หน้าแรก
 
ธุรกิจ "น้ำเมา" เข้าตลาดหุ้น ฟันเฟืองเศรษฐกิจหรือตราบาป สังคม ๒ พิมพ์
๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๘

sp481013_2.jpgsp481013_1.jpg

นอกจากนี้ ยังมีโรงงานผลิตเบียร์ 2 โรง โรงงานสุรา 16 โรง โรงงานผลิตถังไม้โอ๊ก 1 โรง โรงงานผลิตอิฐจากชานอ้อย 1 โรง โดยธุรกิจหลัก คือ ผลิต และจำหน่ายแอลกอฮอล์ เครื่อง ดื่มมีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ ภายใต้ตราสินค้าต่างๆ เช่น แม่โขง แสงโสม มังกรทอง สาเกชิโนบุ เบียร์ช้าง เบียร์อาชา น้ำดื่มตราช้าง และโซดาตราช้าง เป็นต้น

ส่วนธุรกิจรองที่เป็นผลพลอยได้จากการผลิตก็คือ ธุรกิจทำปุ๋ยหมัก อาหารสัตว์ ธุรกิจบริการด้านการขนส่ง การวิจัยทางการเกษตร รวมถึงธุรกิจการกีฬา-การจัดงาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของ ทศภาค มีพนักงานในเครือทั้งสิ้น 19,000 คน

หลักการ เหตุผล และ ความ เห็นของกองทัพธรรม

พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ประธานกองทัพธรรมมูลนิธิ ซึ่งประกาศตนในฐานะแกนนำศาสนิกชน ทุกศาสนา และองค์กรเครือข่ายงดเหล้า และกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน 15 องค์ กร ออกแถลงการณ์คัดค้าน การเข้าตลาดของ บมจ. ไทยเบฟ โดยระบุว่า หากสำนักงาน กำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตให้ธุรกิจเครื่องดื่ม มีแอลกอฮอล์กระจายหุ้นได้ ก็เท่ากับบังคับกันทางอ้อม ให้ตลาดหลักทรัพย์ต้องอนุญาตด้วยโดยอัตโนมัติ และว่า ในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัว เงินหลายหมื่นล้านบาทที่บริษัทจะระดมทุนได้น่าจะนำไปทำ กิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมดีกว่า

พล.ต.จำลอง ระบุด้วยว่า ขณะนี้มีประชาชนเป็นจำนวน 63,942 คน ได้ร่วมลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.ห้ามธุรกิจสุราเบียร์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว โดยได้นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปยื่นต่อรัฐสภา เมื่อ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา

ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง พล.ต.จำลอง ยืนกรานว่า ไม่เห็นด้วยกับการ นำธุรกิจน้ำเมาเข้าไปทำธุรกรรมในตลาดหลักทรัพย์ เพราะมีแต่ผลเสีย “ขณะนี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนเรื่องน้ำมันขึ้นราคา ข้าวของแพง แทนที่จะช่วยกันหาวิธีประหยัด ธุรกิจน้ำเมากลับขยายการผลิต และขยายการจำหน่ายเหล้าเบียร์ ถือเป็นการเพิ่มค่า ใช้จ่ายให้ประชาชน และยังเป็นพิษร้ายต่อร่างกาย ผมจึงอยากขอร้องให้เจ้าของกิจการเหล้าเบียร์ที่มีฐานะดีมากอยู่แล้ว เห็นแก่สังคมบ้าง จะมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์”

กองทัพธรรม และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยยังหยิบยก ประเด็นทางศีลธรรม และสุขภาพเปรียบเทียบกับประเด็น ของฝ่ายสนับสนุนที่กล่าวถึง โอกาสในการเข้าถึงแหล่ง ทุนทางธุรกิจด้วยว่า ธุรกิจสุรา-เบียร์มีผลต่อขนาดของเศรษฐกิจเพียง 1.7% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น ขณะที่สังคม จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น จากผู้เสียชีวิตจากตับแข็ง และผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นจาก 1,868 คน ในปี 2538 เป็น 5,085 คน ในปี 2546

การเปิดโอกาสให้ธุรกิจนี้เข้าไประดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์ ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและจำหน่าย ซึ่งจะทำให้คนไทยติดเหล้ามากขึ้น จากปัจจุบันที่มีแนวโน้มแซงหน้าหลายประเทศอยู่แล้วด้วย

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ยังจัดทำข้อมูลวิจัยเรื่อง ธุรกิจสุรากับตลาดหลักทรัพย์ แจกจ่ายต่อประชาชนทั่วไปด้วย โดยระบุว่า ความเสียหายที่คำนวณเป็นตัวเงินจากค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคพิษสุราเรื้อรัง การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเมาสุรามีมูลค่าถึง 33,652 ล้านบาท ยังไม่รวมผลกระทบต่อเนื่องที่ไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเงินได้ เช่น อาชญากรรมทางสังคม ผลกระทบต่อครอบครัว เป็นต้น

ศวส.ระบุด้วยว่า ผู้ประกอบการในธุรกิจสุรา ยังมีความพร้อมในการทุ่มงบประมาณเพื่อทำการตลาดขยายฐานลูกค้า และรุกเข้าสู่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ๆอย่างต่อเนื่องเพื่อต่อยอดผลกำไรทางธุรกิจ หากระดมเงินทุนได้มากเท่าใดก็จะยิ่งทำให้ความสามารถ ในการขยายกำลังการผลิตทำได้มากขึ้น โดยที่ต้นทุนราคาสินค้าต่ำลง นั่นหมายถึง ผู้บริโภคจะซื้อหาสุรา และเบียร์ราคาถูกมาบริโภคกันได้มากขึ้นตามมา นั่นเอง

สังคมไทยได้อะไร? จากการ เข้าตลาดของไทยเบฟ

แม้จะไม่มีใครปฏิเสธว่า สุรา และเบียร์ เป็นสิ่งไม่ดีหากบริโภคมากเกินไป

แต่นักธุรกิจจำนวนไม่น้อย เห็นว่า ไม่เป็นธรรมที่จะถามคำถามนี้กับไทยเบฟ และธุรกิจที่ เกี่ยวข้องกับตลาดทุนของประเทศ ซึ่งมีคำตอบในตัวเองอยู่แล้วว่า ตลาดทุน คือ แหล่งระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ และ เป็นรากฐานสำคัญ ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ให้ ความเห็นว่า เราคงต้องยอมรับว่า ปัจจุบันรัฐบาลเปิดเสรีให้สุรา ต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศได้อย่างเสรี ทั้งยังเสียภาษีนำเข้าในอัตราที่ต่ำมาก เพราะเป็นไปตามกติกาขององค์การ การค้าโลกที่ทุกประเทศต้องปฏิบัติ

เมื่อประเทศไทยไม่สามารถ ปิดกั้นกติกานี้ได้ ขณะที่ทั่วโลกก็ได้รับผลอย่างเดียวกัน สิ่งที่ดี ที่สุดคือ กลับมาสร้างชุมชน และสังคมไทยให้เข้มแข็ง ด้วยการออกกฎหมาย และกติกาที่เข้มงวดขึ้นมาดูแล เพื่อลดปัญหาและสิ่งเร้า หรือสิ่งที่จะกระตุ้นให้มีการบริโภคสุรา และเบียร์เกินไปจนไปสร้างความเดือดร้อน ให้แก่สังคม และครอบครัว หรือมีการบริโภคในวัยที่ไม่เหมาะสม

ทีมเศรษฐกิจ

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org