หน้าแรก
 
สิงคโปร์สว่างไสว พิมพ์
๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐

sp500622.jpg

     โดย ศูนย์ปฏิบัติธรรมธรรมกาย นานาชาติ ประเทศสิงคโปร์ จัดงาน วันวิสาขบูชา หนุ่มสาวเมืองสิงคโปร์ ตั้งใจจัดงานปีนี้ให้ยิ่งใหญ่ ด้วยการติดต่อไปยังรัฐบาล ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสารและวัฒนธรรม ในการขอสถานที่จัดงานวิสาขบูชา ซึ่งรัฐบาลเห็นชอบ และอนุมัติ จึงทำให้ได้ทำเลที่ดีที่สุดในการจัดงานครั้งนี้ คือ แถบ “เบนเดเมียร์” ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางเมือง ย่านชุมชน เมื่อวันที่ 30-31 พฤษภาคม พ.ศ.2550 ที่ผ่านมา

พระพุทธศาสนาในสิงคโปร์ มีทั้งเถรวาท และมหายาน ซึ่งชาวพุทธที่นี่มีการผสมผสานกับความเชื่อของลัทธิเต๋า ทำให้บางคนเข้าใจว่า การจุดธูปเทียนไหว้พระ, สวดมนต์ ถือเป็นการทำบุญแล้ว แต่เมื่อได้มาศึกษาพระพุทธศาสนากับศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ ทำให้เข้าใจเพิ่มขึ้นว่า “การทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญของชาวพุทธ”

ซึ่งทางศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ เริ่มปลูกศรัทธา โดยชักชวนชาวสิงคโปร์ให้มานั่งสมาธิ และศึกษาธรรมะ และเกิดจิตสำนึกร่วมกันที่จะจัดงานวันวิสาขบูชาปีนี้ให้ยิ่งใหญ่ โดยเริ่มวางแผนกันตั้งแต่ปีใหม่ และมีอาสาสมัครที่สมัครใจทั้งเด็ก ๆ จนกระทั่งผู้ใหญ่ มาช่วยงานครั้งนี้ จำนวน 143 คน มีคนไทยเพียงแค่ 3 คน นอกนั้นเป็นชาวสิงคโปร์ทั้งหมด โดยจำนวนคนที่ทยอยมาร่วมงานวิสาขบูชา ประมาณ 2,000 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ คือ สิงคโปร์, ศรีลังกา,อินเดีย และ อังกฤษ เป็นต้น (คนไทยน้อยมาก)

ซึ่งบรรยากาศก่อนวันงาน ได้ภาพที่แสนสงบและสง่างาม ใครที่เดินเข้ามาในพื้นที่ขนลุกซู่ ชูชัน ด้วยความปีติ บางคนก็ถึงกับอุทานว่า “โอ้...เหมือนเดินอยู่ในแดนประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เลย” แม้เพื่อนต่างศาสนา (มุสลิม) เห็นสถานที่ในการจัดงาน ยังชื่นชมให้พวกเราฟังว่า “สวยงาม ดูเรียบง่าย สะอาดสบายตา จนทำให้น่าเลื่อมใส”

วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา ประเทศสิงคโปร์ถือเป็นวันหยุดประจำชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวพุทธเข้าร่วมกิจกรรม เวลา 7.30 น. สาธุชนได้มารอเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดสาย มีทั้งชาวสิงคโปร์ ชาวต่างชาติ ในพื้นที่แบ่งเป็น 4 โซน คือ โซนประสูติ จัดให้มีการสรงน้ำพระ โซนตรัสรู้ จัดให้มีการถวายดอกบัว โซนปรินิพพาน จัดให้มีการนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และถวายประทีปบูชา และ โซนที่ 4 คณะพระภิกษุสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งแต่ละโซนจะมีบอร์ดนิทรรศการภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ให้ความรู้เกี่ยวกับวันวิสาขบูชา วันของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกคนชอบมาก และโซนที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือ โซนที่คณะพระภิกษุสงฆ์สวดเจริญพุทธมนต์ แบ่งเป็นรอบๆ ในวันนั้นมีสวดทั้งหมด 9รอบ ทั้งสาย บ่าย ค่ำ ผู้คนนั่งฟังกันอย่างแน่นขนัดพื้นที่ทุกรอบ พระอาจารย์ยังได้แสดงธรรมเรื่อง “ความสำคัญของวันวิสาขบูชา” และนำนั่งสมาธิถวายเป็นพุทธบูชา ซึ่งทุกคนปีติเบิกบานใจ และสงบนิ่ง

ตอนกลางวัน มีคณะผู้สูงอายุกว่า 120 คน ได้มาร่วมกิจกรรม ถึงกับน้ำตาซึม ปีติใจ เพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย และมอบของที่ระลึก ต่างกล่าวขอบคุณพร้อมรอยยิ้มด้วยความประทับใจ

เมื่อมาถึง เวลา 19.30 น. พระอาจารย์ได้นำนั่งสมาธิรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีพิธีจุดประทีปเวียนประทักษิณเพื่อบูชาพระรัตนตรัย ผู้คนรอบข้างต่างก็เข้ามาร่วมกิจกรรมนี้กว่าครึ่งพัน

บาทหลวงไมเคิล ตำแหน่งหัวหน้าบาทหลวง นิกายแคทอลิก ประเทศสิงคโปร์ ปลื้มใจเป็นอย่างมากถึงกับกล่าวคำขอบคุณคณะจัดงานที่ได้เชิญมาร่วมงาน ท่านได้ชมว่า “ผมเคยไปร่วมงานวิสาขบูชาของวัดต่างๆมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นกิจกรรมที่แตกต่างไปจากที่อื่น จัดได้สะอาด สง่างาม และเรียบหรู น่าเลื่อมใสยิ่งนัก” อีกทั้งท่านยังสนใจที่จะนั่งสมาธิอีกด้วย ถึงกับเอ่ยปากว่า “ถ้าเปิดคอร์สภาษาอังกฤษ ท่านจะสนับสนุนให้ลูกศิษย์ของท่าน มาร่วมกิจกรรมกับทางศูนย์ฯด้วย”

ผู้ประกาศข่าวสาวสวยแห่ง แชนแนล นิวส์ เอเชีย (Channel News Asia) หลังจากได้รับโบว์ชัวร์ และอ่านรายละเอียดของการจัดงานวิสาขบูชา ก็สะดุดใจ จึงเดินเข้ามาร่วมงานวิสาขบูชาด้วยความ Alert และในอนาคตอยากที่จะทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาอีกด้วย

หลังจากผู้คนได้ชมนิทรรศการและร่วมงานแล้ว ก็เกิดศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้น สนใจในกิจกรรมของศูนย์ปฏิบัติธรรมฯ อยากที่จะมาร่วมงานในวันอาทิตย์ และสนใจคอร์สสมาธิที่ทางศูนย์ปฏิบัติธรรมฯจัดขึ้น

ในการจัดงานวันวิสาขบูชา ณ ประเทศสิงคโปร์ ครั้งนี้ เป็นการประกาศคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันของพระภิกษุ สาธุชน ที่จัดขึ้น โดยชาวสิงคโปร์ เพื่อชาวสิงคโปร์ โดยหวังว่า การจัดงานครั้งนี้ จะเป็นต้นแบบให้กับศูนย์สาขาอื่นๆทั่วโลก และจะพัฒนารูปแบบในการจัดงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เป็นการร่วมกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลสู่นานาประเทศต่อไป

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org