หน้าแรก
 
อสาตมันตชาดก พิมพ์
๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๖


.....ชาดกว่าด้วยวิสัยของหญิงส่วนมาก

.....สถานที่ตรัสชาดก

.....เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี

.....สาเหตุที่ตรัสชาดก

.....ในสมัยพุทธกาล ขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับ ณ เชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี พระองค์ทรงทราบว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งเผลอสติไปหลงรักหญิงนางหนึ่ง จนใคร่จะสึกออกไปครองเรือน พระพุทธองค์ทรงมีพระทัยกรุณาจึงทรงเรียกมาซักถาม ครั้นทรงทราบความแล้วก็ทรงเตือนให้ระลึกถึงความดีที่ตั้งใจบำเพ็ญภาวนาตลอดมา พระพุทธองค์ทรงระลึกชาติแต่หนหลังด้วยบุพเพนิวาสนุสติญาณ ทรงนำ อสาตมันตชาดก มาตรัสเล่า ดังนี้

.....เนื้อหาชาดก

.....ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองกรุงพาราณสี มีพราหมณ์ฐานะดีครอบครัวหนึ่ง มีบุตรชายรูปร่างหน้าตาดี บิดามารดาไม่ต้องการให้บุตรชายแต่งงาน แต่ต้องการให้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ เมื่อสิ้นอายุขัยจะได้ไปกำเนิดในพรหมโลก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ประเสริฐสุดในสมัยนั้น

.....นางพราหมณีรู้ว่าลูกยังไม่อยากบวช จึงให้บุตรชายไปเรียนศิลปวิทยากับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ที่เมืองตักกสิลา และให้เลือกเรียนกับอาจารย์ที่เป็นโสดเพื่อจะได้มีเวลาทุ่มเทในการสอน ชายหนุ่มตั้งใจเรียนจนสำเร็จ แล้วเดินทางกลับมาบ้าน นางพราหมณียังอยากให้ลูกชายออกบวช จึงกล่าวถึงวิชาอสาตมนต์ ว่าเป็นมนต์พิเศษ น้อยคนนักที่จะได้เรียน เมื่อบุตรชายรู้ว่ามีมนต์พิเศษที่ยังไม่ได้เรียน จึงรีบกลับไปหาอาจารย์เพื่อขอเรียนวิชานี้ แต่อาจารย์ของเขาได้พามารดาซึ่งมีอายุถึง ๑๒๐ ปี เข้าไปอาศัยอยู่ในป่า เพราะท่านต้องการปรนนิบัติดูแลมารดาเอง

.....ชายหนุ่มตามมาพบอาจารย์ และขอเรียนอาสาตมนต์ อาจารย์ได้ชวนเขาสนทนาถึงความเป็นไปต่างๆ ในครอบครัวเขา อาจารย์จึงได้เข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของมารดาของศิษย์ และตกลงที่จะสอนอาสาตมนต์ให้
อาจารย์ได้มอบหมายให้เขาปรนนิบัติดูแลมารดาแทนตน และทุกครั้งที่ปรนนิบัติต้องเยินยอ พรรณนาความงามของท่านเมื่อสมัยที่ยังสาวไปด้วย เมื่อท่านตอบมาว่าอย่างไรต้องมาเล่าให้ฟังอาจารย์ทุกครั้ง อย่าปิดบังเด็ดขาด
ชายหนุ่มรับคำ แล้วดำเนินตามคำสอนทุกอย่าง ทำให้หญิงชราซึ่งแม้จะมีอายุถึง ๑๒๐ ปี ตาบอดฟันหักหมดปากแล้ว กลับมีความคิดว่าชายหนุ่มรักนาง นางจึงชวนชายหนุ่มมาอยู่ด้วย และคิดแผนการกำจัดลูกชายตนเอง

.....ชายหนุ่มได้เล่าเนื้อความทั้งหมดให้อาจารย์ฟัง อาจารย์จึงนั่งตรวจดูอายุของมารดา ก็ทราบว่ามารดาจะสิ้นอายุขัยในวันนี้ จึงให้ศิษย์ไปตัดไม้มะเดื่อมาท่อนหนึ่ง นำมาวางบนเตียงนอนของตนเอาผ้าคลุม แล้วผูกราวเชือกไว้ จากนั้นให้ศิษย์นำขวานไปให้มารดา
ศิษย์จึงไปบอกมารดาของอาจารย์ทันที นางรับมาแล้วก็ลุกขึ้นเดินเกาะราวเชือกไปยังห้องนอนของลูกชาย มาถึงเตียงก็เอามือคลำดูแล้วเงื้อขวานฟันลงไปทันที เมื่อขวานกระทบไม้ก็กระดอนขึ้นมา นางก็รู้ว่าถูกหลอก ทันทีนั้นบุตรชายก็ได้ถามขึ้นมา ความตกใจและความอับอายพุ่งเข้าจับดวงใจของหญิงชราในทันที นางถึงกับสิ้นสติล้มลง และขาดใจตายอยู่ ณ ที่นั้น

.....เมื่ออาจารย์จัดการเผาศพมารดาของตนแล้ว จึงบอกว่าวิชาที่เรียกว่าอสาตมนต์ไม่มี แต่มารดาของศิษย์ต้องการให้มองเห็นโทษของหญิง และตอนนี้ก็ได้เห็นแล้ว จากนั้นศิษย์ได้กราบลาอาจารย์กลับบ้าน
หลังจากนั้น ชายหนุ่มจึงลาบิดามารดา เข้าป่าบวชเป็นฤาษีบำเพ็ญภาวนา จนกระทั่งสิ้นอายุขัย ครั้นละโลกนี้ไปแล้วได้ไปบังเกิดในพรหมโลก

.....ประชุมชาดก

.....เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสชาดกจบแล้ว ทรงประกาศอริยสัจสี่โดยอเนกปริยาย หลังจากจบอริยสัจแล้ว ภิกษุผู้ปรารถนาจะสึกได้เป็นพระโสดาบัน

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชุมชาดกว่า

.....หญิงชรา ในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุณีชื่อภัททกาปิลานี

.....บิดาของชายหนุ่ม ได้มาเป็นพระมหากัสสป

.....ลูกศิษย์ ได้มาเป็นพระอานนท์

.....อาจารย์ ได้มาเป็นพระองค์เอง

.....ข้อคิดจากชาดก

.....ในการอ่านชาดกเรื่องนี้ ต้องทำใจให้เป็นกลาง อย่ายึดว่าตัวเองเป็นหญิงหรือชาย เพราะทั้งหญิงและชาย หากไม่ระวังตัวก็มีโอกาสอยู่ในเวรกาเมเท่าๆ กัน ทุกคนจึงควรตระหนักว่า

.....1. การประพฤติพรหมจรรย์หรือการครองตนเป็นโสด เป็นเรื่องที่น่าสรรเสริญ

.....2. หญิงหรือชายที่ตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์ ต้องระวังตัวอย่าคลุกคลีกับเพศตรงข้าม เพราะเมื่อยังไม่หมดกิเลส ก็ย่อมมีโอกาสพลาดพลั้งได้ แม้แต่การคบเพื่อนเพศเดียวกัน ก็ต้องเลือก อย่าคบกับคนที่เจ้าชู้ รักสวยรักงามเกินไป เพราะเขาจะชักนำให้เราสนใจเรื่องเพศจนกามกำเริบได้

 

 

 

 

 

 

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org