หน้าแรก
 
ตอนที่ ๑๒ ชี้ขุมทรัพย์ี พิมพ์
๘ กันยายน ๒๕๔๗

 


.....
.ใบหน้าท่านเศรษฐีบัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวเขียวด้วยอารมณ์โกรธ ความพลุ่งพล่านผุดขึ้นในใจยากจะระงับไว้ได้ เมื่อกล่าวออกไปเช่นนั้นแล้ว ให้รู้สึกกระหยิ่มใจในทีว่า คราวนี้นางวิสาขาจะแก้ตัวอย่างไร

“ ข้าแต่ท่านบิดา ” นางวิสาขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเป็นปกติ

“ ข้อนี้บิดาของลูกหมายความว่า ถ้าหากมีเรื่องยุ่งยากในครอบครัว เกิดระหองระแหงกับสามีหรือบิดาแห่งสามี หรืออันโตชนใดๆ ก็อย่าได้นำเรื่องเหล่านั้นไปเที่ยวเล่าให้ชาวบ้านฟัง เพราะเป็นเรื่องประจานตัวเอง ส่วนข้อที่ว่าไม่ให้นำไฟนอกเข้านั้น หมายความว่า อย่าได้นำเรื่องยุ่งๆ ภายนอกบ้านมาก่อความรำคาญแก่สามี หรือบิดามารดาแห่งสามี ”

“ แล้วข้ออื่นๆ อีกล่ะ ” เศรษฐีถามโดยมิได้มองหน้า

นางวิสาขาชี้แจงให้ฟังตามลำดับดังนี้

“ ข้อว่า จงให้แก่คนที่ให้นั้น หมายความว่า เมื่อมีผู้มายืมของใช้หรือเงินทอง ถ้าเขาใช้คืนก็ควรให้ยืมต่อไปในภายหน้า ”

“ ข้อว่า จงอย่าให้แก่คนที่ไม่ให้ นั้น หมายความว่า ถ้าใครยืมเงินทองของใช้ไปแล้วไม่ใช้คืน นำไปแล้วเฉยเสีย แสดงถึงความเป็นคนมีนิสัยไม่สะอาด คราวต่อไปอย่าให้ยืมอีก โดยเฉพาะเงินทองเป็นของทำให้มิตรรักกันก็ได้ แตกกันก็ได้ ”

“ ข้อว่า จงให้แก่คนที่ทั้งให้และไม่ให้ นั้น หมายความว่า เมื่อญาติพี่น้องของเราประสบความทุกข์ยากบากหน้ามาพึ่ง จะเป็นการกู้ยืมหรือขอก็ตาม ควรให้แก่ญาติพี่น้องคนนั้น เขาจะใช้คืนหรือไม่ใช้คืนก็ช่างเถิด เพราะเป็นญาติพี่น้อง ต้องสงเคราะห์เขาตามควรแก่ฐานะ ”

“ ข้อว่า จงนั่งให้เป็น หมายความว่า เมื่อสามีหรือบิดามารดาของสามี หรือผู้ใหญ่อันเป็นที่เคารพนับถือนั่งอยู่ในที่ต่ำ ก็อย่านั่งบนที่สูงกว่า เพราะเป็นกิริยาที่ไม่งาม ไม่สมเป็นกุลสตรี ”

“ ข้อว่า จงนอนให้เป็น นั้น หมายความว่า เมื่อมารดาบิดาของสามีหรือสามียังไม่นอน ก็ยังไม่ควรนอน ควรปฏิบัติท่านเหล่านั้นให้มีความสุข เมื่อท่านนอนแล้วจึงค่อยเข้านอนทีหลัง และนอนวางมือวางเท้าให้เรียบร้อย พยายามตื่นก่อนสามีหรือมารดาบิดาของสามี จัดแจงน้ำและไม้ชำระฟันไว้คอยท่าน เสร็จแล้วดูแลเรื่องอาหารเครื่องบริโภคไว้สำหรับท่าน ”

“ ข้อว่า จงบริโภคให้เป็น นั้น หมายความว่า อย่าบริโภคก่อนสามีหรือมารดาบิดาของสามี คอยดูแลให้ท่านบริโภคแล้วจึงค่อยบริโภคทีหลัง การบริโภคนั้นควรสำรวมกิริยาให้เรียบร้อย ไม่บริโภคเสียงจับๆ เหมือนอาการแห่งสุกร ไม่บริโภคให้เมล็ดข้าวตกเรี่ยราดดังอาการแห่งเป็ด ”

“ ข้อว่า จงบูชาเทวดา นั้น หมายความว่า ให้บูชาสามีทั้งกายและใจ มีความเคารพ และจงรักในสามีเหมือนเทวดา จึงมีคำพูดติดปากมานานแล้วว่า สามีที่แต่งงานแล้วและสามีรักนั้น ชื่อว่า เทวดารักษาคุ้มครอง ตรงกันข้ามกับสามีที่ไม่รัก ได้ชื่อว่า เทวดาไม่คุ้มครอง ”

“ ข้อว่า จงบูชาไฟนั้น หมายความว่า ให้บูชามารดาบิดาของสามี ท่านทั้งสองเปรียบเสมือนไฟ มีทั้งคุณและโทษ ถ้าปฏิบัติดีก็จะให้คุณ แต่ถ้าปฏิบัติไม่ดีก็จะให้โทษมาก เพราะฉะนั้น จึงควรปฏิบัติต่อท่านด้วยดี มีสัมมาคารวะ ไม่ดูหมิ่น ”

เมื่อนางวิสาขากล่าวจบลง ท่านมิคารเศรษฐีก้มหน้านิ่ง ไม่รู้จะตอบนางประการใด ฝ่ายทนายทั้ง ๘ ผู้ชำระความระหว่างสะใภ้และพ่อสามีจึงกล่าวว่า

“ ข้าแต่ท่านเศรษฐี เรื่องทั้งหมดนี้แม่เจ้าหามีความผิดแต่ประการใดไม่ นางเป็นผู้บริสุทธิ์ ”

เศรษฐีจึงกล่าวขอโทษนางวิสาขาที่ท่านเข้าใจผิด นางวิสาขาจึงกล่าวว่า

“ ข้าแต่ท่านบิดา ! บัดนี้ข้าพเจ้าพ้นจากความผิดทั้งปวงแล้ว จึงสมควรจะกลับไปสู่เรือนแห่งบิดาของตน ”

“ อย่าเลยลูกรัก ” มิคารเศรษฐีพูดกับลูกสะใภ้ด้วยสายตาวิงวอน นางวิสาขาจึงกล่าวว่า เมื่อนางอยู่ในเรือนตน ณ เมืองสาเกต ได้มีโอกาสทำบุญและฟังธรรมตามโอกาสที่ควร แต่เมื่อนางอยู่ที่นี่แล้วนางไม่มีโอกาสได้ทำเลย จิตใจกระวนกระวายใคร่จะทำบุญกุศลอยู่ตลอดเวลา แต่หาได้กระทำไม่ ถ้าบิดาจะอนุญาตให้นางทำบุญกุศลตามต้องการนางจึงจะอยู่ แต่ถ้าท่านบิดาไม่อนุญาต นางจะขอลากลับไปอยู่นครสาเกตตามเดิม เศรษฐีจึงกล่าวว่า

“ ลูกรัก ! ทำเถิด ทำบุญได้ตามปรารถนา พ่อไม่ขัดข้อง และปุณณวัฒนกุมารสามีของเจ้าก็คงไม่ขัดข้องเช่นกัน ”

ดูก่อนท่านทั้งหลาย เมื่อเศรษฐีกล่าวอนุญาตเช่นนี้ หัวใจของนางวิสาขาที่เคยเหี่ยวแห้งก็กลับชุ่มชื่นเบิกบาน ประหนึ่งติณชาติซึ่งขาดน้ำมาเป็นเวลานาน แล้วกลับได้อุทกธาราเพราะพระพิรุณหลั่งในต้นวัสสานฤดู หรือประดุจปทุมมาลย์เบ่งบานขยายกลีบเมื่อต้องแสงระวีแรกรุ่งอรุณ ความสุขใดเล่าสำหรับผู้ใคร่บุญจะเสมอเหมือนการมีโอกาสได้ทำบุญ หรือเพียงแต่ได้ฟังข่าวว่าจะได้ทำบุญ เฉกเช่นนักเลงสุราบานซึ่งชื่นชมยินดีข่าวแห่งการดื่มสุราเมื่อทราบว่ามีผู้เชื้อเชิญ

วันรุ่งขึ้น นางวิสาขาได้ทูลอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าและพระภิกษุสาวก เพื่อเสวยภัตตาหารที่บ้านของตน พระพุทธองค์ทรงรับอาราธนาแล้วเสด็จสู่บ้านของนางวิสาขา

ฝ่ายพวกนักบวชชีเปลือยได้ยินว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จไปที่เรือนของท่านมิคารเศรษฐี ให้รู้สึกประหวั่นพรั่นใจเป็นอย่างยิ่ง เกรงว่าลาภสักการะของตนจักถึงกาลพินาศในครั้งนี้ จึงได้พากันเดินทางไปล้อมเรือนของท่านเศรษฐีเพื่อกันท่าเอาไว้

ครั้นนางวิสาขาได้จัดแจงภัตตาหารทั้งปวงอย่างประณีต เตรียมถวายแด่คณะสงฆ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข จึงให้คนรับใช้ไปเชิญบิดาแห่งสามีมาอังคาสภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ ฝ่ายพวกนักบวชอเจลกะผู้นั่งเฝ้าท่านมิคารเศรษฐีอยู่ ทำการห้ามปรามไม่ให้ท่านเศรษฐีมาตามความประสงค์ ด้วยความเกรงใจนักบวชที่ตนเคยเคารพนับถือ ท่านเศรษฐีจึงให้คนไปส่งข่าวแก่นางวิสาขาว่า ขอนางจงถวายภัตตาหารพระเองเถิด

เมื่อพระบรมศาสดาเสวยเสร็จแล้ว มีพระพุทธประสงค์จะทรงอนุโมทนาและแสดงธรรมพอเป็นเครื่องปลื้มใจแห่งผู้ถวาย นางวิสาขาจึงให้คนไปเชิญบิดาแห่งสามีมาร่วมฟังธรรมเป็นครั้งที่สอง

ท่านมิคารเศรษฐีคิดว่า การที่เราจะไม่ไปในคราวนี้ เป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง จึงตั้งใจจะไปฟังธรรมด้วยตนเอง แต่นักบวชชีเปลือยเหล่านั้นก็ห้ามปรามอยู่อีก ยังความหนักใจให้ท่านเศรษฐีเป็นทวีคูณ คิดไม่ตกว่าควรทำประการใด

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org