หน้าแรก
 
เทศกาลสองวัฒนธรรม พิมพ์
๕ เมษายน ๒๕๔๖



.....ย่างเข้าเดือนเมษายนของทุกปี เมืองไทยจะร้อนจนถึงขีดสุด ความจริงเราก็ร้อนมาอย่างสม่ำเสมอแล้ว ไม่เห็นว่าจะต้องตื่นเต้นอะไรเพิ่มเติม ฤดูกาล อากาศ และใจคนเมืองไทยก็อย่างนี้แหละ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาอย่างฝนก็เหมือนกันนะ นึกอยากจะตกก็เทกันมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ส่วนเรื่องอากาศหนาวๆ เย็นๆ สบายๆ นั้น ลบเลือนจากความทรงจำไปนานแสนนานแล้ว

.....ผมนั่งทบทวนกิจกรรมเดือนเมษาคลายร้อนว่าเราทำอะไรกันบ้าง อย่างหนึ่งที่นึกได้คือสงกรานต์ เมื่อร้อนนักภูมิปัญญาไทยเลยให้เอาน้ำมาสาดกัน เพื่อความชุ่มเย็น ถ้าอยู่ดีๆ เอาน้ำมาราดจนตัวเปียกแล้ว ไปเดินตามถนนหนทางเห็นทีจะกลายเป็นคนบ้าแน่ๆ แต่ถ้าอยู่ในช่วงเทศกาลตัวเปียกปอนยังไงก็ได้ชื่อว่า เป็นคนทันสมัยทันเหตุการณ์

.....สมัยผมเด็กๆ หลังจากช่วงเข้าไปทำบุญทำทานกันแล้ว ช่วงบ่ายร้อนจัดๆ ก็จะเล่นสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน ตอนเย็นๆ คุณพ่อท่านจะพาไปแถวๆ ท้ายวัดจะมีเจดีย์รูปทรงต่างๆ เรียงรายอยู่มากมายครอบครัวผมจะมากราบบรรพบุรุษกันทุกปี พ่อบอกว่าภายในเจดีย์สีอิฐค่อนข้างเก่านี้ บรรจุอัฐิของคุณปู่กับคุณย่าเอาไว้ ตอนนั้นบอกตามตรงว่าไม่อยากฝ่าดงกระดูกของผู้ล่วงลับที่หลากหลายนั้นเข้าไปสักเท่าไหร่ แรกๆ ก็มีไม่มากหรอกครับ เดินเข้าไปได้สบายๆ แต่นานวันเข้าคนตายกันเยอะ เขาก็ทยอยกันเอาเจดีย์อัฐิที่ว่านี้มาตั้งมากมาย ลำพังปู่กับย่าเรายังถือว่าเป็นญาติ ท่านต้องคุ้มครองและมอบสิ่งดีๆ ให้เรา แต่อัฐิเจดีย์อื่นๆจะเป็นใครก็ตามเถอะครับ แต่สำหรับผมแล้วเขาคือผีที่น่ากลัวและน่าวังเวงที่สุด ยิ่งถ้ามาที่นี่ตอนเย็นๆ น่ากลัวจะตาย ช่างเป็นพิธีกรรมที่วังเวงชวนให้ขนหัวลุกจริงๆ ครับ

.....อีกกิจกรรมหนึ่งราวๆ ต้นถึงกลางเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับเดือนสามของจีน ราวๆ 15 วันชาวไทยเชื้อสายจีนจะไหว้บรรพบุรุษด้วยเหมือนกัน เขาเรียกเทศกาลเช็งเม็ง ความจริงผมไม่ได้มีเชื้อสายจีนอะไรกับเขา เพียงแต่ว่าเพื่อนบ้านที่เคารพนับถือกันเหมือนญาติเขาจะจัดไปเช็งเม็งทุกปี และเทศกาลนี้สมัยผมเด็กๆ ถือว่าเป็นเทศกาลเที่ยวทะเลดับร้อน เพราะสุสานของบรรพบุรุษของคนข้างบ้านนั้น เขาตั้งอยู่จังหวัดชลบุรี เราจะตื่นเต้นกันพิเศษที่จะได้เตรียมตัวไปวันเช็งเม็งกัน ผมชอบธรรมเนียมจีนเกี่ยวกับเรื่องการไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลนี้ ตรงที่เขากำหนดให้ไหวัในช่วงเช้าไม่เกินเที่ยง นอกจากไม่น่ากลัวแล้ว สุสานหรือที่เราชอบเรียกว่า ฮวงซุ้ยนั้น แม้จะอยู่ติดกันเรียงราย แต่จะโล่งโปร่งไม่วังเวงเหมือนป่าช้าของไทย ที่สำคัญไหว้เสร็จแล้วเราจะได้กินของอร่อย แล้วก็รีบไปเล่นน้ำทะเลกัน ช่วงนี้หลายครอบครัวคงได้ไปไหว้บรรพบุรุษกันแล้ว แต่สำหรับเทศกาลสงกรานต์ต้องอดใจรออาทิตย์หน้า รับรองได้สนุกครื้นเครงกันแน่

นายตั้ม

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org