หน้าแรก
 
ตอนที่ ๑๕ ความซื่อสัตย์ พิมพ์
๒๙ กันยายน ๒๕๔๗

 


.....
.ตามธรรมดา ภายหลังจากมีผู้มาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว พระอานนเถระจะออกเดินตรวจตราความเรียบร้อยภายในวิหาร และจะดูแลเก็บสิ่งของที่มีผู้ลืมทิ้งไว้เสมอ วันนั้นหลังจากนางวิสาขาและบริวารกลับจากฟังธรรมแล้ว พระอานนท์ได้เดินดูความเรียบร้อยตามปกติ ได้เห็นเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ที่หญิงคนรับใช้ลืมไว้ จึงนำเครื่องประดับนั้นไปทูลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า

“ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นางวิสาขาอุบาสิกาได้ลืมเครื่องประดับไว้และกลับไปแล้ว พระเจ้าข้า”

พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า “ ดูก่อนอานนท์ เธอจงนำเครื่องประดับนั้นไปวางไว้ที่ข้างบันไดเถิด เมื่อเธอกลับมาจะได้มองเห็น” ดังนั้นพระอานนท์จึงนำเครื่องประดับไปวางไว้ข้างบันไดตามพระพุทธดำรัส

ส่วนนางวิสาขาเมื่อทราบว่าหญิงรับใช้ลืมเครื่องประดับไว้ภายในวิหาร จึงสั่งให้ไปนำกลับคืน พร้อมกำชับว่า ถ้าพระคุณเจ้าอานนท์แตะต้องเครื่องประดับนั้นแล้ว ไม่ต้องนำกลับมา ให้ถวายแด่ท่าน ด้วยเครื่องประดับที่พระคุณเจ้าได้จับต้องแล้วไม่สมควรจะนำมาประดับอีก

หญิงรับใช้จึงรีบกลับไปที่วิหารและได้พบกับพระอานนท์ พระอานนท์จึงนำเครื่องประดับนั้นมามอบให้ หญิงคนรับใช้มีท่าทางตื่นตกใจอย่างมาก

“ ข้าแต่พระคุณเจ้า!” นางคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระเถระด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มีอาการเหมือนจะร้องไห้ “ แม่เจ้าวิสาขาสั่งไว้ว่า ถ้าพระคุณเจ้าจับต้องเครื่องประดับแล้วไม่ต้องรับคืน แม่นายบอกว่า พระคุณเจ้าเป็นที่เคารพของแม่นายอย่างยิ่ง การจะนำเครื่องประดับที่พระคุณเจ้าจับต้องแล้วมาประดับอีกย่อมไม่เป็นการสมควร ให้ถวายแด่พระคุณเจ้าไปเลยเจ้าค่ะ”

“ น้องหญิง” พระอานนท์กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์นี้มีค่ามาก นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องประดับของสตรี ไม่สมควรที่สมณะจะเก็บไว้ อาตมาจะเอาไว้ทำอะไร จงรับคืนไปเถิด บอกนายหญิงของท่านว่าอาตมาให้รับคืนไป เธอคงไม่ว่ากระไรดอก”

หญิงคนรับใช้จำใจต้องรับเครื่องประดับคืนไป นางเดินร้องไห้ไปพลางเพราะเกรงจะถูกลงโทษ นางวิสาขาเห็นหญิงรับใช้เดินร้องไห้กลับไปพร้อมด้วยห่อสิ่งของ นางก็คาดเหตุการณ์ได้โดยตลอด จึงกล่าวว่า “ พระคุณเจ้าอานนท์เก็บไว้หรือ ?”

“ เจ้าค่ะ”

“ แล้วเธอร้องไห้ทำไม”

“ ข้าเสียใจที่รักษาสมบัติแม่เจ้าไว้ไม่ได้ แม่เจ้าจะลงโทษข้าประการใดก็ตามเถิด ข้ายอมรับผิดทุกประการ เครื่องประดับนี้มีค่ายิ่งกว่าชีวิตของค่า แม้ชีวิตของหมู่ญาติรวมกันยังสูงค่าไม่พอ” ว่าแล้วนางก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น กลิ้งเกลือกอยู่แทบเท้านางวิสาขา

เวลานั้นจวนค่ำมากแล้ว พระอาทิตย์โคจรลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกไปนานแล้ว แต่ความมืดยังไม่ปรากฎในทันที ท้องฟ้าระบายด้วยสีม่วงสลับฟ้าในบางที่ และสีเหลืองอ่อนสลับฟ้าในบางแห่ง กลุ่มเมฆลอยเลื่อนตามแรงลม และปลิวกระจายเป็นครั้งคราว มองดูเป็นรูปร่างต่างๆ สลับสล้างสวยงามน่าพึงชม

ลมเย็นพัดเฉื่อยฉิว หมู่เด็กเลี้ยงโคเดินดุ่มต้อนฝูงโคของตนเข้าสู่คอก อชบาลและโคบาลเหล่านั้นล้วนมีกิริยาร่าเริงฉันเดียวกันกับสกุณาทั้งหลาย ซึ่งกำลังโบยบินกลับสู่รวงรัง

นางวิสาขายืนสงบนิ่ง กระแสความรู้สึกของนางไหลเวียนเหมือนสายน้ำในวังวน นางคิดถึงชีวิตทาส อนิจจา! ชีวิตทาสช่างลำบากและกังวลเสียนี่กระไร รับใช้ใกล้ชิดเกินไปก็หาว่าประจบสอพลอ เหินห่างไปหน่อยเขาก็ว่าทอดทิ้งธุระของนาย ใครเล่าจะสามารถรับใช้นายได้สมบูรณ์ ชีวิตทาสช่างเป็นชีวิตที่ลำเค็ญ เหนื่อยยาก ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนี้ ทาสส่วนมากก็เป็นคนซื่อสัตย์ เสียสละและกตัญญูเสียด้วยซ้ำไป

“ หญิงคนรับใช้ของเรานี้” นางวิสาขาคิดต่อไป “ เพียงแต่ลืมเครื่องประดับและนำมาคืนได้ มิได้ทำเสียหายแต่ประการใด ยังยอมเอาชีวิตตนมาถ่ายถอนความผิด เราจำต้องปลอบนางให้หายโศก และบำรุงหัวใจนางด้วยคำหวาน เพราะโบราณกล่าวไว้ว่า แสงจันทร์ก็เย็น กลิ่นไม้จันทร์ก็เย็น แต่ความเย็นทั้งสองประการนี้ รวมกันแล้ว ยังไม่เท่ากับความเย็นแห่งมธุรสวาจา อนึ่ง การแสดงความรักใคร่แม้แต่บุคคลที่มิได้รับใช้ตน เอื้ออารีกว้างขวาง เพิ่มความรักให้ระลึกถึงความดีแต่เก่าก่อน และให้อภัยในความผิดพลาด เหล่านี้เป็นลักษณะของผู้มีใจกรุณา ”

และแล้วนางวิสาขาจึงกล่าวว่า

“ สุสิมา! ลุกขึ้นเถิด อย่าคร่ำครวญนักเลย ข้อที่เธอลืมเครื่องประดับไว้นั้น เรามิได้ถือเป็นความผิดประการใด คนเราโดยทั่วไปมีความหลงลืมกันได้ เครื่องประดับนี้มีค่าก็จริง แต่หามีค่าเท่าชีวิตเธอไม่ เครื่องประดับมหาลดาปสาธน์นี้ ถ้าเสียหายไปประการใดยังสร้างใหม่ได้ แต่ชีวิตของเธอหากเสียไปจะสร้างใหม่ได้ที่ไหน ดูก่อนนางผู้ซื่อสัตย์ การที่เธอยอมถ่ายถอนเครื่องประดับนี้ด้วยชีวิตของเธอนั้นซึ้งใจเรายิ่งนัก เธอจงเบาใจเถิด พระธรรมของพระศาสดาได้ชุบย้อมจิตใจเรา ให้มองเห็นทุกชีวิตเป็นสิ่งสูงค่า ไม่อาจนำสิ่งของภายนอกมาเทียบได้ อนึ่ง เธอเป็นที่รักไว้ใจของเรา เธอเป็นผู้ทำงานดี ซื่อตรงทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีความจงรักนายของตนไม่เสื่อมคลายและปรวนแปร ด้วยเหตุนี้เธอจึงได้อยู่รับใช้ใกล้ชิดเรา ความดีของเธอนั้นมีอยู่มาก ความพลั้งเผลอบกพร่องเท่านี้จะลบล้างความดีของเธอได้ไฉน”

ดูก่อนท่านผู้เจริญ! เมื่อนางวิสาขากล่าวจบลง หญิงรับใช้ยิ่งคร่ำครวญหนักขึ้น เธอกอดเท้าทั้งสองของนายหญิงและซบศรีษะลงด้วยความรักและความกตัญญู เมื่อนางวิสาขาดึงมือนางให้ลุกขึ้น นางยิ้มทั้งน้ำตา มองดูนายของตนด้วยแววตาที่เหมือนเปิดลิ้นชักหัวใจให้เห็นได้หมดสิ้น แทนคำเอื้อนเอ่ยวาจานับหมื่นนับแสน ว่าหนักแน่นในความจงรักภักดีตลอดไป

คืนนั้นนางวิสาขาต้องใช้ความคิดอย่างหนักว่า จะทำอย่างไรกับเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์นั้น

เรื่องที่จะนำมาใช้อีกนางไม่สามารถทำได้ จะเก็บไว้เฉยๆ ดูจะเสียประโยชน์ไป นางจึงตัดสินใจว่า เมื่อเราได้ตั้งใจบริจาคไปแล้ว ควรที่จะบอกขาย แล้วนำปัจจัยมาทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามสมควร

… ดังนี้จึงได้เรียกช่างทองมาตีราคา

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org