หน้าแรก
 
วันปีใหม่ไทย พิมพ์
๑๖ เมษายน ๒๕๔๖




.....ควันหลงสงกรานต์ยังพอมีให้เห็นในบางจังหวัด ที่เล่นสาดน้ำสนุกสนานกันตลอดทั้งอาทิตย์ อุณหภูมิภายนอกที่ร้อนระอุกว่า ๔๐ องศา สายน้ำเย็นๆพอช่วยให้คลายร้อนลงได้บ้าง
หากจะถามนักท่องเที่ยวที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาเมืองไทย น้อยคนนักที่จะตอบว่าไม่รู้จักวันสงกรานต์ ด้วยเป็นประเพณีสำคัญของไทยที่หนึ่งปีมีครั้งเดียวเท่านั้น ถือเป็นวันปีใหม่ไทยตามคติโบราณ ประวัติอันยาวนานทำให้ วันสงกรานต์ เป็นประเพณีที่มีเสน่ห์และสื่อถึงอารยธรรมรุ่งเรืองในอดีต

.....สมัยเด็กมีความสงสัยเหลือกำลังว่าทำไมวันสงกรานต์แบบไทยจึงเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ทำไมไม่เป็นวันที่ ๑ มกราคม อย่างธรรมเนียมฝรั่งเขา ด้วยความไม่รู้ประสาเด็กจึงเก็บงำความสงสัยนั้นเรื่อยมา จวบจนเติบโตได้ศึกษาความเป็นมาของวันนี้ จึงทำให้มีความเข้าใจและเพิ่มความภาคภูมิใจในวันปีใหม่ไทยมากขึ้น และคิดว่าหากใครได้ศึกษาคงมีความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเนื่องในวันนี้ ไม่เพียงเป็นวันสำคัญตามประสาชาวโลกเท่านั้น แต่แม้นอกโลกไกลออกไปยังกลุ่มดาวต่างๆ ทั่วทั้งจักรวาล วันนี้ถือเป็นวันแห่งการเริ่มสิ่งใหม่เช่นกัน

.....คนโบราณจะนับวันเดือนปี โดยดูจากการโคจรของพระอาทิตย์และพระจันทร์ ถ้าพระอาทิตย์เรียกว่า สุริยคติ ถ้าพระจันทร์เรียกว่า จันทรคติ และวันสงกรานต์ซึ่งเป็นวันปีใหม่ไทย นับจากคติโบราณแบบสุริยคติ โดยการดูการโคจรของดวงอาทิตย์เป็นที่ตั้ง

.....คำว่า สงกรานต์ แปลว่า ย้าย หรือ เคลื่อนผ่าน ทั้งนี้หมายถึงการเดินทางของดวงอาทิตย์ตามจักรราศีกำลังย้ายสู่ราศีใหม่ หรือเคลื่อนผ่านเข้าสู่ราศีใหม่ ราศีคือกลุ่มดาวต่างๆ ๑๒ กลุ่ม มีการโคจรเป็นวงรี ในระบบสุริยจักรวาล ในแต่ละราศีทำมุมต่างกัน ๓๐ องศา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหนึ่งเดือนจึงมี ๓๐ หรือ ๓๑ วัน ทั้งนี้เป็นไปตามจำนวนองศานั่นเอง

.....วันที่ ๑๓ เมษายน หรือวันปีใหม่ไทย เป็นวันที่กลุ่มดาวต่างๆโคจรเรื่อยมาจนครบหนึ่งรอบพอดี หรือทำมุม ๓๖๐ องศา การโคจรของดวงดาวมีผลกระทบต่อธรรมชาติบนผืนโลก วันที่ดวงดาวโคจรมาครบ ๓๖๐ องศานี้เช่นกัน มีการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติครั้งสำคัญโดยเฉพาะทางอินเดียตอนเหนือ ฤดูหนาวหนาวจับใจ ธรรมชาติเหมือนตายจาก แต่พอเปลี่ยนฤดูเข้าสู่ฤดูใหม่
จะเปลี่ยนอย่างทันทีทันใด ไม่มีฤดูใบไม้ผลิเหมือนเมืองนอก จากฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูวัสสานต์ หรือวัสสันตฤดู หรือหน้าร้อน ต้นไม้พันธ์ไม้ทั้งเมืองจะผลิใบเขียวชอุ่ม ดอกไม้แย้มบานสีสวยสดใส โดยเฉพาะช่อดอกมะม่วงบานสะพรั่ง ทั่วทั้งเมืองได้กลิ่นดอกมะม่วงหอมฟุ้งไปทั่ว ฤดูนี้จึงมีแต่ความรื่นรมย์ ชาวเมืองจึงตั้งวันสิริมงคลเช่นนี้ให้เป็น วันปีใหม่มาตั้งแต่โบราณ ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปี วัฒนธรรมนี้ได้เข้าสู่เขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ประเทศ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา มีประเพณีสงกรานต์ในช่วงนี้เหมือนๆกัน

.....วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันต้น วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา คำว่า เนา เป็นภาษาขอมโบราณ แปลว่า อยู่ ดังนั้น วันเนาจึงเป็นวันว่าง วันอยู่บ้าน เล่นสาดน้ำสนุกสนานครื้นเครง ส่วนวันสุดท้ายที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า วันเถลิงศก หรือวันมหาสงกรานต์

.....เริ่มต้นวันสงกรานต์วันปีใหม่ไทยด้วยความเป็นสิริมงคล ทำบุญตักบาตรแต่เช้า ปล่อยสัตว์ปล่อยปลา สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำขอศีลขอพรญาติผู้ใหญ่

.....ประเพณีไทยส่วนใหญ่เกิดจากความชาญฉลาดของบุรพชนในอดีต ที่มีกุศโลบายสอนลูกสอนหลานให้ตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดี ซึ่งได้รับการหล่อหลอมจากพระพุทธศาสนามานานเนิ่น มีธรรมะของพระบรมศาสดาเป็นหลักชัยในชีวิต ประเพณีสงกรานต์ ถือเป็นวันปีใหม่ไทยย่อมต้องเริ่มต้นด้วยสิริมงคล นั่นคือ การปฏิบัติบำรุงบิดามารดาหรือผู้ใหญ่ในตระกูล วันนี้จึงถือเป็นวันแห่งความกตัญญูของไทย วันครอบครัวอบอุ่น และวันของผู้สูงอายุอีกด้วย ลูกหลานไม่ว่าอยู่ไกลแค่ไหนต่างเดินทางกลับบ้านเพื่อรดน้ำขอศีลขอพรผู้ใหญ่ ญาติมิตรต่างชื่นอกชื่นใจ เป็นสายใยแห่งความผูกพันผ่านสายน้ำไหลเย็นเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน ในวันสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทยวันนี้

.....ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ เนื่องในวันสงกรานต์ว่า " จงรีบขวนขวายประพฤติการบุญ การกุศลเป็นสุจริตให้มากด้วยกาย วาจา และใจ โดยเป็นการเร็ว เหมือนอย่างที่บุคคลมีศรีษะลุกโพลงด้วยเพลิงไหม้ แล้วรีบร้อนจะดับไฟในศรีษะตน ฉะนั้นสรรพการกุศลทั้งปวงพึงสั่งสม ทำให้พร้อมมูลด้วยความไม่ประมาทในประการทั้งปวงเทอญ "

 

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org