หน้าแรก
 
มหาวิบัติของสังคมจากทิศเบื้องบน (ตอนจบ) พิมพ์
๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๗


 

 

.....การป้องกันและการแก้ไขมหาวิบัติในสังคม

 

ก่อนที่จะคิดป้องกันและแก้ไขมหาวิบัติในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้ถึงสาเหตุรากเหง้าที่จริงของปัญหา จากธรรมบรรยายที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ท่านคงจะได้เห็นชัดเจนแล้วว่า ปัญหาหรือความวิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยขณะนี้ต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ โดยมีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ครอบครัวและพ่อแม่ อย่าหลงไปมองที่จุดอื่น เพราะถ้าจับต้นเหตุไม่ถูกแล้วจะแก้ปัญหาไม่สำเร็จ

ถ้าถามว่าการพัฒนาคนให้เป็นคนดีนั้นควรจะเริ่มต้นอย่างไร? ตอบได้ว่า การพัฒนาคือการปลุกฝังอบรมลักษณะนิสัย เพื่อให้คนเป็นคนดีมีอริยวินัยนั้น จำเป็นจะต้องเรากระทำกันตั้งแต่ทารกลืมตามาดูโลกทีเดียวเป็นพ่อแม่นั่นเองที่มีบทบาทสำคัญที่สุด ในการทำหน้าที่ฝึกอบรม หรือ เป็นครูชุดแรกของลูก ด้วยเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงจัดพ่อแม่ให้เป็นทิศที่ ๑ หรือทิศเบื้องหน้า

ในด้านร่างกายนั้น แพทย์จะมีการให้วัคซีนและยามากายหลายอย่างแก่ทารก เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคพยาธิต่างๆ ให้ทารก มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงไม่เจ็บไข้ ซึ่งวัคซีนบางอย่างก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ตลอดชีวิตทีเดียว

ในด้านจิตใจก็เช่นกัน ไม่ว่าพ่อแม่จะเอาใจใส่ประคบประหงมเลี้ยงดู ปลูกฝังอบรมลูกอย่างพิถีพิถันเพียงใดก็ตาม แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดก็คือ ต้องสร้างภูมิคุ้มกันด้านจิตใจให้แก่ลูก เพื่อให้เขามีจิตใจเข้มแข็งทรหดอดทน มีภูมิต่อต้านโรคกิเลสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีเสื่อมถอยตลอดชีวิต วัคซีนหรือสิ่งที่จะสร้างภูมิคุ้มกันจิตใจที่สำคัญที่สุดก็คือ หิริโอตตัปปะ และสัมมาทิฏฐิ

หิริโอตตัปปะ หรือความละอายและความกลัวบาปนี้แหละ ที่จะคุ้มครองโลกให้เกิดสันติสุข ใครก็ตามที่ขาดหิริโอตตัปปะ ก็เปรียบเสมือนบุคคลที่มีระเบิดคล้องคอเอาไว้ พร้อมที่ระเบิดได้ตลอดเวลาเมื่อต้องการ ส่วนผู้ที่มีหิริโอตตัปปะนั้น เปรียบเสมือนผู้ที่ถอดระเบิดที่คล้องคอไว้ออกแล้ว อยู่ในอาการอันสงบได้ ไม่มีความกระเหี้ยนกระหือรือในการก่อกรรมชั่วใดๆ ด้วยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงว่า “ หิริโอตตัปปะเป็นธรรมคุ้มครองโลก”

สัมมาทิฏฐิ หรือปัญญาอันเห็นชอบตามทำนองคลองธรรมนี้คือธรรมะที่ประครองใจคนเราให้เลือกทำแต่คุณความดีตลอดไป ไม่หลงออกนอกทางไปเกลือกกลั้วความชั่ว

ส่วนพ่อแม่ที่ได้ปลูกฝังธรรมะทั้ง ๒ เรื่อง นี้ลงในจิตใจลูกเป็นอย่างดีแล้ว ก็มั่นใจได้ว่าลูกของท่านจะเป็นคนดีอย่างแน่นอน

ส่วนพ่อแม่ที่ไม่ได้ปลูกฝังอบรมธรรมะ ๒ เรื่อง นี้ให้แก่ลูกเด็กก็ยังมีโอกาสจะได้รับการปลูกฝังจากทางโรงเรียน เป็นลำดับต่อไปกระนั้นก็ตาม โอกาสที่เด็กจะได้รับการปลูกฝังอบรมธรรมะดังกล่าวจากโรงเรียนอย่างได้ผลจริงจัง คงจะหวังได้น้อยเต็มที ทั้งนี้เพราะครูอาจารย์ต้องแบกภาระหน้าที่ดูแลรับผิดชอบนักเรียนเป็นจำนวนมากประการหนึ่งและการปลูกฝังอบรมเรื่องบุญ – บาป ดี – ชั่ว ควร – ไม่ควร เพื่อพัฒนาให้เกิดสัมมาทิฏฐิอย่างแท้จริงนั้น ต้องกระทำตั้งแต่เด็กก่อนไปโรงเรียน อีกประการหนึ่ง

การที่การปลูกฝังอบรมเด็กที่โตแล้ว ไม่ใคร่จะได้ผลดี ก็เพราะเด็กได้สะสมมิจฉาทิฏฐิไว้ในจิตใจมากแล้ว ย่อมยากที่จะลบล้างออกไปยิ่งถ้าเป็นเด็กวัยรุ่นด้วยแล้ว แทบจะไม่ได้ผลเลย เพราะเด็กวัยนี้จะตามกระแสสังคมและเพื่อนฝูง จึงไม่ฟังครูอาจารย์

เด็กที่พลาดโอกาสจากรสธรรมะทั้ง ๒ ประการนี้ (รวมทั้งเรื่องอื่นๆ ด้วย) จากทิศเบื้องหน้า และเบื้องขวาเสียแล้ว ประกอบกับวัยที่เจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ลูกระเบิดที่คล้องคอพวกเขาอยู่นั้น ย่อมจะมีขนาดโตตามตัวไปด้วย ซึ่งย่อมจะมีสมรรถนะในหารทำลายล้างสูงขึ้นอีกนั่นคือถ้าพวกเขาคิดจะทำความชั่วก็ย่อมจะทำได้ร้ายแรงกว่าเมื่อยังเป็นเด็กอยู่ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้ยินข่าวเด็กชายสมคบกันเป็นตีนแมวงัดแงะโจรกรรมบ้านเรือนประชาชน เพื่อหาเงินไปเที่ยวกลางคืน หรืออีกข่าวหนึ่งที่เกรียวกราวมากก็คือเด็กหญิงขายบริการทางเพศ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงเยาวชนในยุคโลกาภิวัตน์นี้เป็นอย่างมากก็คือค่านิยมของคนรุ่นใหม่ และสิ่งเร้าต่างๆ ในสังคม ที่ทำให้เยาวชนที่พ่อแม่ผู้ปกครองปล่อยปละละเลยรวมทั้งเยาวชนที่เร่ร่อน ต่างมั่วสุมเกี่ยวข้องกันด้วยเรื่องเพศสัมพันธ์ถึงขั้นอยู่กินฉันผัวเมีย ในขณะที่ยังเป็นนักเรียนมัธยมกันอยู่ในขณะที่ยังไม่สัมมาอาชีพเลี้ยงตัวเอง

ถามว่าเยาวชนเหล่านี้จะก่อมหาวิบัติอะไรให้สังคมบ้าง?

ตอบได้ว่าเด็กในวัยนี้แม้บางคนจะมีวุฒิภาวะทางกาย แต่ทางใจนั้นยังไม่มี พวกเขาก็ยังเป็นเด็กที่ชอบสนุกสนานตามประสาเด็กนั่นเอง การอยู่กินร่วมกันฉันผัวเมียของพวกเขานั้นล้วนเป็นเรื่องของกามารมณ์นำหน้า มิได้ตั้งอยู่บนรากฐานหรือเหตุผลของการเลือกคู่ครองที่ดี เพื่อเป็นกัลยาณมิตรประคับประครองพึ่งพากันไปตลอดชีวิต ความรู้แค่หางอึ่งที่พวกเขามีอยู่นั้นจะสามารถเอื้ออำนวยในการทำมาหากินเลี้ยงชีวิตได้ดีเพียงใด ยิ่งถ้าเยาวชนเหล่านี้ต้องมีสถานภาพเป็นพ่อแม่อีกด้วย พวกเขาก็คงจะเป็นเสมือนหนึ่งธัญพืชพิษในสังคมที่จะแพร่ “ กล้า” ของพันธุ์ไม้พิษ คือ ลูกที่เป็นมิจฉาทิฏฐิ ไว้แพร่พันธุ์ในสังคมอย่างต่อเนื่องชั่วลูกชั่วหลาน

เยาวชนที่พลาดโอกาสได้เรียนรู้ธรรมะจากทิศเบื้องหน้า และเบื้องขวาครั้นเมื่อพวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เข้าสู่วงการอาชีพ ถ้าได้เพื่อนดีเป็นกัลยาณมิตรให้ ก็อาจจะพอมีโอกาสพัฒนาภูมิคุ้มกันด้านจิตใจขึ้นบ้างอาจทำให้สามารถฝ่ากระแสเลวร้ายต่างๆ ให้สังคมไปได้บ้าง แต่โอกาสที่จะได้เพื่อนดีนี่สิค่อนข้างจะมีน้อยมาก

ถ้าพวกเขาได้เสวนากับเพื่อนเลวๆ เป็นประจำ เขาก็พร้อมที่จะเป็นแหล่งแพร่เชื้อมิจฉาทิฏฐิ ต่อไปให้บุตรภรรยา ลูกน้อย บริวารต่อไปอีก ทำนองเดียวกับไม้เถาไม้เลื้อย ที่เจริญงอกงามสามารถแผ่ขยายเครือข่ายอย่างรวดเร็วในฤดูฝน

อนึ่ง ยังมีข้อสังเกตอีกเรื่องหนึ่งก็คือ นายจ้าง หรือหัวหน้าที่เติบโตมาจากเด็กมีปัญหา เพราะขาดภูมิคุ้มกันด้านจิตใจ นายจ้างประเภทนี้ย่อมขาดอริยวินัย ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าที่ดีได้ ดังนั้น “ ลูกพี่” ประเภทนี้ย่อมมีโอกาสน้อยนักที่ “ ลูกน้อง” ดีๆ จะอยู่ด้วย และถ้าบังเอิญได้ลูกน้อยดีๆ มาช่วยงาน เขาก็จะแพร่เชื้อมิจฉาทิฏฐิเข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันของลูกน้องดีๆ จนลูกน้องต้องกลายพันธุ์ไป

อย่างไรก็ตาม เราคงจะไม่ถึงกับหมดหวังเสียเลยทีเดียวเพราะยังมีทิศเบื้องบน ที่จะเป็นแพทย์ชุดสุดท้ายมาแจกจ่ายธรรมโอสถให้แก่ชาวโลก

สังคมไทยที่ร้อนระอุอยู่ด้วยไฟกิเลสดังเช่นปัจจุบันนี้ กำลังรอคอยพระภิกษุที่ทรงภูมิรู้ภูมิธรรมสูงส่ง ผู้อุทิศชีวิตเข้ามาอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ เพื่อตามรอยบาทพระบรมศาสดา ด้วยเจตนาอันบริสุทธิ์ สะอาด และมั่นคงอย่างแท้จริง ที่จะออกมาร่วมแรงร่วมใจประสานพลังสามัคคีช่วยกันดับไฟกิเลสที่กำลังเผาลนจิตใจปุถุชนในสังคมให้สงบลงอย่างรวดเร็ว

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ควรจะถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในการเผยแผ่ธรรมไปสู่ประชาชนในระดับที่สามารถเจาะลึก ถึงขั้นปลูกฝังลักษณะนิสัยของผู้คนได้อย่างเป็นรูปธรรม มิใช่เป็นเพียงการกระจายข่าวหรือข้อมูลธรรมะไปตามลมเท่านั้น ถ้าทุกฝ่ายได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องนี้ด้วยโยนิโสมนสิการ ก็เชื่อมั่นว่า ทิศเบื้องบนจะสามารถกระทำเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง โดยไม่จำเป็นต้องมีพระธรรมกถึกเป็นจำนวนมากมายอะไรเลย ถ้าทิศเบื้องบนประสบความสำเร็จในการทำงานนี้ ก็เท่ากับว่าได้ปลุกทิศเบื้องหน้าและเบื้องขวา ซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการสร้างอริยวินัยไห้แก่สังคมได้ตื่นขึ้นมาพัฒนาอริยวินัยของตนเอง พร้อมๆ ทั้งหมดดังกล่าวนี้ ย่อมสามารถป้องกันและแก้ไขมหาวิบัติในสังคมได้อย่างมีประสิทธิผล และยั่งยืนต่อเนื่องกันไป ถึงชั้นลูก หลาน เหลน ครบวงจรแห่งสังสารวัฏ

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org