หน้าแรก
 
ข้าวต้นกัป ๒ พิมพ์
๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๘


..... เมื่อเหล่ามนุษย์มีอายุขัย ๑๐ ปี อาหารที่ดีที่สุดสมัยนั้นคือข้าวนกในสมัยนี้ พวกเด็กหญิงอายุเพียง ๕ ขวบ จะมีสามี มีลูกได้แล้ว ในสันดานของผู้คนมีแต่บาปอกุศลกรรม ๑๐ ปราศจากความละอายในบาป ไม่เกรงกลัวบาป มีความเป็นอยู่เหมือนสัตว์ดิรัจฉานทั้งหลาย คำพูดที่ดี ๆ คำที่เกี่ยวกับความดีงาม คุณธรรม บุญกุศล สูญหายไปหมด ไม่มีผู้ใดจำได้หรือรู้จัก

แต่ละชีวิตไม่ยึดถือความสัมพันธ์ใด ๆ ไม่รู้จักแม้ความเป็น พ่อ แม่ ลูก ญาติพี่น้อง ชอบใจก็ประพฤติผิดกาเมสุมิจฉาจาร สมสู่กันได้ไม่เลือก ไม่ชอบใจก็เบียดเบียนเฆี่ยนตี ฆ่าแกงกันโดยทั่วไป มีความอาฆาตพยาบาทแรงกล้า จิตใจเต็มเปี่ยมด้วย ราคะ ( โลภะ) โทสะ โมหะ

มหาภัยต่าง ๆ ก็บังเกิดขึ้น เช่น ความอดอยากไม่มีอาหาร การรบราฆ่าฟันและโรคร้ายแรงต่าง ๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องแย่งอาหารกันกิน โทสะ จะเกิดขึ้นมากที่สุด ต้องรบราฆ่าฟันกันเอง ในเวลาอายุมนุษย์มีกำหนด ๑๐ ปี จะมีอยู่คราวหนึ่ง เรียกว่า สัตถันตรกัป เกิดขึ้นอยู่ ๗ วัน คือ

มนุษย์ทั้งหลายจะเกิดวุ่นวายเป็นโกลาหล โกรธแค้นกันทั่วไป จึงฆ่าฟันกันเป็นการใหญ่ ใครจับสิ่งใดขึ้นมาได้ แม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้า ก็จะใช้เป็นอาวุธประหารกันได้หมด จึงพากันล้มตายมากมาย นับจำนวนประมาณไม่ได้ตลอดเวลา ๗ วัน เป็นดั่งนี้ทั่วชมพูทวีป

ในจำนวนผู้คนเหล่านี้ จะมีอยู่ส่วนน้อยมาก บางคนมีปัญญา ไม่ร่วมในสงครามล้างเผ่าพันธุ์ จึงจัดหาสะสมเสบียงพอเลี้ยงตัวได้ราว ๗ วัน หลบหลีกกลุ่มคนไปแอบซ่อนตัวอยู่ตามซอกเขา หุบเขา ในที่ห่างไกล เพื่อรักษาชีวิตให้อยู่รอด

เมื่อครบ ๗ วัน ผู้คนล้มตายหมดสิ้น เลือดนองแผ่นดิน มีซากศพเกลื่อนกลาด พวกที่ซ่อนตัวอยู่เห็นเงียบเหงาเสียงวิวาทสู้รบกันแล้ว ก็พากันออกมาจากที่ซ่อน พอเห็นหน้ากันก็ดีใจสงสารรักใคร่ซึ่งกันและกันยิ่งนัก ที่ยังรอดตายอยู่เป็นเพื่อน พากันร้องไห้สวมกอด

ต่างคนต่างเห็นโทษของการทำปาณาติบาตฆ่าฟันกันเอง จึงปรึกษากันทำความดีข้อนี้ คือให้ทุกคนเว้นจากปาณาติบาต

เมื่อทุกคนเว้นจากการฆ่าฟัน การเบียดเบียน ลูกหลานของพวกเขาก็มีอายุยืนขึ้นอีกเท่าตัว เป็น ๒๐ ปี ต่อจากนั้นคนรุ่นต่อ ๆ มา ก็ทำความดีต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยมา ทำให้อายุขัยของมนุษย์เพิ่มขึ้นทีละเท่าตัวตลอด จนถึงอสงไขยปี แล้วเกิดความประมาททำชั่วใหม่ อายุก็ลดลงเป็นลำดับจนเหลือ ๑๐ ปีอีก

ดังเช่นตัวอย่างโลกมนุษย์เราทุกวันนี้ อายุของพวกเราจะลดลงเรื่อยจนไปถึง ๑๐ ปี แล้วสูงขึ้นเรื่อย ๆ ใหม่ จนกระทั่งอายุมนุษย์มีกำหนด ๘ หมื่นปี สตรีมีอายุ ๕๐๐ ปี จึงมีครอบครัว เวลานั้นมีความทุกข์เรื่องโรคภัยไข้เจ็บอยู่เพียง ๓ อย่าง คือ ความหิว ความง่วง และความแก่ ผู้คนยังทำความดีเพิ่มขึ้น อายุยิ่งทวีตาม จนกระทั่ง อายุอสงไขยปี

ในสมัยมนุษย์มีอายุอสงไขยปี มองเห็นความแก่ความตายได้ยาก ความเจ็บไม่มีเลยทำให้เกิดความประมาท ทิฏฐิมานะก็เกิดขึ้น เวียนเป็นวัฏฏจักรของมนุษย์ในยุคต้นกัปใหม่ มีกิเลสเกิด อายุมนุษย์ก็เริ่มลดลงกระทั่งเหลือ ๘ หมื่นปี เมื่อนั้นพระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จมาอุบัติขึ้นในโลก อันเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ที่ ๕ องค์สุดท้ายในภัทรกัปนี้

เมื่อพระศรีอริยเมตไตรยสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตั้งพระศาสนาเรียบร้อยและเสด็จดับขันธปรินิพพานไป พระพุทธศาสนาจะตั้งอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง แล้วจึงเสื่อมสูญ อายุของมนุษย์จะลดลงเรื่อยไปและไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาตรัสรู้ที่โลกของเราอีก

เมื่อขาดหลักธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสียแล้ว ผู้คนย่อมมีแต่กิเลสพอกพูน ธรรมชาติในโลกก็แปรปรวนไปต่าง ๆ กิเลสของมนุษย์ทำลายสิ่งแวดล้อมในโลกให้เลวลงเรื่อย ๆ เต็มไปด้วยมลพิษทุกหนทุกแห่ง จนโลกตั้งอยู่ไม่ได้ ต้องพินาศลง

ถ้าหมู่มนุษย์มีกิเลสราคะแรงกล้า จักรวาลถูกทำลายด้วยไฟ

ถ้ามีโทสะ ถูกทำลายด้วยน้ำ ( น้ำกรด)

ถ้ามีโมหะ ถูกทำลายด้วยลม

ถ้าจะคิดเป็นอัตราส่วนแล้ว มีเกณฑ์ดังนี้

ถูกทำลายด้วยไฟ ๗ ครั้ง ครั้งที่ ๘ จะถูกทำลายด้วยน้ำ เป็นดังนี้จนกระทั่งถูกทำลายด้วยน้ำ ๗ ครั้ง จึงจะเป็นการถูกทำลายด้วยลมเสียหนึ่งครั้ง

รวมแล้วในการที่จักรวาลเกิดขึ้น และแตกทำลายลงถึง ๖๔ ครั้งนั้น จะถูกทำลายด้วยไฟ ๕๖ ครั้ง ด้วยน้ำ ๗ ครั้ง และด้วยลม ๑ ครั้ง

กำหนดเวลาที่โลกจะถูกทำลาย ให้ดูที่อายุขัยของมนุษย์ คือเมื่ออายุครั้งแรกอสงไขยปีแล้วลดลงเรื่อย ๆ เรียกว่าไขลงจนถึง ๑๐ ปี แล้วเพิ่มขึ้นเรียกว่าไขขึ้น จนถึงอสงไขยปีอีกครั้ง ไขลง ไขขึ้น ดังนี้เรียกว่า ๑ อันตรกัป เมื่ออายุของโลกชมพูทวีปครบ ๖๔ อันตรกัป และเวลานั้นอายุขัยของมนุษย์กำหนดหนึ่งพันปี สองอย่างนี้ประจวบกันเมื่อใด เวลานั้นจะเป็นเวลาโลกพินาศ

รายละเอียดเมื่อโลกถูกทำลายด้วยไฟ

ก่อนโลกถูกทำลายแสนปี จะมีเทวดาประเภทหนึ่งเรียกว่า โลกพยุหเทวดา นุ่งห่มด้วยผ้าสีแดง พากันสัญจรเที่ยวไปในมนุษยโลกประกาศป่าวร้องว่า อีกแสนปีข้างหน้าโลกจะพินาศ รวมทั้งจักรวาลทั้งสิ้น มีแผ่นดิน มหาสมุทร ภูเขาจักรวาล ( กั้นเขตแต่ละจักรวาล) เขาสิเนรุ ตลอดจนเทวภูมิทั้งหมด ไปจนถึงพรหมโลกชั้นปฐมฌานภูมิ ขอให้เร่งบำเพ็ญคุณงามความดีอย่างประมาท เพื่อให้ไปบังเกิดในสถานที่ ๆ พ้นภัย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๙ สิงหาคม ๒๕๔๘ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org