หน้าแรก
 
แก่นของชีวิต พิมพ์
๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๕


.....เมื่อพูดถึงเรื่องแก่น ยกเว้นเรื่องแก่นแก้วแล้ว ล้วนเป็นเรื่องในทางดี บางคนเริ่มสนใจความหมายของแก่นแก้ว เพราะเดิมทีมักใช้เรียกเด็กๆที่ซุกซน แต่ในสามความหมายตามพจนานุกรมที่ให้ไว้ฟังแล้วขยักขยาดกลัว นั่นคือ ยิ่งในทางเลว หรือ เก่งในทางที่ไม่สู้ดี

.....คราวนี้ลองฟังความหมายตามความแข็งแกร่ง แก่นจะหมายถึงเนื้อไม้แข็งและมีสีเข้มอยู่ถัดจากกระพี้เข้าไป นั่นหมายความว่าเป็นความสุดยอดของเนื้อไม้ที่ให้ความแข็งแกร่งเป็นเยี่ยม ยิ่งในทางพระพุทธศาสนาแล้ว แก่นจะรวมความถึงเนื้อแท้ และหลักสำคัญ

.....ส่วนคำคุ้นหูที่มักได้ยินผู้ใหญ่คอยสั่งสอนตักเตือนลูกหลานให้หมั่นทำชีวิตของตนให้เป็นแก่นสาร เพื่อพ่อแม่จะได้ปลอดกังวล ฉะนั้นแก่นสารของชีวิตในที่นี้จะเท่ากับทำชีวิตให้มีที่ยึดเหนี่ยวให้ยั่งยืนถาวร มีหลักที่ยึดถือเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณประโยชน์

.....การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พระพุทธองค์ทรงให้หลักยึดเหนี่ยวอันจะเป็นแก่นสารของชีวิตที่จะดำเนินไปเพื่อการพ้นทุกข์ คือ ต้องทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใส

.....ทำความดี เพื่อให้ถึงครบถ้วนหลักความดี สิ่งที่ลืมและขาดไม่ได้นั้นคือการทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา พื้นฐานของความดีที่ทุกคนควรจะเริ่มปฏิบัติ และหมั่นทำเป็นปกตินิสัย นั่นคือ
ฝึกการให้ทาน ส่วนการละเว้นความชั่วก็เพียงยึดหลักศีล และธรรม ทำชีวิตตนให้เป็นปกติของมนุษย์ ไม่ฆ่าไม่ทำร้าย ไม่เอาเปรียบลักขโมย ไม่เจ้าชู้ผิดศีลผิดธรรม จริงจังจริงใจแม้ในคำพูดเพียงเล็กน้อย รวมถึงสุรายาเมาอันเป็นที่ตั้งของความไม่ประมาทก็ละเว้นเสีย

.....สำหรับการทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสนั้น ต้องชุ่มด้วยกระแสแห่งธรรม การทำใจให้หยุดนิ่ง สงบ
เยือกเย็น ไม่คิดไม่ฝันสิ่งใด แม้ความว่าง ความโล่ง ท่ามกลางความบริสุทธิ์ของจิตใจเรานั้น จะบังเกิดเป็นความสว่างที่ส่องถึงแก่นทางในชีวิตที่กลางกายและกลางใจเราได้

.....เริ่มต้นทำดีแม้ได้เพียงเปลือกและกระพี้ ซึ่งเป็นส่วนที่ไม่คงทนแข็งแรง แต่สักวันหนึ่งจะต้องเจาะเซาะซอนไปถึงแก่นได้ ตรงกันข้าม ถ้าไม่เริ่มวันนี้จะมีวันนั้นได้อย่างไร อย่ารอจนวันต้นไม้ล้มครืนก่อนเวลาอันควร

จิรธรรม

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org