หน้าแรก
 
๕๑ปีพระพรหมสุธี พิมพ์
๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

พระพรหมสุธี ( ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค ๑๒ กรรมการมหาเถรสมาคม )

sp510207.jpg

        พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี นาม“เสนาะ ฝังมุข” เป็นชื่อและสกุลเดิม เกิดเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๐ ปีระกา บิดาชื่อ ถนอม ฝังมุข มารดาชื่อ กระแส ฝังมุข ที่บ้านเลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๔ ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จบ ชั้น ป.๔ จากโรงเรียนวัดสามเรือน

เข้ารับการบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านสร้าง ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๑๒ และอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๑๒ ณ วัดสระเกศ โดยมี พระพรหมคุณาภรณ์ (ปัจจุบันคือสมเด็จพระพุฒาจารย์) วัดสระเกศ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา "ปญฺญาวชิโร" มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม

สอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักวัดสระเกศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ สอบได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค สำนักเรียนวัดสระเกศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ สอบได้พุทธศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๖ และสอบได้ปริญญาโท จากประเทศอินเดีย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙

หลังจากได้อุปสมบทแล้ว งานบริหาร และการศึกษา พระมหาเสนาะ ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ คอยดูแลงานปกครอง บริหารการเงิน และธุระค่าใช้จ่ายภายในวัดทั้งหมด นอกจากนี้ยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศ เป็นกรรมการตรวจนักธรรม สนามหลวง และกรรมการตรวจบาลี สนามหลวง พ.ศ. ๒๕๒๕ ได้รับมอบหมายให้เป็นแม่งาน ควบคุมการบูรณปฏิสังขรณ์บรมบรรพต (ภูเขาทอง) ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี

งานด้านปกครอง พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ จนถึงปัจจุบัน พ.ศ. ๒๕๒๙ เป็น เลขานุการเจ้าคณะภาค ๑๐ พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็น เลขานุการ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็นรอง เจ้าคณะภาค ๙ พ.ศ. ๒๕๔๑ เป็น เจ้าคณะภาค ๑๒ ที่ดูแลพระสงฆ์ ๔ จังหวัด คือ ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นพระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ ฐานานุกรมในพระพรหมคุณาภรณ์ (สมเด็จพระพุฒาจารย์ ในปัจจุบัน) หลังจากนั้นก็ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระปัญญาวชิราภรณ์"

พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ "พระราชสิทธิมงคล" พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นพระราชาคณะ ชั้นเทพที่ "พระเทพโสภณ" พ.ศ.๒๕๔๓ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ "พระธรรมสิทธิเวที" และ เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๘ ได้รับพระราชทานเป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ มีราชทินนามว่า "พระพรหมสุธี"

การเลื่อนสมณศักดิ์ของพระเดชพระคุณพระพรหมสุธี ต้องถือเป็นประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยได้รับการแต่งตั้งชั้นเป็นชั้นรองสมเด็จพระราชาคณะที่มีอายุไม่ถึง ๕๐ ปี ซึ่งมีอยู่ ๔ รูปด้วยกัน คือ รูปแรก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ) วัดมหาธาตุ กทม. รูปที่สอง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ) วัดบวรนิเวศ กทม. รูปที่สาม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) วัดสระเกศ และรูปที่สี่ พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) วัดสระเกศ เป็นพระสงฆ์รูปเดียวที่ได้รับการ สถาปนาในขณะที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส

พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี หรือที่รู้จักกันในนาม "เจ้าคุณเสนาะ" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค ๑๒ และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เลขานุการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จ พระสังฆราช มาอย่างยาวนาน เป็นผู้รับสนองธุระและปฏิบัติงานคณะสงฆ์อย่างมิขาดตกบกพร่อง ด้วยจิตใจอันแน่วแน่ ขอรับแบ่งเบาภาระ ช่วยผ่อนงานพระเดชพระคุณ ให้เบาลง เปรียบ ประดุจแขนขวาอันสำคัญยิ่ง ของเจ้าประคุณสมเด็จวัดสระเกศ

ในช่วง พ.ศ. ๒๕๔๗ เกิดเหตุความวุ่นวายในวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา คณะสงฆ์ได้มอบหมายให้ท่านเข้าไปรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อระงับเหตุข้อพิพาทต่างๆ นานา จนทำให้วัดกลับคืนสู่ความสงบ

ปรัชญาชีวิตของพระเดชพระคุณพระพรหมสุธี เน้นเรื่องความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณเป็นสำคัญ ดังนั้นในทุกปีจะต้องกลับไปบ้านเกิดที่ วัดสามเรือน อ.บาง ปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล ครบรอบวันมรณภาพของพระอาจารย์ชุบ ด้วย ระลึกเสมอว่า หากไม่ได้รับความเมตตาจากพระอาจารย์ชุบ คงไม่มีวันนี้

พระเดชพระคุณพระพรหมสุธี ผู้มากด้วยความรู้ความสามารถ รับธุระงานพระพุทธศาสนาด้วยวิริยะยิ่ง ผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรมอันเน้นเครื่องหมายแห่งความเป็นคนดี อันควรเป็นแบบอย่างในหลายด้าน ทั้งด้านความสามารถในงานคณะสงฆ์ และคุณธรรมความงดงามแห่งความดี เนื่องในวาระโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ ๕๑ ปี เวียนมาถึงในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ศิษยานุศิษย์และสาธุชนผู้มีความเคารพรักและนับถือ ควรถือเป็นโอกาสได้ร่วมบำเพ็ญบุญถวาย น้อมมุทิตาสักการะแด่พระเดชพระคุณท่าน โดยพร้อมเพรียง

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org