หน้าแรก
 
บันทึกหน้าแรกของฉัน พิมพ์
๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖




.....บันทึกหน้าแรกของฉัน…เธอชื่อ " ธรรมะ " …ธรรมะไม่เคยสอนฉันเลยว่า ฉันต้องครึ เสื้อไม่เรียบ..หน้าเศร้าและหดหู่ ..ธรรมะเพียงแต่สอนฉันให้มีใจที่สดชื่น ไม่สะดุ้งสะเทือนต่ออุปสรรค …สอนให้เป็นผู้ให้ มากกว่าผู้รับ…สอนว่าคนแรกที่ฉันควรจะเรียนรู้ คือ ตัวเอง มากกว่าสิ่งอื่น …สอนให้ฉันเป็นเพื่อนที่ดีสักคน…มากกว่าจะหาเพื่อนที่ดีสักคน…ท่ามกลางความวุ่นวาย..ให้ฉันมีใจที่สงบ..ท่ามกลางความสับสน..ให้ฉันมีอารมณ์ที่ตั้งมั่น… สอนให้ฉันแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มี..ไม่วิ่งหาความสุขจากสิ่งที่ไม่มี…สิ่งเหล่านี้ เพื่อนชื่อ " ปริญญา " ไม่เคยบอกฉัน ทำให้ฉันรู้สึกรักเพื่อนที่ชื่อ " ธรรมะ " มากขึ้น และเธอไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่อยู่ใกล้แค่ใจสัมผัส..และรับรู้ได้

.....…จากความในใจของเยาวชนคนหนึ่ง ถูกถ่ายทอดผ่านแผ่นกระดาษ ด้วยดวงใจที่เปี่ยมสุข ปรารถนาจะให้คนรอบข้างมีส่วนรับรู้ในความสุขนั้นบ้าง ความสุขที่เกิดจาก " ธรรมะ " ให้ความรู้สึกสงบ สบาย สว่างไสว อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

.....ความสุขนี้เกิดจากการได้ฝึกฝน และเรียนรู้ธรรมะทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติ เป็นเวลา
๑ เดือนเศษ เธอพบว่าอารมณ์ที่เคยร้อนรุ่ม กลับเย็นลง ด้วยการฝึกฝนในช่วงเวลาเพียงสั้นๆ นิสัยที่ว่าแก้ยากกลับดูเหมือนง่ายเมื่อรู้วิธีการที่ถูกต้อง ทั้งที่พยายามแก้ไขข้อเสียเหล่านี้มาตลอดชีวิต เธอพบว่าเวลาเกือบสองเดือนที่เธอได้ฝึกกาย วาจา และใจตามหลักธรรมของพระบรมศาสดา เป็นสมบัติอันล้ำค่าที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ตลอดไป
ตราบเท่าที่ยังใส่ใจฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เธอรู้สึกชุ่มชื่น กระปรี้กระเปร่า เหมือนคนจรเดินรอนแรมข้ามทะเลทรายมายาวนาน ได้พานพบกับแอ่งน้ำกว้างใหญ่ฉะนั้น

.....การอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ส่งเสริมการปลูกฝังศีลธรรมให้กับเยาวชน อายุระหว่าง ๑๕-๑๘ ปี ได้ดำเนินโครงการต่อเนื่อง ในปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๑๐
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้หลักธรรมะในพระพุทธศาสนา ฝึกฝนอบรมตนทั้งภาคปริยัติและภาคปฏิบัติ สมาทานธุดงค ์ และฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา ๑ เดือน นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัฒนธรรมชาวพุทธ ซึ่งเป็นแบบอย่างอริยประเพณีของไทยมาแต่โบราณ ฝึกฝนคุณธรรมด้านอื่นๆ อาทิเช่น ความเคารพ ความมีระเบียบวินัย และความอดทน เป็นการพัฒนา
ศักยภาพทางด้านอารมณ์ จิตใจ และความเฉลียวฉลาด สามารถมองโลกและชีวิตตามความเป็นจริง บนพื้นฐานของความเห็นถูกหรือสัมมาทิฏฐิ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนออกสู่โลกกว้าง

....." การที่ครอบครัวเราเห็นความสำคัญ ในการส่งลูกเข้ารับการอบรมมากกว่าให้ลูกไปเรียนพิเศษ ไม่ใช่การเรียนพิเศษไม่ดี แต่จะเห็นว่าในสังคมสมัยนี้มีสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการทำให้ลูกเราเสียคนเป็นอย่างมาก และก็เป็นไปได้ยากที่จะมีคุณพ่อคุณแม่คนไหนสามารถอยู่กับลูกได้ใกล้ชิดตลอดเวลา ในเมื่อเป็นไปไม่ได้เช่นนี้.. เราก็ต้องหาสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มาทำให้ลูกเรามีหลักคิดที่ถูกต้องขึ้นมาด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าลูกมีหลักตรงนี้ขึ้นมาแล้ว สิ่งที่ดีๆต่างๆจะตามมา ไม่ว่าจะเป็นการเรียนที่ดี เรื่องการรับผิดชอบตนเองและการคบเพื่อน เรื่องการปรับตัวเข้ากับผู้อื่น ดังนั้นผมกับภรรยาจึงสนับสนุนให้ลูกเข้ารับการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง…"

.....จากคำบอกเล่าของผู้ปกครองผู้เข้ารับการอบรม คุณพ่อ ด.ต สุรศักดิ์ ภิรมย์ชม และคุณแม่ น้ำทิพย์ ภิรมย์ชม กล่าวถึงบุตรสาว น้องยุ้ย ผกาวรรณ ผู้ผ่านการอบรม
มัชฌิมธรรมทายาทหญิง

.....ในปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิงนับพันคน เยาวชนเหล่านี้เติบโตไปเป็นทรัพยากรของชาติที่มีคุณภาพ สร้างประโยชน์ให้กับตนเองและสังคมรอบข้างได้เป็นอย่างมาก สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง โทร.02-838-1450-1 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ ๒๕๔๖

.....…เพราะชีวิตลิขิต และ เอาชนะได้ด้วยความสดใส กับมาตรฐานที่เป็นไปตามคำสอนของพระพุทธองค์…

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org