หน้าแรก
 
ครอบครัวของเรา หัวใจทองคำ พิมพ์
๗ กันยายน ๒๕๕๑

50071021.jpg

          วันนี้นอกจากเราจะได้มีโอกาสมานั่งพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการทำบุญของครอบครัวนี้แล้ว เรายังโชคดีกว่าทุกๆ ครั้ง เพราะเขาหยิบยื่นสมุดบันทึกส่วนตัวเล่มหนึ่งให้กับเรา ซึ่งจะได้มาดูกันว่า เขาเขียนความรู้สึกและแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ในการทำบุญครั้งนี้ไว้อย่างไร

        บทความต่อไปนี้  คัดลอกมาจากสมุดบันทึกความรู้สึกส่วนตัวของครอบครัวทวีชัยถาวร  เจ้าของห้างทองทวีชัย  5 คุณไพศาล  คุณวรพจน์  ทวีชัยถาวร และคุณเสาวนี  หิรัณยศิริ

          วันแรกที่เริ่มโครงการหล่อหลวงปู่หนัก ๑  ตัน  เราประกาศรับบุญ  ณ  วันนั้นทันทีเลย  เพราะการได้ร่วมบุญนี้  นับเป็นบุญลาภในชีวิตอย่างสูงสุด  เพราะพระเดชพระคุณหลวงปู่สด จนฺทสโร คือยอดแห่งมหาปูชนียาจารย์ ที่มีเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายไม่มีประมาณ
 ผมทราบมาว่าการหล่อหลวงปู่ในครั้งนี้  คุณครูไม่ใหญ่มุ่งมั่นปั้นด้วยตนเองให้เป็น รูปหล่อที่เสมือนกับหลวงปู่มีชีวิตจริง  ในฐานะที่อาชีพของครอบครัวเราขายทองรูปพรรณมาตั้งแต่รุ่นพ่อ  รุ่นแม่  ส่วนภรรยาผมก็ขายกันมาตั้งแต่รุ่นปู่  อีกทั้งครอบครัวเรายังเป็นศิษย์คนหนึ่งของหลวงพ่อ  ครอบครัวเราจึงขอนำความรู้  ความชำนาญ ที่มีอยู่มารับใช้งานพระศาสนา  โดยการมาถวายคำปรึกษาในการทำทองคำรูปแบบต่างๆ ที่สาธุชนนำมาถวายให้บริสุทธิ์ถึง  ๙๙.๙๙%  ซึ่งจะงดงามเหลืองอร่ามในทุกสภาพ  ทนต่อแดด  ฝน  กรด  ด่าง  ความร้อน  ความเย็น  แม้เวลาจะผ่านไปยาวนานพันๆ ปี  ซึ่งก็มาตรงกับคำทำนายของนอสตราดามุสที่ว่า  ศิษยานุศิษย์จะนำทองคำออกมาหล่อเป็นรูปเหมือนองค์ท่านดังทองคำวิโรจน์  (คือ ทองคำที่สุกใสมากๆ)
             ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา  ครอบครัวเราชอบทำบุญ  แต่ทำบุญทางด้านสงเคราะห์โลก  เช่น  ทำกับโรงพยาบาล  โรงเรียนส่งเสริมอาชีพคนตาบอด  ฯลฯ  แต่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่มาศึกษาคำสอนในพระพุทธศาสนาจนละเอียดลึกซึ้งขึ้น  เราจึงพบว่า  เราต้องทำบุญในเนื้อนาบุญอันบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นด้วย  ถึงจะได้บุญมาก  ดังนั้น  งานบุญใดที่เกี่ยวกับเนื้อนาบุญ  เราจึงทุ่มเทและตั้งใจทำให้ดีที่สุด  อย่างเช่นปีที่ผ่านมา  ที่ครอบครัวเราทำบุญสร้างหลังคามหารัตนวิหารคด  ก็เป็นเงินสะสมมาเกือบทั้งชีวิตที่ตั้งใจจะมาสร้างบ้านให้ภรรยาและลูก  เพราะผมเองและภรรยาตรากตรำกันมามาก  แต่เมื่อครอบครัวเราทุกคนมาเข้าใจมโนปณิธานของหลวงพ่อ  เราพ่อ แม่ ลูก  จึงตัดสินใจให้ความสำคัญกับงานของพระพุทธศาสนาก่อน  ส่วนเรื่องความสุขสบายส่วนตัวเรารอได้  เมื่อเราตัดสินใจทำไปแบบนี้  หากได้มองภาพย้อนกลับไปนึกถึงทีไร  ใจก็ปลื้มไม่มีที่สิ้นสุด  และปีนี้ก็เช่นกัน  ครอบครัวเราได้ถวายทองหล่อหลวงปู่กันไปแล้ว  ขณะที่ถวาย  เราทุกคนตรึกระลึกถึงพระเดชพระคุณหลวงปู่  ให้ใจเรามีแต่ท่านตลอดเวลา  หลังจากถวายไปแล้วเราก็มีความสุข  อิ่มเอมใจ  สุขใจ ปลื้มปีติสุดจะพรรณนา
            ก่อนนี้ถ้ามีใครมาถามผมว่า  รักหลวงปู่สด จนฺทสโรไหม  ผมคงตอบโดยไม่ต้องคิดว่า  รักสิ  รักมากด้วย  แต่ถ้าถามว่า  แล้วคุณทำอะไรเป็นการแสดงความรักและความกตัญญูต่อหลวงปู่บ้าง  ผมคงต้องใช้เวลาคิดหรือคิดไม่ออกด้วยซ้ำ
 ผมมีคติประจำใจอยู่ข้อหนึ่งว่า  คนที่ไม่เคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่  ครูบาอาจารย์  คบไม่ได้  เพราะขนาดพ่อแม่  ครูบาอาจารย์  ยังไม่เอาเลย  แล้วเราเป็นใคร  ผู้นั้นจะมาคบมาจริงใจกับเราย่อมเป็นไปไม่ได้
            การตัดสินใจทำบุญหล่อหลวงปู่ครั้งนี้  ประการที่หนึ่ง  เป็นบุญลาภของครอบครัวเรา  ประการที่สอง  เป็นการแสดงความกตัญญูสูงสุดที่มีต่อท่าน เพราะท่านทำให้ครอบครัวเราทราบเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องวัฏสงสาร การเวียนว่ายตายเกิด ตายแล้วไม่สูญ หรือการสร้างบารมีกับเนื้อนาบุญฯลฯ  โดยคำสอนของท่านผ่านมาทางหลวงพ่อ ดังนั้น หลวงปู่และหลวงพ่อจึงเป็นยิ่งกว่าครูบาอาจารย์ของผมและครอบครัวเสียอีก
           ตั้งแต่เข้าวัดพระธรรมกายมาระยะหนึ่ง  ผมได้พยายามทำทาน  รักษาศีล  เจริญภาวนา  มีเหตุการณ์บางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้เกิดขึ้น  เช่น  ในฐานะทางเศรษฐกิจอย่างผมไม่น่าจะทำทานหลังคามหารัตนวิหารคดได้  และเมื่อทำไปก็น่าจะทำให้ภาวะการเงินต้องติดขัดอย่างแน่นอน  อีกทั้งหลวงพ่อบอกบุญใหญ่ใดๆ  ผมก็มักจะไม่ค่อยพลาดที่จะต้องทำ  และทำอย่างไม่มียั้ง แต่ดูเหมือนทำเท่าไรการเงินและธุรกิจก็ไม่เห็นติดขัด  ซึ่งถ้าดูตามตัวเลขแล้วการเงินคงต้องติดขัดอย่างแน่นอน  มันเหมือนกับว่าสมบัติถ้าใช้ทำบุญทำทาน  จะทำเท่าไรก็ไม่รู้จักพร่อง  หรือความรักและเคารพของพนักงานในปกครองดูจะมีมากขึ้น  การทำงานของพนักงานก็ทำด้วยใจมากขึ้น  คนที่ต้องไปติดต่อหรือแม้แต่บ้านใกล้เรือนเคียงไม่เคยไหว้เราก่อน  เดี๋ยวนี้เจอเรากลับไหว้เราก่อน  (ทำให้รู้สึกงงพอสมควรและหาเหตุผลไม่ได้)
          ที่หลวงพ่อมีบุญใหญ่ให้เราได้สร้างบารมีทุกครั้ง  ทำให้ผมคิดถึงเพลงรถด่วนขบวนสุดท้าย  หากเราตามหลวงพ่อไม่ทัน  ก็เหมือนเราเกาะรถด่วนขบวนนั้นไปไม่ได้  แล้วคุณล่ะจะไปด้วยกันไหม  ผมคนหนึ่งล่ะ  ต้องตามให้ทัน  เพราะผมไม่อยากพลาดพลั้งพลัดไปอบาย  มันน่ากลัวน่ะครับ


แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๘ กันยายน ๒๕๕๑ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org