หน้าแรก
 
ตอนที่ ๑๙ ขอพร ๘ ประการ พิมพ์
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๗

 

.......มหาสมุทรไม่อิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ ฉันใด หัวใจของบัณฑิตย่อมไม่อิ่มไม่เบื่อในการสั่งสมบุญบารมี ฉันนั้น เฉกเช่นนางวิสาขา ทุกครั้งที่นางได้ทำทาน ดวงใจยิ่งใสยิ่งสว่าง กว้างขวางไม่มีประมาณ เปี่ยมล้นด้วยความอิ่มเอิบเบิกบาน นางจึงปรารถนาจะสร้างบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ราวกับจะประกาศให้ชาวโลกทั้งหลายได้รับรู้ว่า แท้จริงแล้วหน้าที่ของการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ คือการสร้างบุญบารมี เพื่อเติมเต็มความบริสุทธิ์ให้เกิดขึ้นกับตนเอง อันจะนำมาซึ่งความหลุดพ้นจากกองทุกข์

งานบุญที่นางวิสาขามหาอุบาสิกา ได้กระทำการถวายทานซึ่งจัดว่าเป็นทานที่คล้ายกับ “ อสทิสทาน ” คือทานที่ไม่มีใครเสมอเหมือนของพระเจ้าปเสนทิโกศลนั้น กล่าวกันว่า นางวิสาขาได้ถวายมหาทานที่ต้องใช้วัตถุจตุปัจจัยที่กระทำได้โดยยาก โดยถวายเศวตฉัตร ๕๐๐ คัน ช้าง ๕๐๐ เชือก เรือทองคำ ๑๐ ลำ เจ้าหญิงจำนวนมากผู้มาช่วยงานถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข กล่าวโดยรวมแล้วการถวายอสทิสทานต้องใช้เงินวันละ ๑๔ โกฏิกหาปณะ หรือ ๕๖๐ ล้านบาท

ผู้ให้ ย่อมได้รับ ทานที่ถวายแด่ทักขิไณยบุคคลผู้เป็นเนื้อนาบุญอันประเสริฐ ย่อมมีอานิสงส์มากอย่างจะนับจะประมาณมิได้ แม้นางวิสาขาจะถวายมหาทานเท่าใด แต่ทรัพย์ของนางไม่เคยหมดไป เหมือนดังสายสมบัติจักรพรรดิตักไม่พร่อง ยิ่งทำบุญทรัพย์ยิ่งเพิ่มขึ้นทับทวี

นอกจากนี้นางวิสาขายังเป็นต้นบุญในการถวายผ้าอาบน้ำฝนแด่พระภิกษุสงฆ์เป็นครั้งแรก อันมีปฐมเหตุจากครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ เชตวันมหาวิหาร คราวนั้นนางวิสาขามหาอุบาสิกาได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาเพื่อฟังพระธรรมเทศนาตามปกติ แล้วกราบทูลอาราธนาให้เสด็จไปเสวยในเรือนของตนในเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับด้วยอาการดุษฎี

รุ่งเช้ามีเมฆใหญ่ทะมึนตั้งขึ้นในทิศทั้ง ๔ ไม่นานฝนได้ตกลงมาห่าใหญ่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับพระภิกษุทั้งหลายว่า “ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ฝนที่ตกในวัดพระเชตวันวันนี้ ฉันใด ในทวีปทั้ง ๔ ฝนก็ตก ฉันนั้น เธอทั้งหลายจงพากันอาบน้ำฝน การที่ฝนตกใหญ่ในทิศทั้ง ๔ เช่นนี้ มีครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ”

พระภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระพุทธบัญชา แล้วพากันเปลื้องผ้าเปลือยกายอาบน้ำฝน

ในเวลานั้น นางวิสาขามหาอุบาสิกาสั่งให้คนรับใช้จัดภัตตาหารอันประณีตเสร็จแล้ว จึงให้นางทาสีคนหนึ่งไปที่วัดพระเชตวันเพื่อนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ นางทาสีนั้นรับคำสั่งแล้วออกไปที่วัด ได้เห็นคนเปลือยกายอาบน้ำฝนอยู่ นางเข้าใจว่าไม่มีพระภิกษุอยู่ในอาราม มีแต่อเจลกะหรือชีเปลือยเท่านั้น จึงกลับมาบอกนางวิสาขา

นางวิสาขาเป็นสตรีผู้มีปัญญาเฉียบแหลม รู้ได้ทันทีว่า พระคุณเจ้าทั้งหลายคงจะเปลือยกายอาบน้ำฝนเป็นแน่ จึงสั่งให้นางทาสีเดินทางไปที่วัดอีกครั้ง คราวนั้นพระภิกษุทั้งหลายเลิกอาบน้ำและนุ่งห่มผ้าสบงจีวรเข้าไปสู่ที่ห้องของตน เมื่อนางทาสีมาเห็นอารามแล้วไม่เห็นพระภิกษุทั้งหลาย ก็ตกใจด้วยความเขลาว่าไม่มีพระภิกษุอยู่ในวัดเลย รีบกลับมารายงานนายของตนว่า

“ ข้าแต่แม่เจ้า ไม่มีพระภิกษุอยู่ในอารามเลยเจ้าค่ะ ”

นางวิสาขาก็รู้ได้ทันทีอีกเช่นกันว่า ขณะนี้พระภิกษุสงฆ์คงเลิกอาบน้ำฝนแล้วเข้าไปสู่ที่พักในกุฏิของตน จึงสั่งให้นางทาสีไปยังวัดเชตวันอีกครั้ง แล้วสอนให้ร้องบอกว่า “ ถึงเวลาแล้ว เจ้าค่ะ ” ดังนี้

นางทาสีนั้นได้กลับไปยังอารามเป็นครั้งที่สาม ฝ่ายพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสั่งให้พระภิกษุทั้งหลายให้ครองบาตรและจีวรให้เรียบร้อย เพราะได้เวลาจังหันแล้ว ตั้งแต่นางทาสีคนนั้นยังเดินทางไปไม่ถึงอาราม ครั้นทุกอย่างพร้อมแล้ว พระบรมศาสดาพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ ได้ไปปรากฎที่ซุ้มประตูบ้านของนางวิสาขาในทันทีทันใด ด้วยบุญฤทธิ์เหมือนบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนแล้วคู้แขนเข้ามาฉะนั้น

นางวิสาขาคิดว่า “ น่าอัศจรรย์นัก ในการที่พระตถาคตเป็นผู้มีฤทธานุภาพมากเช่นนี้ เพราะในสถานที่ทุกแห่งนองไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งตกลงมาห่าใหญ่ทั่วบริเวณ บางแห่งน้ำลึกเพียงเข่า บางแห่งน้ำลึกถึงสะเอว แต่เท้าหรือจีวรของพระภิกษุแม้สักรูปหนึ่งไม่เปียกชุ่มน้ำเลย ”

ครั้นคิดดังนี้แล้วนางวิสาขาจึงยิ่งมีความศรัทธาเลื่อมใส มีจิตปีติเบิกบานในบุญยิ่งขึ้น ได้ถวายภัตตาหารอันประณีตแด่พระภิกษุสงฆ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข ครั้นเมื่อพระบรมศาสดาฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว นางวิสาขาอุบาสิกาจึงกราบทูลขึ้นว่า

“ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า หม่อมฉันจะกราบทูลขอพร ๘ ประการ ต่อพระผู้มีพระภาคเจ้าในบัดนี้ พระเจ้าข้า ”

พระบรมศาสดาตรัสว่า “ ดูก่อนวิสาขา ธรรมดาพระตถาคตทั้งหลายได้เลิกให้พรทั้งหลายเสียแล้ว ” นางวิสาขาจึงกราบทูลว่า “ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สิ่งใดเป็นที่สมควรแก่สมณะ เป็นสิ่งไม่มีโทษ หม่อมฉันจะขอกราบทูลสิ่งนั้น พระเจ้าข้า “

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ ดูก่อนนางวิสาขา ถ้าเช่นนั้น เธอจงบอกเถิด ”

เมื่อนั้น นางวิสาขามหาอุบาสิกาจึงกราบทูลขอพร ๘ ประการ ว่า “ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ”

๑ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายผ้าวัสสิกสาฎก คือ ผ้าอาบน้ำฝนแก่พระสงฆ์

๒ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายอาคันตุกภัต คือ อาหารเพื่อพระภิกษุผู้จรมาใหม่

๓ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายคมิกภัต คือ อาหารเพื่อพระภิกษุผู้เตรียมตัวเดินทางไกล

๔ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายคิลานภัต คือ อาหารสำหรับพระภิกษุอาพาธ

๕ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายคิลานุปัฏฐากภัต คือ อาหารสำหรับพระภิกษุผู้พยาบาลภิกษุอาพาธ

๖ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายคิลานเภสัช คือ ยาแก้ไข้

๗ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายธุวยาคู คือ ข้าวต้มประจำวัน

๘ . หม่อมฉันประสงค์จะถวายอุทกสาฎก คือ ผ้านุ่งอาบน้ำแก่หมู่พระภิกษุณีจนตลอดชีวิต

พระบรมศาสดาทรงสดับแล้วจึงตรัสถามว่า

“ ดูก่อนวิสาขา เธอเห็นประโยชน์อย่างไรจึงได้ขอพร ๘ ประการนี้ ”

นางวิสาขายิ้มน้อยๆ ด้วยความปีติในบุญ ก่อนกราบทูลว่า

 

………………………( จบตอน )…………………………

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org