หน้าแรก
 
เครื่องดื่มทางเลือกใหม่ นักศึกษาทำ-รมต.ชิม!! พิมพ์
๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๘

    sp481222.jpg  

sp481222_2.jpg

 

 

 

 

 

           ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์อย่างยิ่ง เมื่อบรรดานิสิต นักศึกษา จากสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 12 สถาบัน รวมตัวกันเป็นภาคี "โนน่าคลับ" นำ "เครื่องดื่มทางเลือกใหม่" ไร้แอลกอฮอล์ ไปให้คณะรัฐมนตรีทดลองชิมที่บริเวณสนามหญ้า ทำเนียบรัฐบาล

        กลุ่ม "โนน่าคลับ" เกิดจากการรวมตัวของนิสิต นักศึกษารวม 12 สถาบัน จากการสนับสนุนของเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อร่วมกันผลิตเครื่องดื่มทางเลือกใหม่ ไร้แอลกอฮอล์ ขึ้นมาจากน้ำผลไม้หรือน้ำสมุนไพร

        เครื่องดื่มดังกล่าวเป็นสูตรที่นิสิต นักศึกษา ช่วยกันคิดค้นขึ้นเอง มีสีสันดึงดูดใจ สะใจวัยโจ๋ หลากหลายเมนู หลายๆ สูตร  ลองสำรวจดูหน่อยว่า เครื่องดื่มทางเลือกใหม่ของน้องๆ นิสิต นักศึกษากลุ่มนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง เริ่มจากน้ำสมุนไพรอัญมณี ร้อนแรง ของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ

        "จุ๊บแจง" น.ส.สุชีรา พลวิฑูรย์ อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 2 สถาบันราชมงคล วิทยาเขตเทคนิคกรุงเทพ แผนกอาหารและโภชนาการ กล่าวว่า ตั้งชื่อน้ำสมุนไพรอัญมณีเพราะมีสีแดงเหมือนอัญมณีทับทิม ส่วนผสมประกอบด้วย ลูกยอ มะตูม ขิง ข่า ตะไคร้ ตะลิงปิง มะยม มะดัน กระเจี๊ยบ ใบเตย มะไฟ กานพลู อบเชย ชะเอมเทศ มะขามแขก มะระขี้นก สะระแหน่ เป็นต้น เพราะประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด รสชาติจึงออกร้อนแรง สรรพคุณช่วยระบาย ขับถ่ายดี เมื่อลองชิมดู รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที มีกลิ่นหอมของสมุนไพรในปาก อาจจะร้อนตรงคอบาง แต่มันก็ทำให้ชุ่มคอ เมื่อดูรายละเอียดของสูตรแล้ว ไม่ยากเลย สามารถนำไปทำที่บ้านหรือครอบครัวดื่มได้  ที่สำคัญเป็นสูตรดั้งเดิมตั้งแต่อดีตแต่ยุคปัจจุบันเราก็ประยุกต์ให้เข้ากับวัยรุ่นหันมาดื่มน้ำไร้แอลกอฮอล์กันมากขึ้น  จุ๊บแจงบอกว่า เครื่องดื่มสมุนไพรมีประโยชน์ ดีกว่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะเข้าไปทำร้ายร่างกายเราทีละนิด ไม่ช่วยอะไรเลย สติก็ไม่มี ควบคุมสติก็ไม่ได้

        "บางคนเขานึกว่าดื่มเหล้าหรือพวกของมึนเมาแล้วคิดว่าเท่ จริงๆ แล้วไม่เท่เลย น่าเกลียดอีกต่างหาก"  "เกด" น.ส.เกศทิพย์ ศิริโกศินาพร นักศึกษาปี 4 จาก ม.อัญสัมชัญ (เอแบค) กล่าวว่า มาร่วมกิจกรรมนี้ เพราะเพื่อนชวนและเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ดี ช่วยสังคมและตัวเองด้วยเพื่อจะไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับของมึนเมาหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์   อีกทั้งยังเป็นทางเลือกใหม่ให้กับวัยรุ่นหันมาดื่มน้ำสมุนไพรหรือน้ำผลไม้กันมากขึ้น เพราะนอกจากรสชาติดีแล้วยังเป็นสมุนไพรที่หากง่ายอีกด้วย ในฐานะเป็นเยาวชนอยากเชิญชวนหันมาดื่มน้ำไร้แอลกอฮอล์กันมากๆ

sp481222_3.jpg
        "ต๊ะ" น.ส.พงศ์สภา ภูวสวัสดิ์ ปี 2 ธรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ บอกว่า ได้นำผลิตภัณฑ์น้ำดื่มไร้แอลกอฮอล์ชื่อว่า "น้ำรักชาติ" มาให้ลองชิม ซึ่งประกอบด้วยวุ้น 3 สี เป็นสีสัญลักษณ์ของธงชาติไทย คือ สีขาว สีแดง และสีน้ำเงิน ส่วนน้ำมาจากมะพร้าวน้ำหอมผสมกับน้ำเชื่อม ตัววุ้นอยู่ข้างใน สีแดงจะทำจากน้ำหวาน ผสมกับผลไม้ สีน้ำเงิน จากดอกอัญชัน สีขาวจากมะพร้าวน้ำหอม รสชาติหวานทานแล้วสดชื่น

        "อยากบอกเพื่อนๆ วัยรุ่นว่า คนรุ่นใหม่หันมาดื่มน้ำสมุนไพรจะดีที่สุด เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพบำรุงสมองให้ปลอดโปร่งเรียนหนังสือก็มีสมาธิดี ถ้าดื่มน้ำแอลกอฮอล์เหมือนเป็นการทำร้ายตัวเอง คนที่ดื่มของให้เลิกเถอะเพื่อสุขภาพของตนเอง" น้องต๊ะ กล่าวฝาก

        "แนน" น.ส.ยุพาวรรณ กันภัย ปี 1 คณะศึกษาศาสตร์ ม.บูรพา บอกว่า นำน้ำ Smile BUU มาให้ลองชิม เป็นส่วนผสมจากมะพร้าวน้ำหอมใส่น้ำบรูฮาวาย มีสีฟ้า รสชาติหอมหวาน ดีต่อสุขภาพ ร่างกายสดชื่น แตกต่างกับเครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์ เพราะมีผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้ความจำเสื่อมได้ ร่างกายทรุดโทรมไปที่ซุ้มของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา "จร" หรือนายธีรเสฎฐ์ สัมมาชีพ ปี 1 มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เป็น "มิสเตอร์โนน่าคลับ 2004" ด้วย บอกว่า นำน้ำ "แก้วเจ้าจอม" และ "น้ำโกเมน" มาเสนอน้ำดื่มแก้วเจ้าจอม ส่วนผสมจากดอกอัญชัญ ผสมกับน้ำตะไคร้ น้ำหวาน ส่วนแก้วเจ้าจอมเป็นชื่อดอกไม้ประจำสถาบัน คุณสมบัติ ให้สีม่วงจากดอกอัญชัญ ส่วนตะไคร้แก้ร้อนใน กระหายน้ำ สดชื่น ส่วนน้ำโกเมน ส่วนผสม มีกระเจี๊ยบ น้ำมะนาว สับปะรด แก้ร้อนใน ให้รสชาติหอมหวาน  ผ่านไปที่ น.ส.นภาพร พรหมไกรวร หรือน้องมินท์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งหอบหิ้วน้ำ "พริ้งกี้ เฟรท" มาโชว์น้องมินท์ บอกว่า น้ำฟริงกี้ฯ มีส่วนผสมของน้ำกระเจี๊ยบ ลิ้นจี่ มะนาว เรียกว่าเลียนแบบค็อกเทล โดยใช้น้ำสมุนไพรออกมาเป็นการริเริ่มน้ำสมุนไพรแบบใหม่ ต่างจากน้ำสมุนไพรดั้งเดิมที่จะมีกลิ่นฉุน รสชาติไม่ดึงดูดใจวัยรุ่น ทางเราจึงช่วยกันคิดริเริ่มสูตรใหม่ขึ้นมา สีที่ได้มาจากธรรมชาติ มีรสหวานอมเปรี้ยว สร้างความสดชื่นให้กับร่างกาย ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำน้ำ "YA CU ซ่า" มาเสนอ ซึ่งเป็นน้ำผลไม้พั้นช์ มีโซดา มะนาว รสชาติจะหวาน เปรี้ยว ซ่า เหมือนยาคูซ่าในน้ำจะมีผลไม้ที่หันเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปด้วย

        เมื่อทานแล้วจะรู้สึกซ่าๆ และมีอะไรเคี้ยวเล่นอีกต่างหาก มีประโยชน์ต่อร่างกายรู้สึกสดชื่น ดื่มเหมือนเราดื่มเหล้าแต่ไม่ใช่เหล้า น้อง ๆ ในซุ้มซึ่งมีอยู่หลายคน บอกว่าอยากให้เพื่อนเยาวชนเลิกเหล้าหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และหันมาดื่มน้ำสมุนไพรหรือผลไม้แทนกันมากๆจะคิดกันขึ้นมาเองก็ได้เรียกว่าประเทืองปัญญาและได้ร่วมกิจกรรมกับครอบครัวอีกด้วย
แวะไปที่ซุ้มของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) มีเครื่องดื่มสารพัดสีให้เลือก เช่น น้ำพั้นช์ทับทิมสยาม (มรกต มรกต มรกต สดใส ไร้แอลกอฮอล์) เป็นส่วนผสมของ น้ำตะไคร้ มะนาว สับปะรด แอบเปิ้ล ให้สีเขียวอ่อนๆ โดยจะใส่สีผสมอาหารเป็นสีเขียวให้น่าดื่มยิ่งขึ้น สีเขียวนั้นเสื่อถึงเกษตรด้วย   นอกจากนี้ยังมีน้องๆ จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์ นำน้ำ "ฮันนี่นัวร์" ที่มีรสชาติของน้ำเสาวรส มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ภูมิใจเสนอ น้ำ "สามัคคีแม่โจ้" มีรสชาติจากชา มะนาว ใบเตย สีม่วงจากดอกอัญชัญ มาผสมเข้าด้วยกันออกรสเปรี้ยวหวาน ดื่มแล้วสดชื่น

           มหาวิทยาลัยกรุงเทพ นำน้ำ "Season Sunday" มาเสนอเป็นน้ำที่ได้จากแครอท แตงโม แอบเปิ้ล และน้ำเสาวรส ให้รสชาติเปรี้ยวหวานกลมกลอมส่วนมช. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นำเสนอน้ำ "Sparkling Green" ส่วนผสมแอบเปิ้ล กีวี โซดา มะนาว น้ำเชื่อม ผสมเข้าด้วยกัน ให้สีเขียวตามธรรมชาติ

        สุดท้ายคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา นำน้ำ "Summer Paradise" ซึ่งมีส่วนผสมเสาวรส สับปะรด แครอท มะเขือเทศ นำมาคั้นผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำแข็งรับประทานได้สดชื่นตลอดทั้งวัน มีสีสันน่าดื่ม รสชาติจะออกเปรี้ยวหวาน  เครื่องดื่มทางเลือกใหม่ไร้แอลกอฮอลล์ของนิสิต นักศึกษา"โนน่าคลับ"ได้รับความสนใจจากรัฐมนตรีหลายคน ผลัดกันชิม ผลัดกันชมกันพอคึกคักโดยเฉพาะนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมว.วัฒนธรรม ให้ความสนใจเป็นพิเศษ

        เพิ่มกำลังใจให้น้องๆ ได้อีกโขในการรณรงค์ให้คนไทยลดละเลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

 

     ที่มา

หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 20สิงหาคมพ.ศ. 2547
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๘ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org