หน้าแรก
 
ตอนที่ ๑๘ ปรารภเหตุในอดีต พิมพ์
๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๗

 

.......พระ มหาสมณะ เอกอัครบุรุษรัตน์อุดมด้วยบุญญาธิการ และมหากรุณาต่อส่ำสัตว์ ประทับหลับพระเนตรนิ่งเปี่ยมล้นพระญาณอันหาที่สุดมิได้ แล้วตรัสกับพระภิกษุเหล่านั้นว่า

“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธิดาของเราไม่ได้ขับร้องเพลง แต่เธอมีความประสงค์เต็มเปี่ยมแล้ว เธอจึงดีใจว่า ความปรารถนาของเราตั้งไว้ถึงที่สุดแล้ว จึงได้เดินเปล่งอุทาน ”

พระภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นางวิสาขาได้ตั้งความปรารถนาแต่เมื่อไหร่ พระเจ้าข้า ” พระบรมศาสดาได้นำอดีตชาติของนางวิสาขามาตรัสเล่า ดังนี้

ย้อนไปเมื่อหนึ่งแสนกัปนับย้อนกลับไปจากภัทรกัปนี้ มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนามวาส “ พระปทุมุตตระ ” ทรงอุบัติขึ้นในโลก

พระปทุมุตตตรสัมมาสัมพุทธเจ้ามีพระชนมายุหนึ่งแสนปี มีพระภิกษุผู้เป็นขีณาสพหนึ่งแสนรูปเป็นบริวาร ประทับอยู่ในพระนครหงสวดี

มีพระชนกเป็นพระราชา ทรงพระนาม ” สุนันทะ ” มีพระชนนีเป็นพระราชเทวี ทรงพระนามว่า “ สุชาดา ”

มีอุบาสิกาผู้เป็นยอดอุปัฏฐายิกา ได้กราบทูลขอพร ๘ ประการ แล้วตั้งอยู่ในฐานะดังมารดา และได้เฝ้าปฏิบัติบำรุงพระบรมศาสดาปัจจัย ๔ย่อมไปสู่ที่บำรุงทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า

หญิงสหายคนหนึ่งของอุบาสิกานั้น ได้ไปที่วิหารกับอุบาสิกานั้นเป็นนิตย์

หญิงสหายนั้น ได้แลเห็นอุบาสิกาพูดกับพระบรมศาสดาด้วยความคุ้นเคย และได้แลเห็นความเป็นผู้สนิทสนมกับพระบรมศาสดาจึงคิดว่า “ เธอกระทำกรรมอะไรหนอถึงเป็นผู้สนิทสนมกับพระพุทธเจ้าทั้งหลายอย่างนี้ ” แล้วจึงกราบทูลถามพระบรมศาสดาว่า “ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเจริญ หญิงนี้เป็นอะไรของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระเจ้าข้า ”

พระบรมศาสดาตรัสตอบว่า “ หญิงนี้เป็นยอดแห่งหญิงผู้อุปัฏฐายิกา ”

หญิงสหายนั้นกราบทูลถามว่า “ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นางกระทำกรรมอะไรไว้ ถึงได้เป็นยอดแห่งหญิงผู้อุปัฏฐายิกา พระเจ้าข้า ”

พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตอบว่า “ เธอได้ตั้งความปรารถนาไว้ตลอดหนึ่งแสนกัปมาแล้ว ”

หญิงสหายกราบทูลถามว่า “ ยัดนี้ หม่อมฉันปรารถนาอาจจะได้ไหมพระเจ้าข้า ”

พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสตอบว่า “ ได้ ”

หญิงสหายจึงกราบทูลนิมนต์ว่า

“ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงเจริญ ถ้ากระนั้น ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าพร้อมกับพระภิกษุหนึ่งแสนรูป โปรดรับอาหารของหม่อมฉันตลอด ๗ วันเถิดพระเจ้าข้า ”

พระปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรับการกราบทูลนิมนต์ของหญิงนั้นแล้วด้วยพระดุษณีภาพ

หญิงสหายได้ถวายทานอยู่ตลอด ๗ วัน พอถึงวันสุดท้ายได้ถวายผ้าสาฎกเพื่อใช้ทำจีวร แล้วกราบทูลพระบรมศาสดาว่า

“ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยผลแห่งทานนี้ หม่อมฉันไม่ปรารถนาสิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเป็นใหญ่ในเทวโลกเป็นต้น แต่ขอให้หม่อมฉันได้รับพร ๘ ประการ ในสำนักพระพุทธเจ้า ผู้เช่นกับพระองค์ได้ตั้งอยู่ในฐานะดังมารดา เป็นยอดของอุบาสิกาผู้สามารถเพื่อบำรุงด้วยปัจจัย ๔ พระเจ้าข้า ”

พระบรมศาสดาทรงดำริว่า ความปรารถนาของหญิงนี้จะสำเร็จหรือไม่หนอ ทรงเล็งดูถึงอนาคตกาลไปตลอดหนึ่งแสนกัปแล้ว จึงตรัสว่า

“ ในที่สุดแห่งหนึ่งแสนกัป มีพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า โคดม จะทรงอุบัติขึ้น ในครั้งนั้น เธอจะได้เป็นอุบาสิกามีชื่อว่า วิสาขา จะได้รับพร ๘ ประการในสำนักของพระโคดมพุทธเจ้า เธอจะได้ตั้งอยู่ในฐานะดังมารดา และจะได้เป็นยอดแห่งหญิงผู้อุปัฏฐายิกา คืออุปถัมป์บำรุงพระภิกษุสามเณร ”

นางมีความปีติปราโมทย์เมื่อได้ฟังพระพุทธพยากรณ์ ราวกับจะได้สมความปรารถนาในวันพรุ่งนี้ทีเดียว นับแต่นั้นมา หญิงสหายได้ตั้งใจกระทำบุญกุศลสืบต่อมาจนตลอดอายุ เมื่อนางตายจากชาตินั้นแล้วก็ได้ไปเกิดในเทวโลก เสวยสุขอยู่ในสุคติภพตลอดกาลนาน

ครั้นมาถึงสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า นางกุลธิดานั้นได้มาบังเกิดเป็นพระราชธิดา ผู้เป็นพระกนิษฐภคินี ( น้องสาวคนสุดท้อง ) ของบรรดาพระราชธิดา ๗ พระองค์ของพระเจ้ากาสี ผู้ทรงพระนามว่า “ กิกี ” ในเมืองพาราณสี

พระราชธิดาทั้ง ๗ พระองค์ ได้แก่

๑ . พระนางสมณี มาเกิดเป็น พระนางเขมา

๒ . พระนางสมณคุตตา มาเกิดเป็น พระนางอุบลวรรณา

๓ . พระนางภิกขุณี มาเกิดเป็น นางปฏาจารา

๔ . พระนางภิกขุทาสิกา มาเกิดเป็น นางโคตมี

๕ . พระนางธัมมา มาเกิดเป็น นางธัมมทินนา

๖ . พระนางสุธัมมา มาเกิดเป็น พระนางมหามายา

๗ . พระนางสังฆทาสี มาเกิดเป็น นางวิสาขามหาอุบาสิกา

พระราชธิดาทั้ง ๗ พระองค์มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ตระหนักถึงโทษภัยในการครองเรือน จึงปวารณาของประพฤติพรหมจรรย์ บำเพ็ญบุญกุศลไปตลอดชีวิต พระนางสังฆทาสีได้ตั้งใจสร้างบุญกุศลร่วมกับพี่หญิง และตั้งความปรารถนาต่อหน้าพระบรมศาสดาว่า “ ในอนาคตกาล ขอให้หม่อมฉันได้พร ๘ ประการ ในสำนักของพระพุทธเจ้าเช่นเดียวกับพระองค์ ขอตั้งอยู่ในฐานะดังมารดา และเป็นผู้เลิศฝ่ายหญิงผู้เป็นอุบาสิกาทั้งหลาย ผู้ถวายปัจจัย ๔ ” จำเดิมแต่กาลนั้นได้ท่องเที่ยวอยู่ในสุคติภูมิอยู่ตลอด ๑ พุทธันดร ครั้นมาถึงสมัยของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน นางได้มาเกิดเป็นธิดาของนางสุมนาเทวี ผู้เป็นภรรยาหลวงของท่านธนัญชัยเศรษฐี ซึ่งเป็นบุตรของท่านเมณฑกเศรษฐี และได้กระทำบุญไว้เป็นอันมากในพระพุทธศาสนา

เมื่อพระบรมศาสดาทรงนำอดีตชาติของนางวิสาขามาตรัสเล่าแล้ว ได้ให้โอวาทว่า

“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นายมาลาการ ( ช่างดอกไม้ ) ผู้ฉลาดกระทำกองดอกไม้ต่างๆ ให้เป็นกองใหญ่ แล้วกระทำพวงดอกไม้มีประการต่างๆ ได้ฉันใด จิตของนางวิสาขาย่อมน้อมไปเพื่อกระทำกุศลมีประการต่างๆ ฉันนั้น เหมือนกัน ”

ในเวลาที่พระพุทธองค์จบพระธรรมเทศนา บุคคลเป็นจำนวนมากได้เป็นพระอริยบุคคล มีพระโสดาบันเป็นต้น พระธรรมเทศนาได้เป็นประโยชน์แก่มหาชนดังนี้

 

………………………( จบตอน )…………………………

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org