับพฤติกรรมใหม่
กำหนดดีเดย์ทั่วประเทศ 1 ธ.ค.นี้ ย้ำสถานบริการก็ต้องปฏิบัติตามไม่เว้นแม้แต่ในเขตโซนนิ่ง
ขณะที่ค่ายน้ำเมายันกระทบน้อย ส่วนกลุ่มค้าปลีกเชื่อจะมีผลต่อยอดขายในช่วงแรกเท่านั้น
ด้านหมอหทัยชี้แค่สร้างภาพตามเทศกาล

        นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า
จากการสำรวจพฤติกรรมการสูบบุหรี่และการดื่มเหล้าของประชาชนไทยล่าสุดเมื่อพ.ศ.2546 พบว่า
การสูบบุหรี่ของประชาชนที่มีอายุ 11 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 10.6 ล้านคนในปี 2544 เป็น 12 ล้านคน
ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ติดบุหรี่ 10.6 ล้านคน และร้อยละ 90 เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี
ขณะที่สถิติการดื่มเหล้า จากการสำรวจประชาชนไทยกลุ่มอายุเดียวกันเมื่อปี 2546 พบมีจำนวนเกือบ 19
ล้านคน หรือมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ โดยนักดื่มร้อยละ 60 หรือประมาณ 16 ล้านคนเป็นผู้ชาย
ส่วนวัยที่นิยมการดื่มเหล้าจะมีอายุระหว่าง 25-44 ปี ซึ่งพบถึง 7.84 ล้านคน นอกจากนี้
วงการแพทย์ยังพบว่าเด็กที่เริ่มดื่มเหล้าตั้งแต่อายุ 13 ปี จะมีโอกาสติดเหล้าสูง
เนื่องจากเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงระบบประสาทและสมอง

        ดังนั้น สธ.จึงได้ประกาศใช้พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 ห้ามจำหน่ายบุหรี่-สุรา แก่เด็กอายุต่ำกว่า
18 ปีโดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเข้มงวดตั้งแต่ 1 ธ.ค.นี้ และจะมีบทลงโทษทั้งผู้จำหน่ายและผู้ซื้อ
โดยผู้ขายที่ฝ่าฝืนมีความผิดจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนั้น ยังได้กำหนดเวลาให้ขายเหล้าตามปกติตามคณะปฏิวัติฉบับที่ 253 พ.ศ. 2515
คือกำหนดขายได้ตั้งแต่เวลา 11.00-14.00 น. และตั้งแต่เวลา 17.00-24.00 น.
หากนอกเหนือเวลาดังกล่าวต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
สำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากถูกจับ จะเรียกผู้ปกครองมาตักเตือนและทำทัณฑ์บน หากทำผิดครั้งที่2
จะส่งเข้าค่ายฝึกอบรมเพื่อปรับพฤติกรรมใหม่
“กระทรวงจะขอความร่วมมือกรมสรรพสามิต และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ให้บังคับร้านจำหน่ายบุหรี่ทั่วประเทศที่มีกว่า 500,000 ร้าน ติดสติ๊กเกอร์
ไม่จำหน่ายบุหรี่และเหล้าให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ครบทุกร้านภายในปี 2549”  สั่งสสจ.ตรวจทุกจังหวัด

        ด้าน น.พ.วิชัย เทียนถาวร ปลัดสธ. กล่าวว่า ในการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
กระทรวงได้ทำหนังสือสั่งการไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
เพื่อดำเนินการออกตรวจสอบร้านค้าบุหรี่และเหล้าพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป
และจะสร้างแกนนำเยาวชนให้มีส่วนร่วมด้วย
โดยร่วมเป็นสายสืบเพื่อแจ้งเบาะแสร้านค้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย
ทั้งนี้ ผลการวิจัยในต่างประเทศพบเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์และน้ำผลไม้ประเภทคอกเทล ไวน์คูลเลอร์
หรือเครื่องดื่มประเภทผสมแล้วเบ็ดเสร็จพร้อมดื่มได้เลย
เป็นเครื่องดื่มชนิดแรกๆที่จะนำเยาวชนไปสู่การดื่มที่มีดีกรีแรงขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าดื่มแล้วไม่เมา
หรือเมาน้อย ซึ่งไม่เป็นความจริง เยาวชนหญิงบางรายต้องเสียตัวเพราะหลงเชื่อว่าดื่มแล้วไม่เมา

        ขณะที่ น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการทบทวนกฎหมายต่างๆ ที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว ซึ่งกระทรวงฯ เห็นว่า
น่าจะหยิบขึ้นมาบังคับใช้ ระหว่างที่กฎหมายใหญ่ๆ เกี่ยวกับการควบคุมเรื่องสุรายังไม่ออกมา
ซึ่งหากประกาศนี้มีผลบังคับใช้อย่างจริงจัง ร้านค้ารายย่อย
และสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้มีการขายสุราในช่วงหลังเที่ยงคืน
ก็คงจะขายได้ถึงเพียงเที่ยงคืนเท่านั้น ส่วนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นก็คงได้ร่วมดูและแก้ปัญหากันต่อไป
ค่ายน้ำเมายันกระทบยอดน้อย

        นายคมสัน สุภัทรขจร ผู้จัดการฝ่ายพาณิชย์ประเทศไทย บ.บราวน์ โฟร์แมน เวิลด์ไวด์ จำกัด
ผู้ผลิตและจำหน่ายแจ๊ค แดเนียลส์ วิสกี้ แสดงความคิดเห็นว่า ผลดังกล่าวจะกระทบต่อยอดขายน้อย
และเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะในที่สุดกลุ่มผู้ดื่มก็จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ
โดยเปลี่ยนเวลาซื้อเท่านั้น
สำหรับในช่องทางโมเดิร์นเทรด กลุ่มเหล้าน่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
เพราะเป็นกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คนจะไปซื้อในช่องทางดังกล่าวมากที่สุด
อย่างไรก็ตามแม้ว่าภาครัฐจะเข้มงวด แต่ก็ยังคาดว่าไตรมาสที่สี่
ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการจะเทงบทำตลาด ทำภาพยนตร์โฆษณา
จัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขาย โดยคาดว่าตลาดโดยรวมจะมียอดขาย 30-40% เป็นประจำทุกปี

        ขณะที่นายปรีชา ชินรุจน์ ผู้จัดการทั่วไป บ.ซี.วี.เอส.ซินดิเคท จำกัด
ผู้นำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เปิดเผยว่า เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของธุรกิจ
เนื่องจากหากกลุ่มผู้ดื่มต้องการที่จะดื่ม
ก็แค่ปรับพฤติกรรมการซื้อโดยมาเลือกซื้อในช่วงเวลาที่ภาครัฐกำหนด
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการกำหนดมาตรการดังกล่าวขึ้นมา จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก
เพราะแสดงให้เด็กเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้
ส่วนพฤติกรรมการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเข้าไปนั่งดื่มนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นหลัง
17.00น.เป็นต้นไป ซึ่งเท่ากับว่ากลุ่มผู้ดื่มก็ยังไม่ต้องปรับพฤติกรรมการซื้อหรือดื่มมากนัก
ในขณะที่ช่วงกลางวัน คือ 11.00-14.00น. คนก็มักไม่ค่อยซื้อเหล้าอยู่แล้ว
มาตรการที่ออกมาจึงไม่ค่อยมีผลเท่าไร
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีก กล่าวว่า ในช่วงแรกอาจจะกระทบยอดขายบ้างเพราะผู้บริโภคยังไม่ชิน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งทุกอย่างคงอยู่ตัวเพราะผู้บริโภคจะปรับตัว ยอดขายก็อาจจะไม่กระทบมากนัก
เพราะช่วงเวลาที่ห้ามจำหน่าย ผู้บริโภคก็จะไปซื้อสินค้าเตรียมไว้ในช่วงเวลาขายอยู่ดี
อีกทั้งช่องทางการจำหน่ายในปัจจุบันนี้ก็มีมากกระจายไปทั่วโดยเฉพาะโมเดิร์นเทรดทั้ง คอนวีเนียนสโตร์
มินิมาร์ท ดิสเคานต์สโตร์ เป็นต้น  ชี้แค่สร้างภาพตามเทศกาล

        น.พ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย แสดงความคิดเห็นว่า
เป็นการสร้างภาพไปตามวาระเทศกาลมากกว่าการเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหา
พอถึงจุดหนึ่งคนจะลืมและกลับมาเป็นเหมือนเดิม
และคิดว่าไม่น่าจะเป็นทางแก้ที่จะลดนักดื่มและนักสูบหน้าใหม่ได้
“ประกาศฉบับนี้มีนานแล้วแต่ไม่เอามาใช้เลย แทบไม่ต่างไปจากกระดาษที่เปื้อนหมึก แต่อยู่ๆ
จะเอาขึ้นมาใช้ ทำไมต้องเพิ่งจะมาทำตอนใกล้วันปีใหม่ ทำเมื่อไรก็ทำได้
คิดว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการประชาสัมพันธ์มากกว่า
ถ้าอยากให้มีการลดจำนวนคนสูบลงจะต้องกำหนดว่าห้ามขายแยกม้วนจะได้ผลกว่า
เพราะเด็กวัยรุ่นจะมีกำลังซื้อน้อย ถ้าต้องเสียเงินซื้อทั้งซอง ก็จะจำกัดการซื้อได้”

        ด้านนายดำรง พุฒตาล สมาชิกวุฒิสภา กทม. และประธานมูลนิธิเมาไม่ขับ แสดงความเห็นว่า
ข้อกำหนดนี้เดิมเป็นของคณะปฏิวัติที่ถูกกำหนดขึ้นมานานถึง 32 ปีแล้ว
แต่ถูกเพิกเฉยโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเอง
แล้วหากวันดีคืนดีจะมีการปัดฝุ่นหยิบขึ้นมาใช้ใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
แต่ในความเป็นจริงแล้วควรจะมีการใช้ทุกวัน ไม่ใช่เมื่อถึงวาระใดวาระหนึ่งแล้วค่อยมาเข้มงวดกวดขัน
และมีความยินดีถ้าประชาชนจะให้ความร่วมมือกับมาตรการนี้ เพราะเห็นว่าจะช่วยลดปริมาณคนเมาได้มาก

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๕ ตุลาคม ๒๕๔๘ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org