หน้าแรก
 
พิธีมุทิตาสักการะ เปรียญธรรม ๙ ประโยค พิมพ์
๒๕ มกราคม ๒๕๔๙

sp490126.jpg

     ต่อมาเวลาเวลา ๑๔.๐๐ น. ได้เริ่มพิธีมุทิตาสักการะพระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค
โดยมีพระวิสุทธาธิบดี เจ้าคณะภาค ๔ เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เป็นประธานสงฆ์ เมื่อได้เดินทางมาถึง
ศูนย์กลางพิธี ประธานสงฆ์ จุดเทียน ธูป นำบูชาพระรัตนตรัย จากนั้นได้ เริ่มพิธีมอบพัดรองและผ้าไตร แก่พระภิกษุสามเณรผู้สอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ประจำปีพ.ศ.๒๕๔๖ จำนวน ๕๘ รูป และ ๑ ในจำนวนดังกล่าวมีสามเณรจากวัดพระธรรมกายที่ผ่านการสอบเป็นสามเณรนาคหลวงประจำปี พ.ศ.
๒๕๔๖ คือ พระมหาพรเทพ ธัมมันตทัสสี (พรเทพ มีพารา ปธ ๙) ต่อจากนั้นประธานสงฆ์มอบ
"มณีเศวตพัสตร์" แก่มหาอุบาสิกา แม่ชีผู้สอบได้บาลีศึกษา ๙ จำนวน ๒ ท่าน

คณะสงฆ์นำเจริญชัยมงคลคาถา
ผู้แทนพระภิกษุสามเณรเปรียญธรรม ๙ ประโยค ถวายเครื่องสักการะแด่ประธานสงฆ์

"วัดสุทัศน์-โรงเรียนวัดสุทัศน์" เริ่มรื้อฟื้นวิถีชีวิต บ-ว-ร เรียนรู้ร่วมกันให้กลับคืนมาอีกครั้ง
จัด "ค่ายวิถีพุทธ" ให้เด็ก-ครูทุกระดับชั้น รับการเปิดตัวโรงเรียน "วิถีพุทธวิถีธรรม" ของกทม. "บ้านคลองบัว" ร่วมช่วยเป็นกัลยาณมิตร สาธิตและฝึกอบรมครูในการจัดการเรียนรู้แบบวิถีพุทธ ผ่านสถานการณ์จริง

ด้วยทางโรงเรียนวัดสุทัศน์ สังกัด กทม. ได้มีความสนใจที่จะพัฒนาโรงเรียนตามแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียนวิถีพุทธ และต้องการเริ่มต้นด้วยการจัดค่ายวิถีพุทธให้กับเด็กนักเรียนทุกระดับชั้น จึงได้ทำหนังสือขอความเมตตาอนุเคราะห์จากพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระวิสุทธาธิบดี หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ให้สนับสนุนพระวิทยากรและอนุญาตในการใช้บริเวณวัดเป็นสถานที่จัดการเรียนรู้ ทางพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ จึงได้เมตตาสั่งการให้ทางโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดสุทัศน์ ช่วยดำเนินการ โดยได้มีการแต่งตั้งพระภิกษุหลายรูปเป็นกรรมการและคณะทำงาน โดยมีพระมหาเสนิญุสม์ สมทสสี ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่เป็นประธาน

การจัดค่ายในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น ๒ ระดับตามช่วงชั้น เป็นค่ายสำหรับเด็กเล็กชั้นอนุบาล - ป.๒ และค่ายสำหรับเด็กโตชั้น ป.๓ - ป.๖ การจัดค่ายสำหรับเด็กเล็กในครั้งนี้นั้น ถือว่าเป็นครั้งพิเศษที่นอกจากจะเป็นการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กแล้ว ยังเป็นการอบรมครูวิถีพุทธให้กับบุคลากรโรงเรียนวัดสุทัศน์ไปพร้อมกันด้วย โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบใหม่ ในลักษณะสาธิตแบบมีส่วนร่วม และให้ทดลองปฏิบัติจริงในสถานการณ์จริง โดยได้รับความขวนขวายช่วยเหลือจากนางธนพร มะยมหิน และนางอรัญญา พลายเพ็ชร์ ครูต้นแบบวิถีพุทธ โรงเรียนบ้านคลองบัว เป็นวิทยากรกัลยาณมิตร ซึ่งการจัดค่ายในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบุคคลภายนอกต่าง ๆ ที่จะเข้ามาร่วมสังเกตการณ์

อนึ่ง การจัดค่ายวิถีพุทธในครั้งนี้ มิได้คาดหวังผลสำเร็จเฉพาะแต่ผลของการจัดค่ายที่ตัวเด็ก แต่หากว่าคาดหวังว่าจะเป็นการเริ่มรื้อฟื้นวิถีชีวิตความสัมพันธ์แบบ บ-ว-ร ให้มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเกิดขึ้นมาอีกครั้งในสังคมไทย ส่วนผลที่เกิดขึ้นกับเด็กจึงเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น ซึ่งเท่าที่เตรียมงานที่ผ่านมา ก็มีภาพปราฏที่น่าประทับใจที่เห็นพระภิกษุหลายรูปได้ร่วมกันประชุมเตรียมงานด้วยความกระตือรือร้น เห็นกระบวนการร่วมกันคิด ร่วมกันประชุมกับผู้บริหารและครูของโรงเรียน อย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดกระบวนช่วยเหลือเกื้อกูล และเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง บ้าน-วัด-โรงเรียน ต่อไปอีกในอนาคต

จัดแสดงผลงาน ๔ ปี รัฐบาลชู "โรงเรียนวิถีพุทธ" ช่วยพลิกฟื้นพลังสังคม

ทาง ดร. บรรเจอดพร รัตนพันธุ์ ผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ กท.ศึกษาธิการ ได้เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าว ทราบว่า ในระหว่างวันที่ ๖ - ๑๐ พฤศจิกายน ศกนี้ ทางรัฐบาลจะจัดงานสรุปแสดงผลงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งหมด มานำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบ ภายใต้แนวคิดตามชื่องานว่า "เหลียวหลังแลหน้า จากรากหญ้าสู่รากแก้ว" ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานนี้ รัฐบาลได้นำเสนอผลงานจากการดำเนินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธเป็นส่วนเฉพาะ ในส่วนของกลุ่มงาน "พลิกฟื้นพลังสังคม" ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากตัวแทนโรงเรียนวิถีพุทธ ๕ แห่ง คือ โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง โรงเรียนทานสัมฤทธิ์ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม โรงเรียนรุ่งอรุณ และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ มาช่วยกันจัดนิทรรศการในแต่ละวันตลอด ๕ วัน โดยในวันสุดท้าย คือวันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ทางกลุ่มโรงเรียนวิถีพุทธจะมีการแสดงกิจกรรมบนเวทีกลาง ในช่วงเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๔.๐๐ น.

ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมงานในครั้งนี้ ได้ที่สถานที่ และวันดังกล่าว ในช่วงเวลา ๙ โมงเช้า ถึง ๓ ทุ่มทุกวัน หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ ดร.บรรเจอดพร รัตนพันธุ์ ผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ โทร. ๐๒ ๒๘๐ ๕๕๖๐

เครือข่ายโรงเรียน “วิถีพุทธอีสาน” ร่วมพลังกัลยาณมิตรจัดงานนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน ที่ศรีสะเกษ

ทางผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ กระทรวงศึกษาธิการ แจ้งข่าวมาว่า ในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ศกนี้ ทางคณะทำงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ กระทรวงศึกษาธิการ จะออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนวิถีพุทธในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดงานร่วมพลังจากตัวแทนของโรงเรียนวิถีพุทธในเขตพื้นที่การศึกษต่าง ๆ ของภาคอีสาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยม นิเทศ ติดตาม รับทราบปัญหาและอุปสรรค แนวทางการปรับปรุงแก้ไข และผลการดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ และสร้างเงื่อนไขให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน และสร้างเสริมขวัญกำลังใจ และแสดงออกถึงความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ผู้ใดสนใจข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ โทร. ๐๒ ๒๘๐ ๕๕๖๐


รุ่งอรุณ จับมือ รภ.หมู่บ้านจอมบึง สนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ให้เยาวชนหันกลับมาศึกษาศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย

ข่าวเก็บตกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของโรงเรียนวิถีพุทธข่าวหนึ่ง เก็บตกมาว่า รศ.ประภาภัทร นิยม ผู้อำนวยการสถาบันอาศรมศิลป์ รุ่งอรุณ ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ “การพัฒนามวยไทยศึกษา” กับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และสภามวยไทยโลก เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๗ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี โดยมีชมรมกระบี่กระบอง ดนตรีไทย และนาฏศิลป์จากโรงเรียนรุ่งอรุณ นำการแสดงที่ผู้เรียนได้ฝึกฝนศิลปะที่ขัดเกลาสัมพันธ์กายใจ ไปร่วมงานด้วยหลายชุด การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยครั้งนี้เป็นความตั้งใจของคณะทำงานสำนักคีตนาฏกรรมไทย สถาบันอาศรมศิลป์ ที่มุ่งสนองต่อพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ต้องการให้เยาวชนไทยหันกลับมาศึกษาศิลปะการป้องกันตัวของไทย

รุ่งอรุณก้าวไปอีกขั้น ระดมความคิดจากครูบาอาจารย์ร่างหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ให้ “อาศรมศิลป์” เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

ขณะนี้ ทางโรงเรียนรุ่งอรุณ ได้ระดมสรรพกำลังจากครูบาอาจารย์และบุคลากรหลายฝ่ายช่วยกันยกร่างหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ภายใต้โครงการการจัดตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ เพื่อออกแบบการจัดการเรียนการสอนในลักษณะ “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” ให้ได้มากที่สุด ในลักษณะ สหสาขาวิชา หรือ Interdisciplinary โดยนักศึกษาปีที่ ๑ ต้องเรียนชุดวิชา มนุษย์โลกและความงาม อันเป็นวิชาศึกษาทั่วไป ที่ประกอบด้วย ๓ วิชาคือ วิชามุมมองมนุษย์แบบองค์รวม วิชาความงามในความเป็นมนุษย์ และวิชาศิลป์ส่องโลก เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีมุมมองที่กว้างขวางขึ้น มีความเข้าใจธรรมชาติและตนเอง เป็นผู้ใฝ่รู้ คิดได้อย่างมีเหตุมีผล นอกจากนั้นผู้เรียนยังต้องเลือกชุดวิชาภาษา อีก ๑ ชุดวิชา
จากนั้น ในปีที่ ๒ ผู้เรียนจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานรวมสาขา เพื่อให้เข้าใจแนวคิดพื้นฐานของแต่ละสาขาวิชาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกคณะ หรือสำนักวิชาได้ต่อไป วิชาพื้นฐานรวมสาขา ได้แก่ วิชาภูมิปัญญาไทยในนาฏศิลป์ วิชาสัมพันธภาพแห่งการสื่อสาร วิชามโนทัศน์นักออกแบบ วิชาการแสดงเพื่อการสำรวจกาย-จิตตนเอง วิชากระบวนการศิลปะสร้างสรรค์ วิชาการป้องกันตัวแบบไทย วิชาสายตาช่างศิลป์ วิชาศิปละดลใจใฝ่รู้
โดยตลอดปี ๒๕๔๘ นี้ จะมีการเปิดการเรียนการสอนเสมือนจริง ให้กับคณาจารย์ด้วยกันเองก่อน ที่จะรับนักศึกษาจริง เพื่อทดลองหลักสูตร และหาข้อบกพร่องเพื่อปรับปรุงแก้ไขก่อนการเรียนการสอนจริง และในวันที่ ๒๕ - ๒๖ กันยายนที่ผ่านมานี้ ทางโครงการจัดตั้งฯ ได้มีการประชุมร่างหลักสูตรของแต่ละสำนักวิชา ซึ่งจะได้มีการนำเสนอความคืบหน้าในโอกาสต่อไป

หน่วยงาน / บุคคล ที่สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนวิถีพุทธ
* ดร.ไพรัช สู่แสนสุข และ ดร.บรรเจอดพร รัตนพันธุ์
ผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ โทร. ๐๒ ๒๘๐ ๕๕๖๐

4 พฤศจิกายน 47 1:18

หนุนจัด “เคาต์ดาวน์ปีใหม่” ในวัด

พระธรรมกิตติเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวถึงการที่กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะจัดให้มีการนับถอยหลัง หรือเคาต์ดาวน์ต้อนรับปีใหม่ 2549 ในวัดว่า เป็นเรื่องที่ดี และเห็นว่าจะเป็นโครงการหนึ่งที่จะสามารถชักจูง ให้คนเข้าไปในวัดได้อีกทางหนึ่ง และนับเป็นโอกาสอันดีที่จะเป็นการให้ประชาชน ได้ร่วมกันถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่พระองค์ ทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ในปี 2549 ก่อนที่จะมีพิธีเฉลิมฉลองในเดือน มิ.ย. 2549 ด้วย อย่างไรก็ตาม ในการชักจูงประชาชน ผู้ปกครอง และเยาวชนเข้าวัดนั้น ทางคณะสงฆ์ก็ควรมีการพัฒนาในการสอนหลักธรรม โดยอาจจะนำเนื้อหาที่ทันสมัยมาประกอบไว้ในหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาด้วย และถ้ากิจกรรมนี้ทางกรมการศาสนาทำขึ้นจริง ถือเป็นเรื่องที่ดี และควรที่จะมีโครงการต่อเนื่องในปีต่อๆไปด้วย

พระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กล่าวว่า การจัดให้คนมาทำบุญ ถือศีลในวัดในวันขึ้นปีใหม่นั้น นับว่าเป็นการดีอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการเสริมสิริมงคลให้แก่ตัวเอง และเป็นการระลึกถึงพระพุทธเจ้า เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ฤกษ์งามยามดีที่จะสร้างความดี และการดำเนินชีวิตใหม่ในวันปีใหม่นี้

ด้าน นางอุไรวรรณ เทียนทอง รมว.วธ. กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะตั้งแต่มารับตำแหน่งเป็น รมว.วธ. ได้รณรงค์ให้ประชาชนหันมาเข้าวัดฟังธรรมมาโดยตลอด และถ้าสามารถเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมเฉลิมฉลองปีใหม่ในวัดได้ทุกปียิ่งเป็นการดี ตนจึงมีแนวความคิดจะขอให้วัดในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เปิดวัด 24 ชั่วโมง เพราะคนส่วนใหญ่ต้องทำงานกลางวัน ตอนเย็นหลังเลิกงานให้แวะมาเข้าวัดฟังเทศน์ ฟังธรรม โดยเฉพาะช่วงเวลา 17.00 ถึง 20.00 น. นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว ว่า ขณะนี้ตนได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าคณะจังหวัด ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ให้แจ้งต่อเจ้าคณะตำบล สภาวัฒนธรรมอำเภอ และวัดทั่วประเทศ จัดงานเคาต์ดาวน์ ในวัด ส่วน กทม.ได้ประสานขอความร่วมมือไปยังทุกวัดแล้ว

๒๖ มกรา ทำบุญอายุ ๗๔ ปี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ

มงคลโอกาสที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม และกรรมการมหาเถรสมาคม จะมีอายุครบ ๗๔ ปี ในวันพุธที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๘ นี้ คณะศิษย์โดยนายพิษณุ เจริญสุข พร้อมด้วยคณะทำงานจัดงานบำเพ็ญกุศลฉลองอายุ ๗๔ ปี ได้กำหนดจัดพิธีการทำบุญประจำปี ซึ่งในปีนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อ มีประสงค์ศรัทธาที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้เกิดเป็นสาธารณสงเคราะห์ สาธารณกุศล กับพระภิกษุสงฆ์สามเณรผู้ที่อาพาธในโรงพยาบาลสงฆ์ ในกรุงเทพฯ

กำหนดการบำเพ็ญกุศลในการฉลองอายุแบ่งเป็น ๓ วาระ คือ ในวาระแรกพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิสุทธาธิบดี จะประกอบพิธีนั่งปรกบริกรรมอธิษฐาน จิตในพิธีพุทธาภิเษกชนวน โลหะแร่ธาตุแผ่นยันต์ทั้งหมดที่จะใช้ในการพิธีเททองหล่อ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร พร้อมปลุกเสกพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ที่สร้างเป็นอนุสรณ์ในการฉลองอายุ ๗๔ ปี ณ พระอุโบสถวัดสุทัศนเทพวราราม

นอกจากนี้แล้ว หลวงพ่อพระวิสุทธาธิบดี จะเป็นประธานมอบพระพุทธรูปประจำตระกูลและ พระกริ่งร้อยต ระกูลแก่ศิษยานุศิษย์ ผู้ที่ช่วยเหลืองานกิจการ ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อใน โอกาสเดียวกัน ณ ศาลาภัททจารี วัดสุทัศนเทพวราราม

วาระทำบุญฉลองอายุครั้งนี้ที่สำคัญคือ ในวันบำเพ็ญกุศลตรงกับวันคล้ายวันเกิดที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๔๘ ซึ่งในปีนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้มอบให้คณะศิษย์ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานบำเพ็ญกุศลขึ้นที่โรงพยาบาลสงฆ์ กรุงเทพฯ โดยพิธีจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิสุทธาธิบดี จะรับการถวายสักการะจากศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไปที่มาร่วมทำบุญในวันดังกล่าว

จากนั้นเวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๗ รูป (เท่ากำลังวันพุธ) เจริญพระพุทธมนต์และฉันภัตตาหารเพล จากนั้นประชาชนทั่วไปร่วมกันถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์ผู้อาพาธ เมื่อเสร็จพิธีแล้ว พระเดชพระคุณหลวงพ่อ จะมอบพระกริ่งฉลองอายุ ๗๔ ปี ที่ได้ประกอบพิธีเททองหล่อไว้ในวันฉลองอายุปีที่ผ่านมา จำนวน ๗๔ องค์ เป็นเนื้อนวโลหะพิมพ์จิ๋ว มอบให้กับผู้ที่ร่วมบริจาคทรัพย์ให้ตั้งกองทุนที่โรงพยาบาลสงฆ์ในวันดังกล่าว (ตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปจะได้รับมอบพระกริ่ง ๑ องค์)

ส่วนประชาชนทั่วไปที่ร่วมงานและได้บริจาคทรัพย์ ร่วมตั้งกองทุนให้โรงพยาบาลสงฆ์ ตามแต่ศรัทธา จะได้รับมอบเหรียญ พระพุทธรูปประจำอายุ ๗๔ ปี ๑ เหรียญ ที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึก จากนั้นในเวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิสุทธาธิบดี จะเดินทางไปเป็นประธานเททองหล่อพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรประจำอายุ ๗๔ ปี และพระกริ่ง พระชัยวัฒน์ ณ มณฑลพิธีวัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพฯ ต่อไป เป็นพิธีสุดท้าย

สำหรับพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรนี้เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง สูง ๑๙๐ เซนติเมตร หล่อจากพระยันต์ที่เจ้าอาวาสวัดทั่วประเทศได้ร่วม อธิษฐานจิตลงเหล็กจารและเสกพระยันต์จำนวนมากนับหมื่นแผ่นส่งมาร่วมในการหล่อครั้งนี้ เมื่อหล่อเสร็จแล้วจะได้อัญเชิญไปประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปองค์ประธานใน อาคารอเนกประสงค์หอฉัน มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาคารดังกล่าวนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระวิสุทธาธิบดี ได้เป็นเจ้าภาพบริจาคทรัพย์สร้างให้จำนวน ๘๕ ล้านบาท จากเงินบูชาพระกริ่งจักรพรรดิ ซึ่งขณะนี้กำลังจะแล้วเสร็จ

ในโอกาสนี้จึงขอแจ้งศิษยานุศิษย์ท ี่ประสงค์ร่วมทำบุญ ตั้งกองทุน ๗๔ ปี กับพระเดช พระคุณหลวงพ่อ พระวิสุทธาธิบดี ให้กับโรงพยาบาลสงฆ์ใน ครั้งนี้เพื่อจะได้รับมอบพระกริ่งและ เหรียญที่ระลึกที่สร้างจำนวนน้อย โทรสอบถามด่วนที่โทร.๐-๑๖๕๘-๖๔๑๖ และ ๐-๙๒๕๗-๒๕๒๕


พระวิสุทธาธิบดี ภัททจารีมหาเถร ทำบุญวันเกิด ถวาย ร.พ.สงฆ์ 2 ล้าน

ในโอกาสที่ พระเดชพระคุณฯ พระวิสุทธาธิบดี (ภัททจารีมหาเถร ป.ธ.9) อธิบดีสงฆ์วัดสุทัศนเทพวราราม กรรมการมหาเถรสมาคม และรองประธานกรรมการโรงพยาบาลสงฆ์ เจริญอายุครบ 74 พรรษา เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2548 ในการนี้พระเดชพระคุณท่าน มีความประสงค์ที่จะบริจาคทรัพย์จากการเปิดบูชาพระชัยกะไหล่เงินและพระชัยกะไหล่ทองเป็นปฐมฤกษ์จำนวน 2 ล้านบาทถ้วน เพื่อตั้งกองทุนสงเคราะห์พระภิกษุสงฆ์และสามเณรอาพาธ ให้โรงพยาบาลสงฆ์ กรุงเทพฯ เพื่อนำดอกผลจากกองทุนนี้ มาใช้เป็นค่าบำรุงรักษาพระภิกษุสงฆ์และสามเณรอาพาธสืบไป

นอกจากนี้ พระคุณท่านยังได้มอบพระพุทธชัยวัฒน์ประจำธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 1 องค์ และพระพุทธชัยวัฒน์ ประจำธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) 1 องค์ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ธนาคารทั้ง 2 ได้ให้ความอนุเคราะห์ร่วมมือ ในการตั้งกองทุนเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการทำบุญอายุ 74 ปีครั้งนี้ และหลังจากพิธีมอบเงินในวันนี้แล้ว จะได้มีการมอบเงิน เพื่อสมทบกองทุนสงเคราะห์พระภิกษุสงฆ์และสามเณรอาพาธในโรงพยาบาลสงฆ์สืบต่อๆ ไป โดยพิธีมีขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 ณ ศาลาภัททจารี วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ

พระวิสุทธิบดี ได้กล่าวสัมโมทนียคาถาอนุโมทนาขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนว่า การจัดงานฉลองอายุครบ 74 ปี เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2548 อาตมาภาพไม่ต้องการจะรบกวนญาติโยมทั้งหลาย ถ้าจัดในวัดก็จะมีการออกร้านนำอาหารมาถวายมากมาย เห็นว่าเป็นการรบกวน ปีนี้จึงของด ไปจัดที่โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อบริษัทไดมอนด์ฮิวล์ จำกัด ทราบวัตถุประสงค์ ยินดีรับค่าใช้จ่ายทุกอย่าง

ครั้งแรกอาตมาตั้งใจว่า จะตั้งกองทุนให้โรงพยาบาลส่งโดยมอบเงินทุนให้เป็นเงินประเดิม 100,00 - 200,000 บาท แต่ทางลูกศิษย์คิดว่าน้อยไป จึงมีโครงการสร้างพระชัยกะไหล่เงิน และพระชัยกะไหล่ทอง เพื่อเปิดให้ประชาชนเช่าบูชา แล้วนำเงินส่วนนี้หลังจาก หักค่าใช้จ่ายแล้วไปตั้งกองทุนสงเคราะห์พระภิกษุสงฆ์และสามเณรอาพาธ

ส่วนเหตุผลของการอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณรอาพาธนั้น พระวิสุทธาธิบดีบอกว่า เนื่องจากเห็นว่าโรงพยาบาลสงฆ์ไม่มีรายได้ จากการรักษาพยาบาล ทุกสิ่งทุก อย่างฟรีหมด ขณะเดียวกันเองทางโรงพยาบาลก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก โดยได้รับทราบจากผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสงฆ์ว่าแต่ละปีทางทางโรงพยาบาลใช้เงินเกินงบประมาณที่ได้รับหลายล้านบาท ด้วยเหตุนี้จึงมีความตั้งใจว่าจะช่วยหาปัจจัย มาช่วยสงเคราะห์ เพื่อให้การดำเนินการของโรงพยาบาลเป็นไปด้วยดี

พระวิสุทธาธิบดีบอกด้วยว่า เท่าที่ทราบในแต่ละปีมีพระสงฆ์เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่บวชมาตั้งแต่เป็นสามเณร ถือว่าเป็นผู้อุทิศตนเพื่อสืบทอดพระศาสนาอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็ไม่มีปัจจัยมากพอที่จะไปรักษาในโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็ต้องเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลสงฆ์

โรงพยาบาลสงฆ์ตั้งขึ้นมาในสมัย จอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ พ.ศ. 2494 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้พระสงฆ์และสามเณรได้รับการแยกออกจากประชาชนทั่วไป ซึ่งบางครั้งที่อาพาธนั้นก็ขาดความระมัดระวัง จึงเป็นภาพที่ไม่สวยงาม ตั้งแต่นั้นเป็นโรงพยาบาลสงฆ์ก็เปิดรักษามาจนถึงปัจจุบัน

"การทำบุญทำกุศล ตั้งกองทุนสงเคราะห์พระภิกษุสงฆ์และสามเณรอาพาธนั้น ตรงตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ภิกษุใดหรือผู้ใด จะบำรุงหรือรับใช้พระพุทธเจ้า ผู้นั้นพึงรักษาพยาบาลภิกษุไข้เถิด เปรียบเสมือนการทำบุญรักษาพระพุทธเจ้า ถือว่าเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ แม้พระองค์ท่านจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว แต่ยังมีสงฆ์สาวกที่สืบสานพระพุทธศาสนาที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อาตมาขออนุโมทนาบุญกับผู้

"วัดสุทัศน์-โรงเรียนวัดสุทัศน์" เริ่มรื้อฟื้นวิถีชีวิต บ-ว-ร เรียนรู้ร่วมกันให้กลับคืนมาอีกครั้ง
จัด "ค่ายวิถีพุทธ" ให้เด็ก-ครูทุกระดับชั้น รับการเปิดตัวโรงเรียน "วิถีพุทธวิถีธรรม" ของกทม. "บ้านคลองบัว" ร่วมช่วยเป็นกัลยาณมิตร สาธิตและฝึกอบรมครูในการจัดการเรียนรู้แบบวิถีพุทธ ผ่านสถานการณ์จริง

ด้วยทางโรงเรียนวัดสุทัศน์ สังกัด กทม. ได้มีความสนใจที่จะพัฒนาโรงเรียนตามแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียนวิถีพุทธ และต้องการเริ่มต้นด้วยการจัดค่ายวิถีพุทธให้กับเด็กนักเรียนทุกระดับชั้น จึงได้ทำหนังสือขอความเมตตาอนุเคราะห์จากพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ พระวิสุทธาธิบดี หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ให้สนับสนุนพระวิทยากรและอนุญาตในการใช้บริเวณวัดเป็นสถานที่จัดการเรียนรู้ ทางพระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ จึงได้เมตตาสั่งการให้ทางโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดสุทัศน์ ช่วยดำเนินการ โดยได้มีการแต่งตั้งพระภิกษุหลายรูปเป็นกรรมการและคณะทำงาน โดยมีพระมหาเสนิญุสม์ สมทสสี ผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่เป็นประธาน

การจัดค่ายในครั้งนี้ จะแบ่งออกเป็น ๒ ระดับตามช่วงชั้น เป็นค่ายสำหรับเด็กเล็กชั้นอนุบาล - ป.๒ และค่ายสำหรับเด็กโตชั้น ป.๓ - ป.๖ การจัดค่ายสำหรับเด็กเล็กในครั้งนี้นั้น ถือว่าเป็นครั้งพิเศษที่นอกจากจะเป็นการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กแล้ว ยังเป็นการอบรมครูวิถีพุทธให้กับบุคลากรโรงเรียนวัดสุทัศน์ไปพร้อมกันด้วย โดยเป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการในรูปแบบใหม่ ในลักษณะสาธิตแบบมีส่วนร่วม และให้ทดลองปฏิบัติจริงในสถานการณ์จริง โดยได้รับความขวนขวายช่วยเหลือจากนางธนพร มะยมหิน และนางอรัญญา พลายเพ็ชร์ ครูต้นแบบวิถีพุทธ โรงเรียนบ้านคลองบัว เป็นวิทยากรกัลยาณมิตร ซึ่งการจัดค่ายในครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากบุคคลภายนอกต่าง ๆ ที่จะเข้ามาร่วมสังเกตการณ์

อนึ่ง การจัดค่ายวิถีพุทธในครั้งนี้ มิได้คาดหวังผลสำเร็จเฉพาะแต่ผลของการจัดค่ายที่ตัวเด็ก แต่หากว่าคาดหวังว่าจะเป็นการเริ่มรื้อฟื้นวิถีชีวิตความสัมพันธ์แบบ บ-ว-ร ให้มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันเกิดขึ้นมาอีกครั้งในสังคมไทย ส่วนผลที่เกิดขึ้นกับเด็กจึงเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น ซึ่งเท่าที่เตรียมงานที่ผ่านมา ก็มีภาพปราฏที่น่าประทับใจที่เห็นพระภิกษุหลายรูปได้ร่วมกันประชุมเตรียมงานด้วยความกระตือรือร้น เห็นกระบวนการร่วมกันคิด ร่วมกันประชุมกับผู้บริหารและครูของโรงเรียน อย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งจะเป็นเหตุปัจจัยให้เกิดกระบวนช่วยเหลือเกื้อกูล และเรียนรู้ร่วมกันระหว่าง บ้าน-วัด-โรงเรียน ต่อไปอีกในอนาคต

จัดแสดงผลงาน ๔ ปี รัฐบาลชู "โรงเรียนวิถีพุทธ" ช่วยพลิกฟื้นพลังสังคม

ทาง ดร. บรรเจอดพร รัตนพันธุ์ ผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ กท.ศึกษาธิการ ได้เปิดเผยให้ผู้สื่อข่าว ทราบว่า ในระหว่างวันที่ ๖ - ๑๐ พฤศจิกายน ศกนี้ ทางรัฐบาลจะจัดงานสรุปแสดงผลงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งหมด มานำเสนอให้ประชาชนได้รับทราบ ภายใต้แนวคิดตามชื่องานว่า "เหลียวหลังแลหน้า จากรากหญ้าสู่รากแก้ว" ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานนี้ รัฐบาลได้นำเสนอผลงานจากการดำเนินโครงการโรงเรียนวิถีพุทธเป็นส่วนเฉพาะ ในส่วนของกลุ่มงาน "พลิกฟื้นพลังสังคม" ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากตัวแทนโรงเรียนวิถีพุทธ ๕ แห่ง คือ โรงเรียนมัธยมวัดบึงทองหลาง โรงเรียนทานสัมฤทธิ์ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม โรงเรียนรุ่งอรุณ และโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ มาช่วยกันจัดนิทรรศการในแต่ละวันตลอด ๕ วัน โดยในวันสุดท้าย คือวันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ทางกลุ่มโรงเรียนวิถีพุทธจะมีการแสดงกิจกรรมบนเวทีกลาง ในช่วงเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๔.๐๐ น.

ผู้สนใจทั่วไปสามารถเข้าชมงานในครั้งนี้ ได้ที่สถานที่ และวันดังกล่าว ในช่วงเวลา ๙ โมงเช้า ถึง ๓ ทุ่มทุกวัน หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ ดร.บรรเจอดพร รัตนพันธุ์ ผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ โทร. ๐๒ ๒๘๐ ๕๕๖๐

เครือข่ายโรงเรียน “วิถีพุทธอีสาน” ร่วมพลังกัลยาณมิตรจัดงานนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน ที่ศรีสะเกษ

ทางผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ กระทรวงศึกษาธิการ แจ้งข่าวมาว่า ในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ศกนี้ ทางคณะทำงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ กระทรวงศึกษาธิการ จะออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนวิถีพุทธในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจัดงานร่วมพลังจากตัวแทนของโรงเรียนวิถีพุทธในเขตพื้นที่การศึกษต่าง ๆ ของภาคอีสาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ เพื่อตรวจเยี่ยม นิเทศ ติดตาม รับทราบปัญหาและอุปสรรค แนวทางการปรับปรุงแก้ไข และผลการดำเนินงานตามโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ และสร้างเงื่อนไขให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกัน และสร้างเสริมขวัญกำลังใจ และแสดงออกถึงความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ผู้ใดสนใจข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ โทร. ๐๒ ๒๘๐ ๕๕๖๐


รุ่งอรุณ จับมือ รภ.หมู่บ้านจอมบึง สนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ให้เยาวชนหันกลับมาศึกษาศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย

ข่าวเก็บตกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของโรงเรียนวิถีพุทธข่าวหนึ่ง เก็บตกมาว่า รศ.ประภาภัทร นิยม ผู้อำนวยการสถาบันอาศรมศิลป์ รุ่งอรุณ ร่วมพิธีลงนามความร่วมมือ “การพัฒนามวยไทยศึกษา” กับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และสภามวยไทยโลก เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๗ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี โดยมีชมรมกระบี่กระบอง ดนตรีไทย และนาฏศิลป์จากโรงเรียนรุ่งอรุณ นำการแสดงที่ผู้เรียนได้ฝึกฝนศิลปะที่ขัดเกลาสัมพันธ์กายใจ ไปร่วมงานด้วยหลายชุด การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งความเป็นไทยครั้งนี้เป็นความตั้งใจของคณะทำงานสำนักคีตนาฏกรรมไทย สถาบันอาศรมศิลป์ ที่มุ่งสนองต่อพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ต้องการให้เยาวชนไทยหันกลับมาศึกษาศิลปะการป้องกันตัวของไทย

รุ่งอรุณก้าวไปอีกขั้น ระดมความคิดจากครูบาอาจารย์ร่างหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ให้ “อาศรมศิลป์” เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้

ขณะนี้ ทางโรงเรียนรุ่งอรุณ ได้ระดมสรรพกำลังจากครูบาอาจารย์และบุคลากรหลายฝ่ายช่วยกันยกร่างหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ภายใต้โครงการการจัดตั้งสถาบันอาศรมศิลป์ เพื่อออกแบบการจัดการเรียนการสอนในลักษณะ “ชุมชนแห่งการเรียนรู้” ให้ได้มากที่สุด ในลักษณะ สหสาขาวิชา หรือ Interdisciplinary โดยนักศึกษาปีที่ ๑ ต้องเรียนชุดวิชา มนุษย์โลกและความงาม อันเป็นวิชาศึกษาทั่วไป ที่ประกอบด้วย ๓ วิชาคือ วิชามุมมองมนุษย์แบบองค์รวม วิชาความงามในความเป็นมนุษย์ และวิชาศิลป์ส่องโลก เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีมุมมองที่กว้างขวางขึ้น มีความเข้าใจธรรมชาติและตนเอง เป็นผู้ใฝ่รู้ คิดได้อย่างมีเหตุมีผล นอกจากนั้นผู้เรียนยังต้องเลือกชุดวิชาภาษา อีก ๑ ชุดวิชา
จากนั้น ในปีที่ ๒ ผู้เรียนจะต้องเรียนวิชาพื้นฐานรวมสาขา เพื่อให้เข้าใจแนวคิดพื้นฐานของแต่ละสาขาวิชาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถตัดสินใจเลือกคณะ หรือสำนักวิชาได้ต่อไป วิชาพื้นฐานรวมสาขา ได้แก่ วิชาภูมิปัญญาไทยในนาฏศิลป์ วิชาสัมพันธภาพแห่งการสื่อสาร วิชามโนทัศน์นักออกแบบ วิชาการแสดงเพื่อการสำรวจกาย-จิตตนเอง วิชากระบวนการศิลปะสร้างสรรค์ วิชาการป้องกันตัวแบบไทย วิชาสายตาช่างศิลป์ วิชาศิปละดลใจใฝ่รู้
โดยตลอดปี ๒๕๔๘ นี้ จะมีการเปิดการเรียนการสอนเสมือนจริง ให้กับคณาจารย์ด้วยกันเองก่อน ที่จะรับนักศึกษาจริง เพื่อทดลองหลักสูตร และหาข้อบกพร่องเพื่อปรับปรุงแก้ไขก่อนการเรียนการสอนจริง และในวันที่ ๒๕ - ๒๖ กันยายนที่ผ่านมานี้ ทางโครงการจัดตั้งฯ ได้มีการประชุมร่างหลักสูตรของแต่ละสำนักวิชา ซึ่งจะได้มีการนำเสนอความคืบหน้าในโอกาสต่อไป

หน่วยงาน / บุคคล ที่สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงเรียนวิถีพุทธ
* ดร.ไพรัช สู่แสนสุข และ ดร.บรรเจอดพร รัตนพันธุ์
ผู้ประสานงานโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ
สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ โทร. ๐๒ ๒๘๐ ๕๕๖๐

จิตศรัทธาทุกท่าน” พระวิสุทธาธิบดีกล่าว

ข่าว : คมชัดลึก
10 มีนาคม 2548

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๓ มกราคม ๒๕๔๙ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org