หน้าแรก
 
อานุภาพวิชชาธรรมกาย พิมพ์
๒ ตุลาคม ๒๕๔๗

 

.....การบังเกิดขึ้นของพระมงคลเทพมุนี หรือ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ( สด จนฺทสโร ) ยอดมหาปูชนียาจารย์ ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสว่างไสวของโลก เพราะท่านได้เอาชีวิตเป็นเดิมพันในการค้นพบหนทางการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งสูญหายไปหลังพุทธปรินิพพาน ๕๐๐ ปี และได้ชี้บอกขุมทรัพย์อันยิ่งใหญ่ว่า ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เหนือสะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ คือ กุญแจแห่งการไขความลับทั้งมวลของชีวิต ว่ามนุษย์เราเกิดมาทำไม และอะไรคือเป้าหมาย ดังนั้น หากไม่มีท่านถือกำเนิดขึ้นมา โลกจะยังคงถูกความมืดแห่งอวิชชาห่อหุ้มปกคลุมต่อไปอีกนานแสนนาน

ปัจจุบัน แม้พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำได้จากพวกเราไปแล้ว แต่ชีวประวัติที่งดงามและคุณธรรมอันยิ่งใหญ่ของท่าน ยังคงประทับอยู่ในจิตสำนึกของเหล่าศิษยานุศิษย์อย่างมิรู้เลือน

เพราะตลอด ๑๒๐ ปี ของเส้นทางมหาปูชนียาจารย์ เริ่มตั้งตั้งแต่สถานที่เกิด สถานที่เข้าถึงธรรม

สถานที่เผยแผ่ และสถานที่ตั้งหลักมั่นวิชชาธรรมกาย ตลอดจนผู้คนมากมายที่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทุกเรื่องราวล้วนเป็นพยานยืนยัน ถึงความศักดิ์สิทธ์ของอานุภาพวิชชาธรรมกายได้เป็นอย่างดี และเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมากจนกระทั่งปัจจุบัน

ดังตัวอย่างบางตอน จากคำบอกเล่าของผู้ที่เคยรับใช้ใกล้ชิดพระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทั้งพระภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา และโยมอุปัฏฐากหลายท่าน จะได้มาถ่ายทอดเรื่องราวที่ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำอย่างมิรู้ลืมเลือน

 

วิชชาธรรมกายรักษาโรค

คุณครูตรีธา เนียมขำ นายกสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ มาอยู่วัดปากน้ำตั้งแต่อายุ ๑๓ ปี ภายใต้บารมีธรรมของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ และได้บวชเป็นแม่ชีเพื่อศึกษาธรรมะทั้งปริยัติและปฏิบัติ

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย จนสามารถรับใช้สนองงานที่ท่านได้มอบหมายไว้ ภายหลังได้ลาศีลจากแม่ชี แล้วได้อยู่ปฏิบัติรับใช้หลวงพ่อตลอดมา ปัจจุบันคุณครูตรีธาอายุได้ ๗๘ ปี แล้ว แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่สำคัญ คือเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ ร่วมทำนุบำรุงวัดปากน้ำเป็นเอนกประการ ได้เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังว่า

ข้าพเจ้ามาอยู่วัดปากน้ำตั้งแต่ปี พ . ศ . ๒๔๘๑ มีอายุเพียง ๑๓ ปี เพราะบิดาของข้าพเจ้าได้พามารดาซึ่งป่วยหนักมาเป็นเวลานานถึง ๑๒ ปี มารักษาโรคกับหลวงพ่อ เนื่องจากไม่มีหมอคนใดที่จะสามารถรักษาให้หายได้ ข้าพเจ้าจึงได้มีโอกาสมานฝึกนั่งภาวนากับหลวงพ่อ จนปฏิบัติได้วิชชาธรรมกาย และท่านได้รักษาโรคให้มารดาของข้าพเจ้าด้วยวิชชาธรรมกาย จนมารดาของข้าพเจ้าหายจากโรคมีร่างกายแข็งแรงเป็นปกติ มีชีวิตต่อมาอีกได้ถึง ๒๔ ปี หลังจากนั้นหลวงพ่อท่านก็ขอข้าพเจ้าจากบิดามารดา ให้มาบวชชีและอยู่ปฏิบัติภาวนาในวัดปากน้ำ ข้าพเจ้าจึงต้องจากบิดามารดา ญาติพี่น้องมาอยู่ในความอุปการะของพระเดชพระคุณท่านตั้งแต่บัดนั้น หลวงพ่อท่านจึงเปรียบเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดทางธรรมแก่ข้าพเจ้า ท่านได้ให้ความรู้ อบรมดูแลสั่งสอนการประพฤติปฏิบัติ ชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ให้ความเมตตาปรานีห่วงใยสารพัดสุดจะพรรณาได้หมดสิ้น

นอกจากท่านจะมีอุปการะคุณแก่ข้าพเจ้าอย่างสูงสุดอันจะหาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยากแล้ว ท่านยังเป็นผู้ชุบชีวิตมารดาของข้าพเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนตายทั้งเป็นให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ และต่อมาทั้งบิดามารดาของข้าพเจ้าก็ได้มารักษาศีลนั่งภาวนาอยู่ภายใต้บารมีธรรมของพระเดชพระคุณท่าน สามคนพ่อแม่ลูก จึงเป็นหนี้พระคุณท่านสุดที่จะชดใช้ได้หมด

กิตติศัพท์เรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำสามารถรักษาคนป่วยด้วยโรคร้ายที่สังคมรังเกียจให้หายได้นั้น แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มีคนสนใจวิชชาธรรมกายและเดินทางมาวัดปากน้ำเพื่อศึกษาธรรมะ และขอพึ่งบารมีหลวงพ่อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สมัยนั้นมีคนเดินทางมาวัดปากน้ำวันละมากๆ ทั้งๆ ที่การเดินทางมาวัดค่อนข้างลำบาก เพราะยังไม่มีถนนตัดเข้าถึงวัด ต้องเดินมาหรือไม่ก็มาทางเรือ ที่มาด้วยหวังจะยึดหลวงพ่อเป็นที่พึ่งก็มีมาก ที่ต้องการจะพิสูจน์ว่าหลวงพ่อจะเก่งจริงหรือไม่ก็มีไม่น้อย

ตามปกติเมื่อเราเจ็บไข้ได้ป่วยมักจะไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละโรค แต่หลวงพ่อท่านเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรักษาทุกโรค ถ้าจะนำเรื่องราวความทุกข์ความเดือดร้อนของผู้คนที่มาพึ่งบารมีหลวงพ่อเรียงลำดับกันแล้วจะได้เรื่องตั้งแต่เกิดจนตายทีเดียว หลวงพ่อท่านต้องการให้ทุกคนฝึกการเจริญภาวนา เพราะมารทั้ง ๕ กำลังคอยจ้องจะตัดรอนมิให้เรามีโอกาสบำเพ็ญบุญบารมี มารทั้ง ๕ ได้แก่ขันธมารทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ความลำบากเป็นเหตุให้เบื่อหน่าย กิเลสมารทำให้เศร้าหมองขุ่นมัว อภิสังขารมาร คือ กรรมทั้งฝ่ายกุศลและอกุศล ทำให้ติดอยู่ในภพ สุดท้ายคือ มัจจุมาร คือความตายมาตัดโอกาสในการทำความดี

ดังนั้น เมื่อมีผู้เจ็บป่วยมาให้หลวงพ่อรักษา ท่านจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะฝึกบุคคลให้เจริญภาวนาพุทธานุสสติไปด้วย คนที่เจ็บป่วยไม่มากพอจะลุกนั่งได้หลวงพ่อท่านจะสอนให้นั่งภาวนา ส่วนคนที่ป่วยมากไม่สามารถลุกนั่งได้ หลวงพ่อจะให้ญาติพี่น้องหามกันมานอนที่หน้าที่รับแขกของหลวงพ่อ ท่านจะสอนให้ภาวนา สัมมา อะระหัง ไปด้วย เพื่อโรคภัยจะได้หายเร็ว

หลวงพ่อท่านชี้แจงว่า การรักษาโรคนั้น ถ้าได้ประกอบกันทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายผู้รักษาโรคและผู้ป่วยมีความเชื่อมั่นตรงกันมีกระแสจิตเชื่อมถึงกัน เปรียบเสมือนเครื่องรับวิทยุและเครื่องส่ง ต้องมีคลื่นตรงกันจึงจะหวังโอกาสหายได้มาก วันหนึ่งๆ มีผู้มารักษาโรคกับหลวงพ่อจำนวนมาก เพราะหลวงพ่อท่านรักษาโรคได้ทุกชนิด ทั้งโรคมะเร็ง วัณโรค อัมพาต โรคประสาท เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ หลวงพ่อต้องรักษาคนที่เป็นโรคประสาทนับเป็นร้อยๆ คน เพราะความตึงเครียด ความทุกข์ความเดือดร้อนจากภัยสงคราม

สำหรับคนที่อาการหนักท่านจะสั่งให้ญาติพี่น้องกลับไป และมอบคนป่วยไว้กับท่าน ญาติพี่น้องไม่ต้องเป็นห่วง หลวงพ่อท่านจะสั่งให้กรอกยาผงบาทจิต ซึ่งท่านสั่งให้ลูกศิษย์ผสมเตรียมไว้และแก้ด้วยวิชชาธรรมกายด้วย ไม่นานคนป่วยก็หายจากโรค ญาติพี่น้องพากลับบ้านได้ ยาผงบาทจิตนี้ ปัจจุบันนี้วัดปากน้ำยังคงผสมตามตำราของท่านไว้แจกคนทั่วไป

หลวงพ่อท่านให้ตั้งตู้รับใบอาการโรคไว้ที่หน้ากุฏิของท่าน การเขียนใบอาการโรคต้องแจ้งชื่อ สกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด และอาการโรคที่ปรากฏอย่างละเอียดลออ การส่งใบอาการโรคมี ๔ เวลา คือ เช้า กลางวัน บ่าย เย็น หลวงพ่อท่านจะสั่งให้คนมาไขตู้ตามเวลานั้น แล้วนำใบอาการโรคมาแจกจ่ายแก่พวกที่ได้วิชชาธรรมกายเพื่อแก้โรค ถ้าเป็นลูกมาส่งใบอาการของพ่อแม่ หลวงพ่อมักจะถามว่าอยากให้พ่อแม่หายป่วยหรือไม่ ถ้าอยากให้หายป่วยต้องนั่งสมาธิเข้า ถ้าได้สมาธิจะได้ช่วยแก้โรคภัยไข้เจ็บของพ่อแม่ได้ และอานุภาพของวิชชาธรรมกาย ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากมายหายจากโรคได้เป็นอัศจรรย์

 

อุบลเขียว

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org