หน้าแรก
 
บูชาบุคคลที่ควรบูชา พิมพ์
๒๕ กันยายน ๒๕๕๑

untitled1_4.jpguntitled4_1.jpg

untitled5.jpg

 

บูชาบุคคลที่ควรบูชา
หล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำด้วยทองคำ
            “พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)  หรือที่กล่าวถึงท่านว่า  หลวงปู่วัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ    ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย  แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และนำมาเผยแพร่ด้วยวิธีการง่าย ๆ   กับคำสอนที่ว่า  “หยุดเป็นตัวสำเร็จ”   เมื่อค้นพบแล้วนำมาเปิดเผยสั่งสอน มีลูกศิษย์  ผู้ปฏิบัติตามจนเข้าถึงผลแห่งการปฏิบัติตามมาในภายหลังเป็นจำนวนมาก   ท่านเป็นพระนักปฏิบัติผู้มีธรรมอันบริสุทธิ์  ใจของท่านหยุดสนิทแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพระรัตนตรัยภายในอยู่ตลอดเวลา  จึงทำให้ท่านเป็นบุคคลศักดิ์สิทธิ์   ซึ่งบรรดาบุคคลผู้ใกล้ชิด และลูกศิษย์  ในยุคที่หลวงปู่ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้พบเห็นด้วยตัวเองอยู่เสมอ” 
          
พระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำ  ระหว่างท่านยังมีชีวิตอยู่  ท่านจะติดอยู่กับธรรมะและปฏิบัติตนเป็นพระแท้  นำธรรมะมาเผยแพร่สั่งสอนทั้งพระภิกษุสามเณร  ศิษยานุศิษย์  ญาติโยม  เป็นที่พึ่ง   เข้าช่วยแก้ทุกข์ไขภัยภิบัติรักษาโรค  ช่วยขจัดภัยแก่ชาติบ้านเมือง  เป็นต้น  ดังที่ปรากฏจากผู้อยู่ร่วมสมัยกับท่าน

ความลับไม่มีในโลก
            เป็นที่ทราบกันดีในเหล่าลูกศิษย์สมัยหลวงปู่ว่า  ไม่มีอะไรที่หลวงปู่ไม่รู้ ไม่เห็น ความลับไม่มีสำหรับท่าน  อีกทั้งท่านยังใส่ใจหมั่นตรวจตราลูกศิษย์ของท่านอยู่เสมอ  ในเรื่องนี้ลูกศิษย์ของท่านตั้งแต่ครั้งยังเป็นสามเณร   ชื่อคุณลุงเตชวัณ มณีวรรณวรวุฒิ  ได้เล่าว่า       “วันนั้นหลวงพ่อไม่อยู่ เราก็แอบไปปีนต้นชมพู่ม่าเหมี่ยวตอนกลางคืน  กัดไปแล้วด้วยนะ  ด้วยความหิว  พอเคี้ยวไปคำสองคำก็มาคิดว่า  เอ๊ะ..เราจะกินดีมั้ยนะ  พอคิดได้ก็โยนชมพู่ทิ้ง ที่เคี้ยวอยู่ก็กลืนลงไป  วันต่อมาหลวงพ่อท่านลงรับแขกท่านมองหน้าผม  คือ  ผมจะมีหน้าที่ปูอาสนะให้หลวงพ่อตอนที่ท่านจะรับแขก  พอแขกไปหมดแล้วท่านเอี้ยวตัวหันมาทางผม แล้วพูดว่า  เมื่อคืนนี้เอ็งไปปีนชมพู่ใช่ไหมวะ  แหม..พอเอ็งกินเข้าไปแล้วเอ็งนึกได้ค่อยทิ้ง  แล้วอย่างนี้ที่กลืนๆๆลงไปศีลมันจะเหลือหรือวะ  ท่านพูดอย่างนี้ เหมือนท่านอยู่ในเหตุการณ์” 
           
คุณป้าจินตนา โอสถ อดีตแม่ชีที่เคยทำวิชชาอยู่กับหลวงปู่  ในโรงงานทำวิชชาสมัยนั้น เล่าเรื่องที่คล้ายกันนี้ให้ฟังว่า  “คราวนั้นเป็นฤดูหนาว อากาศหนาวมากเลย มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งออกมาอยู่แถวๆ  ห้องทำวิชชา ดูท่าทางเขาหนาวมาก พอเห็นแล้วป้าก็สงสาร จึงเอาผ้าห่มที่มีอยู่แค่ผืนเดียวของตัวเองให้เขา พอช่วงเย็นๆ หลวงพ่อก็ถามว่า ใครไม่มีผ้าห่มบ้างวะ เหมือนกับท่านรู้ แล้วท่านก็ส่งผ้าห่มมาให้ 1 ผืน ส่งผ่านช่องเล็กๆ  ห้องทำวิชชาจะมีช่องเล็กๆ ไว้ยื่นส่งของ”

หยั่งรู้อนาคตได้
                
คุณลุงสมจิตร ฉ่ำรัศมี  อดีตสมาเณรวัดปากน้ำเล่าว่า  “แต่ก่อนหลวงพ่อเล่าให้ฟังว่า  ต่อไปยุคเอ็งจะได้เห็นปราสาท 3 ฤดู  เราก็หัวเราะเพราะไม่เชื่อ  ต่อมาเดี๋ยวนี้มีคอนโดติดแอร์ขึ้นมา หลับสบายเหมือนปราสาท 3 ฤดู ให้ร้อนก็ได้ ให้หนาวก็ได้  ท่านกำหนดรู้ไปหมด  คลองจะเป็นถนน ถนนจะเป็นเส้นขนมจีนนะ  หม้อดินต่อไปจะไม่ต้องหุง  มีหม้อทิพย์ เปิดปุ๊บติดปั๊บ  จะมีหูทิพย์ตาทิพย์  ..เดี๋ยวนี้มีหม้อหุงข้าวเปิดปุ๊บติดปั๊บ  โทรทัศน์ก็มี อยากดูช่องไหนก็เปิดดู  เหมือนเรามีตาทิพย์  หูทิพย์ก็มี โทรศัพท์ติดต่อสื่อสารกันได้  ฮัลโหลๆ  พูดกันรู้เรื่องแล้ว”

แก้ไขภัยพิบัติและรักษาโรค
          
  พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์ทั้งหลายในทุกเรื่อง  แก้ไขภัยพิบัติต่าง ๆ ของประเทศหรือแม้แต่ความเจ็บไขได้ป่วย  ใครมีโรคภัยใดๆ มักจะนำมาให้หลวงปู่รักษาอยู่เสมอ  แต่วิธีการรักษาท่านไม่ต้องใช้ยา  ท่านรักษาด้วยวิชชาธรรมกาย  โดยสั่งให้ผู้ที่ได้ธรรมกายช่วยแก้โรคให้คนที่มารักษาต้องนั่งสมาธิด้วย  เพื่อให้กระแสจิตเชื่อมถึงกันจึงจะได้ผล  แม่ชีทวีพร เลี้ยบประเสริฐ  ซึ่งทำวิชชาธรรมกายอยู่กับพระเดชพระคุณหลวงปู่เล่าว่า  “เรื่องของการทำวิชชานั้น  หลวงพ่อให้ทำวิชชาแก้เภทภัยของประเทศและรักษาโรค  มาขอให้หลวงพ่อเรียกฝน  เป็นคนทำนาแถวๆ สุพรรณบุรี  ให้ทำนา ทำสวน ทำไร่กันได้  แล้วฝนก็ตกจริงๆ  ..คนป่วยที่จะให้รักษาต้องเขียนชื่อ สกุล ที่อยู่ เป็นโรคอะไร แล้วส่งให้หลวงพ่อ  ท่านก็สั่งให้แม่ชีแก้อีกครั้งหนึ่ง  บางคนใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะหาย  และเมื่อกลับบ้านแล้วต้องปฏิบัติธรรมและถือศีลด้วย  ต้องนั่งธรรมะ (นั่งสมาธิ) 10 – 20 นาที  อย่างโรคภัยไข้เจ็บ อาการบ่งบอกว่าจะตายในระยะเท่านั้นเท่านี้ พอหลวงพ่อส่งคนไปรักษา  คนนั้นก็ไม่ตาย  วิธีการรักษาก็ไม่ต้องกินยา  ใช้กายองค์พระธรรมกายกลั่นธาตุธรรมให้ใสให้สะอาด”

ดับเดือน ดับดาว
          
ดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า  แม้จะเดินทางไปให้ถึงยังแสนยากเย็น  แต่ในยุคของพระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านสามารถดับดาวได้  เรื่องนี้แม่ชีรัมภา โพธิ์คำฉาย เล่าว่า  “ชีวิตจิตใจของหลวงพ่อไม่มีอะไรมากไปกว่าวิชชาธรรมกาย 24 ชั่วโมง  หลวงพ่อไม่เคยห่างทำวิชชาตลอด  ครั้งหนึ่งมีญาติโยมมานั่งกันเต็ม  ช่วงกลางคืน  คืนนั้นดาวเต็มท้องฟ้า  ท่านก็ให้เณรที่อยู่ใกล้ๆ ท่าน (หลวงพ่อเล็ก)  ดับดาวบนท้องฟ้า จะเห็นดาวดับเป็นแถบๆ เลย  เพื่อให้รู้วิชชาธรรมกายสามารถทำได้  ไม่ใช่เพื่อเหตุผลอย่างอื่น”

ปัดลูกระเบิดสมัยสงครามโลก
            ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2  ถือเป็นช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานของประเทศไทย  มีการทิ้งระเบิดไม่เว้นแต่ละวัน  ด้วยความอัศจรรย์ในวิชชาธรรมกาย พระเดชพระคุณหลวงปู่ท่านแก้ไขเหตุร้ายต่างๆให้ลุล่วงไปได้  ในเรื่องนี้ ได้รับคำยืนยันจากคุณลุงประคอง ทับจ้อย  อดีตศิษย์ที่ใกล้ชิดของท่านได้เล่าว่า “วิชชาของหลวงพ่อวัดปากน้ำนี่ท่านดีจริง  ถ้าวิชชาของหลวงพ่อไม่แน่  ตอนนี้วัดปากน้ำเหลือแต่ดุ้นฟืน เพราะตามหลักจริงๆ แล้ว  วัดปากน้ำเป็นจุดที่ระเบิดลงเลยแหละ  ประตูน้ำบางคลองนี่ไม่เหลือ  ตั้งแต่ประตูน้ำบางนกแสก  ประตูน้ำอ่างทอง  ประตูน้ำบางยาง  เหลือเพียงแต่ประตูน้ำภาษีเจริญที่ไม่เป็นอะไรเลย  ช่วงนั้นหลวงพ่ออยู่ในโบสถ์  ไม่ออกจากโบสถ์เลย  นั่งทำวิชชาของท่านอย่างเดียว  นั่งปัดลูกระเบิดอย่างเดียว  แล้วบางคนก็วิ่งมาที่วัดปากน้ำเพราะมั่นใจว่าอย่างไรก็ปลอดภัยที่สุด  ..ตอนสงครามโลก  ช่วงนั้นมีมดแดงกัดกัน แปลก! มันกัดกันตายกองเป็นเข่งเลย  ก็ไปบอกหลวงพ่อว่า  หลวงพ่อมดมันกัดกันตายเต็มถนนไปหมด  หลวงพ่อท่านก็บอก  อือ..อีก 7 วัน  สงครามโลกจะเลิก  หลังจากหลวงพ่อท่านพูดก็เลิกจริงๆ  อีก 7 วัน สงครามเลิกเลย”
            
      ด้วยอานุภาพอันน่าอัศจรรย์ต่างๆ เหล่านี้ ได้คัดเลือกมาจากหนังสือ “บุคคลยุคต้นวิชชา”       เป็นคำบอกเล่าของเหล่าศิษย์ในยุคของหลวงปู่  ที่พบเห็นด้วยตาของตนเอง               ให้มหาชนประจักษ์ถึงอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์   ของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำอย่างจะนับประมาณมิได้        ซึ่งเกียรติคุณของท่านยังคงเลื่องลือมาจนกระทั่งปัจจุบัน
            ในวันที่ 10 ตุลาคม  พ.ศ. 2551  ที่จะถึงนี้  เหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งหลาย    มีความเคารพเลื่อมใสศรัทธา      จะได้ร่วมกันหล่อรูปเหมือนพระเดชพระคุณหลวงปู่ด้วยทองคำ เพื่อประดิษฐาน ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี   ไว้ได้กราบไหว้บูชา  ได้ศึกษาประวัติชีวิตปฏิปทา  และเจริญรอยตามท่าน   เพื่อเข้าถึงความรู้ในพระพุทธศาสนา  จนกระทั่งได้รับมรรคผลแห่งชีวิตมนุษย์อันเป็นที่สุดได้.                                                                
(ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  www.dmc.tv)

 

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ๒๗ กันยายน ๒๕๕๑ )
แนะนำติชมเว็บไซต์  
www.kalyanamitra.org