หน้าแรก
 
เสียงเตือนจากภายใน พิมพ์
๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖



.....ดิฉันขับรถไปติดไฟแดงที่สี่แยกแห่งหนึ่ง ขณะแตะเบรคชลอความเร็ว ดิฉันเห็นว่าเลนซ้ายมีรถที่จอดต่อแถวสั้นกว่าเลนที่ดิฉันอยู่ ใจหนึ่งคิดว่าน่าจะเปลี่ยนเลนไปทางซ้าย เพื่อว่าเวลาไฟเขียวจะได้ออกตัวได้เร็วขึ้นอีกสักหน่อย แต่อีกใจแย้งว่าไม่ต้องเปลี่ยนเลนหรอก จะช้านิดช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร มือและเท้าของดิฉันทำตามคำแนะนำสุดท้ายของใจ คำแนะนำนั้นมีคุณค่ามหาศาลในนาทีถัดมา

.....เสียงโครมดังสนั่นขึ้นครั้งแรก และตามด้วยเสียงตึงๆ ติดๆ กันอีก ๗ ครั้ง ดิฉันหันหน้าไปทางซ้าย เห็นรถ ๖ ล้อชนท้ายรถเก๋งที่จอดติดไฟแดงอยู่ในตำแหน่งที่ดิฉันคิดว่าจะไปจอด แรงกระแทกทำให้หน้ารถกระแทกท้ายรถคันต่อๆ ไปอีก ๗ คัน กันชนหน้าหลังเสียหายบู้บี้ไป ไหนจะกระดูกคอ หลัง ไหล่ ของคนขับและผู้โดยสารอีกล่ะ แม้ไม่มีใครบาดเจ็บสาหัส แต่ก็คงเคล็ดขัดยอกไปตามๆ กัน

.....ตำแหน่งที่รถเก๋งเคารห์ร้ายนั้น เกือบจะเป็นรถของดิฉัน เพราะถ้าดิฉันดื้อดึงต่อเสียงเตือนจากภายใน ป่านนี้ร่างกายภายนอกคงต้องแตกหักเสียหายกันบ้างแล้ว แถมยังต้องเจ็บใจที่ได้ยินเสียงภายในซ้ำเติมเอาว่า "สมน้ำหน้า บอกแล้วบ่ฟัง"

.....เรื่องทำนองนี้หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ถ้าเราลองทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต จะพบว่ามีเรื่องบังเอิญทำนองเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหนทีเดียว เพียงแต่เราอาจละเลยไม่ได้ใส่ใจฟังเสียงจากภายในของเราเท่านั้น

.....ชาว "คอทองแดง" ทั้งหลาย หากย้อนกลับไปนึกถึงวันที่ยกเหล้าแก้วแรกขึ้นจ่อริมฝีปาก กลิ่นแอลกอฮอร์ปะทะเข้าจมูก วินาทีนั้นดิฉันเชื่อว่าเสียงจากภายของทุกคนเตือนแล้วเตือนอีก ว่าของเหลวในแก้วนั้น ไม่ดี ไม่เหมาะที่จะดื่ม เป็นพิษ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผิดศีล ฯลฯ อีกร้อยแปดประการ ที่เสียงภายในพยายามเตือน แต่เมื่อเจ้าตัวไม่ใส่ใจฟัง นานวันเข้าเสียงนั้นก็เบาลง เบาลง แล้วเงียบหายไปในที่สุด

.....เสียงเตือนจากภายใน เป็นคุณสมบัติพิเศษของมนุษย์ที่นับวันจะเสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สายหากเรายังต้องการให้คุณวิเศษข้อนี้อยู่กับเราต่อไป เพียงเราให้โอกาส ให้เวลากับตัวเองสักวันละ 10 -20 นาที ด้วยการ "หยุด" ทุกสิ่ง หยุดคิด หยุดทำ หยุดพูด นิ่ง เฉย ปล่อยใจสบายๆ ตั้งใจฟังเสียงจากภายในอย่างเงียบๆ ไม่นานเสียงนั้นจะกลับมาแล้วบอกจะเราว่า ทำอย่างไรชีวิตจึงจะปลอดภัย มีความสุข และประสบความสำเร็จ

.....คนขับรถ ๖ ล้อกระโดดลงจากรถ เพื่อมาดูผลงานของตน ดิฉันเห็นหน้าเขาแดงก่ำ ผิวคล้ำที่กร้านด้วยวัย,แดดลม และแอลกอฮอร์ เสียงภายในคงไม่เตือนเขานานแล้ว ไม่เช่นนั้นอุบัติเหตุอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้น เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ เห็นไฟแดงแล้วต้องแตะเบรค แต่เขาลืม ไม่ใครเตือนเขาอีกแล้ว ดิฉันอยากเตือนเขาเหลือเกิน แต่น่าเสียดายไฟเขียวแล้ว ดิฉันต้องไปก่อนแล้วล่ะค่ะ


ภัทรา ประภาสชล

แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org