หน้าแรก
 
รักษาศีลข้อ 4 พิมพ์
๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

คำถาม: อยากกราบเรียนถามหลวงพ่อครับว่า ศีลข้อ 4 นี้ ทุกคนจะบอกว่า รักษากันยาก ครับ โดยเฉพาะพ่อค้าอย่างพวกกระผมนะครับ อยากกราบเรียนถามหลวงพ่อว่า มีทางใดบ้างที่จะสามารถรักษาศีลข้อนี้ให้บริสุทธิ์ได้ครับ

คำตอบ: เจริญพร คุณโยมถามถูกคนเลยนะ ก่อนที่หลวงพ่อจะมาบวช หลวงพ่อเป็น Salesman เก่านะ ต้องว่าอย่างนี้ก่อน อยู่ในยุทธจักรทางการค้ามาพอสมควร แล้วก็พบด้วยตัวเองว่าเอาจริงๆแล้ว พวกพ่อค้าที่ค้าของเป็นหลักเป็นฐาน ค้าการค้าใหญ่ๆ ยิ่งระดับโลก ระดับชาติอะไรอย่างนี้ พวกนี้จะยิ่งไม่โกหก ถ้าโกหกแสดงว่า...การค้าจิ๊บจ๊อย ซึ่งมันก็พอสมกับคนจิ๊บจ๊อย คนกระจอก เอาดีไม่ได้ หรือไม่หวังที่จะเอาดีกับการค้าจริงๆ อันนี้ยังต้องตอบอย่างนี้ก่อนนะ เอาละ...เราก็เห็นๆกันว่าสินค้าในท้องตลาด ในที่สุดแล้ว มันสู้กันด้วยอะไรบ้าง

1.ถ้าสู้กันจริงๆ ก็สู้กันด้วยคุณภาพ
2.กับสู้กันด้วยการบริการ อันนี้หนักหน่อย
3.แล้วสุดท้าย จึงค่อยมาสู้กันด้วยราคา นี่ชัดเจนเลย

ส่วนว่า จะมีบางครั้งบางช่วงบางคราว เป็นเรื่องของแฟชั่น หรือแบบอะไรต่ออะไรที่จะเอามาสู้กัน ก็จัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพก็แล้วกัน หรือลด แลก แจก แถม ก็เป็นบางครั้งบางคราว โดยในที่สุดแล้วก็ต้องบอกว่า ความจริงใจนั่นแหละ มีคุณค่าที่สุด มนุษย์เรานี่แปลก ไม่ว่าลูกรัก เมียรัก ผัวรัก เพื่อนรัก อะไรก็ตามที จะรักกันได้ ตราบที่พบว่า ยังมีความจริงใจกัน ถ้าหมดความจริงใจกันแล้วล่ะก็ ต่อให้เป็นเทวดาก็หมดรัก ดีไม่ดีจะเป็นศัตรูกันเอาด้วย ความจริงใจนั่นแหละ จะทำให้คนเรานี่คบกันยืด รักกันนาน

เพราะฉะนั้น คนที่บอกว่า ศีลข้อที่ 4 รักษายาก...มันฟ้อง...ฟ้องตั้งแต่ 1.ขออภัยเถอะ...สันดาน คือ อุปนิสัยที่ติดตัวมาข้ามชาติ เพาะมาไม่ดี จึงมีความเห็นผิดอย่างนั้น 2.หรือข้ามชาติ ก็ฝึกตัวมาดี แต่ว่าชาตินี้ตั้งแต่เกิดมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยจะดี อยู่ท่ามกลางคนโกหกเสียแล้ว มันก็เลยพลาดไป 3.หรือ ทั้งๆที่สิ่งแวดล้อมแต่เดิมก็ดีอยู่ แต่ตัวเองได้รับประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดี อาจจะเป็นคนซื่อแต่ไปเจอกับคนโกงคนเกเรเข้า เลยบีบคั้นให้เราไปเป็นอย่านั้น หรือว่า การบริหารของเราผิดพลาด ก็เลยทำให้เกิดภาวะยอบแยบทางเศรษฐกิจ แล้วก็เลยเอาตัวรอด จากเอาตัวรอดชั่วคราว กลายไปเป็นถาวรไปเสียอีกแล้ว เอาตัวรอดไปได้แค่ชั่วคราว แต่นิสัยกลายเป็นชั่วถาวร ไม่คุ้ม

ในแง่ของหลวงพ่อยิ่งทำการค้าขาย ยิ่งต้องเอาความจริง เอาความดี เอาคุณภาพเข้าสู้ พูดง่ายๆ... เรื่องที่หนึ่ง สัจจะเป็นตัวตั้ง แล้วจะรักกันนาน เรื่องที่สอง เป็นสิ่งที่ต้องคิดมากเลย เคยเตือนหลายๆคนเขาว่าอย่างนี้...คนโกหกคนอื่น 1ครั้ง มีความจำเป็นจะต้องโกหกตัวเองอย่างน้อย อย่างน้อยนะ 3ครั้ง ส่วนอย่างมากนับไม่ไหว เป็นยังไง...ก็ก่อนจะโกหกใคร 1.ต้องเตรียมเรื่อง ไม่เตรียมจะเอาอะไรมาโกหก การเตรียมเรื่องนั่นแหละ โกหกตัวเองแล้ว 2.ลงมือพูด พอพูดเสร็จ นั่นแหละ โกหกตัวเอง 2 ครั้งแล้ว 3.หลังจากนั้น เจอเขาอีกเมื่อไหร่ก็ต้องโกหกต่อ แม้ยังไม่ทันเจอ ได้ข่าวว่า เขาจะมาที่นั่นที่นั่น แล้วคงต้องไปเจอกันแน่ ก็ต้องถามตัวเองว่า วันนั้นโกหกว่าอย่างไร ต้องมาทบทวนอีกแล้ว เป็นอันว่าโกหกคนอื่น 1ครั้ง ต้องตามโกหกตัวเองเบาะๆ 3ครั้ง แต่อย่างมาก Infinity นับไม่ไหว เพราะฉะนั้น ถ้าใครไม่อยากจะต้องโกหกตัวเอง แล้วก็กลายเป็นคนสับสนล่ะก็ ตั้งใจรักษาศีลข้อที่ 4 ให้ดี

ยิ่งกว่านั้น เคยสังเกตไหม บางคนอายุ 80 ก็แล้ว 90 ก็แล้ว ไม่หลงไม่ลืม อายุร้อยเข้าไปแล้ว เคยเจอ ...ไม่หลง แต่บางคน 60-70 หลงเสียแล้ว ทำไม อายุ 90 ไม่หลง 100 ไม่หลง...ฟ้องเลย...คนๆนี้ตลอดชีวิตโกหกไม่เป็น เขาจึงไม่มีเรื่องสับสนอยู่ในใจ แต่พวกที่ 60 กว่า ไม่ถึง 70 หลงแล้ว พวกนี้โกหกทั้งชาติ เพราะฉะนั้น ใช้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าไม่อยากจะเป็นคนหลงคนลืมตอนแก่ๆ ขนาด 90 ยังไม่หลงเลยล่ะก็ อย่าไปโกหกนะ นี่คือโทษของการโกหกเห็นกันชัดๆเลยในชาตินี้

ยังไม่พอ...คนโกหกมากเท่าไหร่ ความเชื่อมั่นในตัวเองก็หดหายไปเท่านั้น ยังไม่พอ...ใครโกหกเก่งๆ ในที่สุด เขาก็ต้องจับจนได้นั่นแหละ มันจะไปโกหกกัน Forever ได้อย่างไร ผลสุดท้าย แม้เด็กหัวเท่ากำปั้นมันก็ยังไม่เคารพ ลูกตัวเอง หลานตัวเอง มันก็ไม่เคารพ แล้วคุณค่าของเรามันจะเหลือตรงไหน เพราะฉะนั้น จึงมีคำพูดอยู่คำหนึ่ง ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ คืออย่างไร...คือแก่ไปตามวัย มันก็ต้องเป็นผู้ใหญ่...ผู้หลัก คืออย่างไร...คือไม่โกหก...มันถึงจะเป็นหลักได้ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ให้ลูกหลานได้กราบได้ไหว้ อย่าไปโกหกมันเชียวนะ นี่คือโทษ-คุณ ที่เห็นกันชัดๆ โทษของการโกหก คุณของการรักษาศีลข้อที่ 4 มันเป็นอย่างนี้ แต่ไม่เท่านี้...ใครรักษาศีลดี มันเป็นสัจจะประจำตัว ให้พรใครก็ศักดิ์สิทธิ์

พุทธองค์ตรัสเอาไว้ คนที่โกหกทั้งรู้ ไม่มีความชั่วอะไรในโลกที่เขาทำไม่ได้ ตรัสหนักขนาดนั้น เพราะฉะนั้น รักษาความดีเอาไว้เถอะ แล้วจะศักดิ์สิทธิ์ข้ามชาติเลย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org